ชาวนาจากตำบลหนองพระ ตำบลหนองปล้อง และตำบลเขาเจ็ดลูก อำเภอวังทรายพูน จังหวัดพิจิตร รวมตัวร้องทุกข์ขอความช่วยเหลือหลังนาข้าวหอมมะลิ ในพื้นที่รวมกันเกือบ 5,000 ไร่ ประสบปัญหาขาดน้ำจากภัยแล้ง ขณะที่ต้นข้าวมีอายุประมาณ 50-60 วันและอยู่ในช่วงที่ต้องการน้ำเพื่อการเจริญเติบโตและการใส่ปุ๋ย
ชาวนาเรียกร้องการส่งน้ำและเปิดทางน้ำ
การรวมตัวครั้งนี้มีแกนนำชาวนาประมาณ 60 คน ร่วมกับผู้แทนจาก ส.ส.พิจิตร เขต 2 นายวินัย ภัทรประสิทธิ์ ซึ่งมอบหมายให้น.ส.จิณณพัต ภู่ชื่น (รุ่ง) และน.ส.ชลชิชา ขุนทอง (เมย์) ผู้ช่วย ส.ส. ลงพื้นที่พร้อมด้วยตัวแทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานพื้นที่ ได้แก่ นายวิฑูรย์ เจียมศรีชัย นายก อบต.หนองพระ, นายเสมียน มั่นเกตุวิทย์ กำนัน ต.หนองพระ, นายมนัส คงเจริญ กำนัน ต.หนองปล้อง และนายวิทยา บุญทับ ปลัดอำเภอวังทรายพูน
ช่องทางน้ำตัน-วัชพืชกีดขวาง ขณะต้นน้ำมีน้ำมาก
ชาวนาอธิบายว่า พื้นที่ฝั่งข้างเคียงที่อยู่ในเขตอำเภอวังโป่ง จังหวัดเพชรบูรณ์ และอำเภอเนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก กลับมีฝนตกชุกและมีปริมาณน้ำสูงในคลองทุ่งโม่งและคลองเขาเขตซึ่งเป็นต้นน้ำของคลองสายดังกล่าว แต่เมื่อไหลเข้ามายังพื้นที่ ต.หนองพระ กลับพบปัญหาคลองตื้นเขินและมีวัชพืชกีดขวาง ทำให้ไม่สามารถระบายและส่งน้ำลงมาถึงนาในพื้นที่พิจิตรได้
ผลกระทบต่อการจัดการเกษตรและรายได้
ชาวนากล่าวว่า ช่วงอายุข้าว 50-60 วันเป็นช่วงสำคัญที่ต้องใส่ปุ๋ยเพื่อเร่งดอกและรวง หากไม่มีน้ำประกอบการให้ปุ๋ย ผลผลิตอาจลดลงหรือเสียหายทั้งแปลง ส่งผลกระทบต่อรายได้ของครัวเรือนเกษตรกรที่พึ่งพาผลผลิตข้าวหอมมะลิเป็นหลัก
- พื้นที่ได้รับผลกระทบ: ต.หนองพระ, ต.หนองปล้อง, ต.เขาเจ็ดลูก (อำเภอวังทรายพูน)
- สาเหตุสำคัญ: ขาดน้ำจากฝนในพื้นที่ตนเอง ขณะที่ต้นน้ำยังมีน้ำแต่คลองตื้นเขินและมีวัชพืชอุดตัน
- ความต้องการของชาวนา: ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการเปิดทางน้ำและส่งน้ำลงมาช่วยเร่งด่วน
การประสานงานข้ามจังหวัดซับซ้อน
สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนความซับซ้อนของการจัดการทรัพยากรน้ำที่เกี่ยวข้องกับหลายจังหวัดและหลายหน่วยงาน เนื่องจากต้นน้ำของคลองที่ชาวนาพึ่งพาอยู่ในเขต อ.วังโป่ง จ.เพชรบูรณ์ และ อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก ซึ่งหากต้องการเปิดทางน้ำหรือระบายลงสู่พื้นที่ปลายน้ำจำเป็นต้องประสานงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานต่างจังหวัด
มาตรการที่ชาวนายินดีรับและข้อเสนอ
แม้รายงานไม่ได้ระบุถึงมาตรการที่หน่วยงานปฏิบัติลงไปในเวลานี้ แต่จากการเรียกร้องของชาวนา แสดงให้เห็นว่ามาตรการเร่งด่วนที่พึงดำเนินการได้แก่
- การเปิดทางน้ำและกำจัดวัชพืชในคลองร่วมกับหน่วยงานพื้นที่ต้นน้ำ-ปลายน้ำ
- จัดส่งน้ำจากแหล่งต้นน้ำที่มีปริมาณเพียงพอมายังพื้นที่ที่ขาดแคลน
- ประสานแผนรองรับความเสียหายแก่เกษตรกร เช่น การประเมินความเสียหายและการช่วยเหลือในเชิงเยียวยา
ความเสี่ยงต่อชุมชนและข้อสังเกต
ภัยแล้งที่เกิดขึ้นในช่วงฤดูนาปี ไม่เพียงแต่มีผลกระทบต่อผลผลิตข้าวเท่านั้น แต่ยังมีผลต่อเศรษฐกิจครัวเรือนและความมั่นคงทางอาหารของชุมชนโดยรวม หากไม่สามารถแก้ไขได้ทันท่วงที อาจต้องเผชิญกับการสูญเสียผลผลิตเป็นวงกว้างและผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานของข้าวหอมมะลิที่เป็นพืชหลักของพื้นที่
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| พื้นที่ได้รับผลกระทบ | ต.หนองพระ, ต.หนองปล้อง, ต.เขาเจ็ดลูก (อ.วังทรายพูน) |
| ปริมาณพื้นที่โดยประมาณ | เกือบ 5,000 ไร่ |
| ช่วงอายุข้าว | ประมาณ 50-60 วัน (ต้องการน้ำและการใส่ปุ๋ย) |
เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นสัญญาณเตือนของความเปราะบางในการจัดการน้ำของพื้นที่เกษตรกรรม หากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่เร่งประสานงานแก้ไขปัญหาการไหลของน้ำและซ่อมแซมสภาพคลอง ตลอดจนให้การช่วยเหลือชาวนาอย่างทันท่วงที ผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมอาจขยายวงกว้างขึ้นในช่วงที่เหลือของฤดูนาปี