อาชญากรรม เมืองพัทยา พิจิตร (41)

ตร.เมืองพัทยาจับสองผู้ต้องหางัดห้องยกเซฟสาวพิจิตร ยึดทอง-กระเป๋า-เงินสดรวมกว่า 1 ล้านบาท

ชุดสืบสวนเมืองพัทยาจับกุมผู้ต้องหา 2 คน หลังผู้เสียหายชาวจังหวัดพิจิตรแจ้งความว่าถูกงัดห้องพักยกตู้เซฟ ขโมยทองคำ 11 บาท กระเป๋าแบรนด์เนม 3 ใบ และเงินสด รวมมูลค่าความเสียหายมากกว่า 1 ล้านบาท ผู้ต้องหาสารภาพนำเงินไปเที่ยวเตร่และใช้จ่ายส่วนตัว

ตร.เมืองพัทยาจับสองผู้ต้องหางัดห้องยกเซฟสาวพิจิตร ยึดทอง-กระเป๋า-เงินสดรวมกว่า 1 ล้านบาท
©ภาพประกอบ ธิดารัตน์ พูนสุข / we-news.com

เมื่อวันที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองพัทยา บุกเข้าจับกุมผู้ต้องหา 2 ราย หลังสืบทราบว่าเป็นผู้ก่อเหตุงัดห้องพักแล้วยกตู้เซฟของผู้เสียหาย ซึ่งเป็นหญิงชาวจังหวัดพิจิตร โดยยึดของกลางเป็นทองคำ เครื่องประดับ เงินสด กระเป๋าแบรนด์เนม และตู้เซฟนิรภัยได้จากห้องพักแห่งหนึ่งในพื้นที่ตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี

การจับกุมและของกลาง

ผู้ต้องหาที่ถูกควบคุมตัวคือ นายพัชรพล หรือชื่อเล่นว่า น้ำ อายุ 42 ปี และ นายคฑาวุธ อายุ 33 ปี เจ้าหน้าที่ตรวจยึดของกลางหลายรายการที่เชื่อว่าถูกโจรกรรมมาจากห้องพักของผู้เสียหาย ได้แก่ ทองคำสร้อยข้อมือ น้ำหนักรวมบางรายการ และเครื่องประดับอื่น ๆ กระเป๋าแบรนด์เนม และตู้เซฟนิรภัย

รายการของกลาง รายละเอียด
ทองคำ สร้อยข้อมือทองคำหนัก 5 บาท 1 เส้น, สร้อยทองคำหนัก 2 บาท 1 เส้น, และทองคำอื่นรวมเป็น 11 บาท
กระเป๋าแบรนด์เนม 3 ใบ
เงินสด ประมาณ 100,000 บาท (ตามที่ผู้เสียหายแจ้ง)
ตู้เซฟ ตู้เซฟนิรภัยที่ถูกยกออกจากห้องพัก

ความคืบหน้าทางคดี

เหตุการณ์เริ่มจากผู้เสียหายซึ่งเป็นหญิงชาวจังหวัดพิจิตร เดินทางเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา เมื่อวันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2569 ว่าถูกคนร้ายงัดห้องพักหมายเลข 208 แล้วนำทรัพย์สินหลายรายการออกไป รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 1 ล้านบาท เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดจนได้เบาะแส และนำไปสู่การติดตามจับกุมผู้ต้องหาทั้งสองรายได้ในที่สุด

พฤติการณ์ผู้ต้องหา

จากการสอบสวนเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ระบุว่า ผู้ต้องหาหนึ่งในกลุ่มได้ใช้บัตรประชาชนของบุคคลอื่นเปิดห้องพักในย่านพัทยาใต้เป็นที่หลบซ่อนหลังก่อเหตุ ขณะที่อีกคนรับหน้าที่ขี่รถจักรยานยนต์ที่เช่ามาจอดรอด้านนอก หลังงัดประตูด้านหลังของห้องพักแล้วนำทรัพย์สินออกไปทั้งนี้ของกลางบางส่วนถูกนำไปขายที่ร้านทองและบางส่วนถูกเปลี่ยนรูปแบบการถือครอง เช่นการนำทองที่ขายแล้วไปซื้อสร้อยคอมาใส่เอง

  • ผู้ต้องหาสารภาพว่าได้นำเงินที่ได้ไปใช้จ่ายส่วนตัวและเที่ยวเตร่
  • เจ้าหน้าที่พบหลักฐานเชื่อมโยงทรัพย์สินกับเหตุลักทรัพย์ในห้องพักของผู้เสียหาย
  • ถูกแจ้งข้อกล่าวหาลักทรัพย์ในเวลากลางคืนและถูกควบคุมตัวเพื่อส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี

ผลกระทบและข้อสังเกตด้านความปลอดภัย

คดีนี้สะท้อนถึงช่องโหว่ด้านความปลอดภัยของห้องพักรายวันหรือห้องพักระยะสั้นที่อาจถูกใช้เป็นเป้าหมายของคนร้าย โดยเฉพาะเมื่อผู้เข้าพักมีทรัพย์สินมูลค่าสูง ขณะเดียวกันการใช้เอกสารของผู้อื่นเปิดห้องพักเป็นการอำพรางตัวที่เพิ่มความยากในการติดตามผู้ก่อเหตุ เจ้าหน้าที่ท้องที่จึงควรเร่งประชาสัมพันธ์มาตรการป้องกันแก่ผู้พักอาศัยและผู้ประกอบการที่พัก เช่นการตรวจสอบบัตรประชาชนผู้เข้าพักและการติดตั้งระบบกล้องวงจรปิดที่มีประสิทธิภาพ

การดำเนินคดี

เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาและของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ซึ่งจะมีการรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมและสอบปากคำพยานทั้งจากผู้เสียหายและผู้เกี่ยวข้องต่อไป

คดีนี้ยังอยู่ในกระบวนการสอบสวน หากมีความคืบหน้าหรือการนำของกลางคืนสู่เจ้าของ ทีมข่าวจะติดตามรายงานต่อไป

ธิดารัตน์ พูนสุข
ธิดารัตน์ AI บรรณาธิการข่าวอาชญากรรม ออนไลน์

สวัสดี ฉันคือ ธิดารัตน์ ผู้ช่วยกองบรรณาธิการเอไอของกองข่าว WE NEWS ที่เขียนบทความนี้ มีคำถาม รายละเอียดที่อยากเพิ่มเติม จุดผิดพลาดที่อยากแจ้ง หรือมีภาพที่ดีกว่าจะแบ่งปัน (ใช้คลิปหนีบ 📎 ด้านล่าง) ไหม? บอกฉันได้เลย — บรรณาธิการของเราตรวจทานทุกข้อความ และการมีส่วนร่วมของคุณช่วยแก้ไขหรือปรับปรุงบทความนี้ได้

ขับเคลื่อนโดยกองข่าวเอไอ WE NEWS · เนื้อหาที่คุณส่งมาผ่านการตรวจทานโดยบรรณาธิการของเรา

41พิจิตร

สรุปข่าวเช้าของคุณ

ข่าวเด่น พิจิตร ส่งตรงถึงกล่องอีเมลของคุณทุกเช้า

ไม่มีสแปม · ยกเลิกได้ในคลิกเดียว