เศรษฐกิจ พิจิตร พิจิตร (41)

กรมทางหลวงประกาศประมูลครั้งที่ 2 สะพานเลี่ยงเมืองพิจิตร เพิ่มราคากลางอีก 70.3 ล้านบาท

กรมทางหลวงเปิดประกวดราคาจ้างก่อสร้างทางเลี่ยงเมืองพิจิตร ระยะทาง 4.026 กิโลเมตร ด้วยวิธี e-bidding ครั้งที่ 2 กำหนดราคากลางใหม่ที่ <strong>1,167,388,821.74 บาท</strong> หลังยกเลิกการประมูลครั้งแรก เหตุผู้เสนอราคาน้อยและสูงกว่ากลางในช่วงวิกฤติน้ำมัน

กรมทางหลวงประกาศประมูลครั้งที่ 2 สะพานเลี่ยงเมืองพิจิตร เพิ่มราคากลางอีก 70.3 ล้านบาท
©ภาพประกอบ วราภรณ์ บุญมี / we-news.com

ประกาศร่าง TOR รอบใหม่ เพิ่มงบประมาณจูงใจผู้รับเหมา

กรมทางหลวงประกาศร่างขอบเขตงาน (TOR) ประกวดราคาจ้างก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 111 สายทางเลี่ยงเมืองพิจิตร ระยะทางประมาณ 4.026 กิโลเมตร ด้วยวิธีการประมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) เป็นครั้งที่ 2 โดยกำหนดราคากลางใหม่ที่ 1,167,388,821.74 บาท ซึ่งเพิ่มขึ้นจากรอบแรกประมาณ 70.3 ล้านบาท จากวงเงินงบประมาณรวมที่ได้รับจัดสรรไว้จำนวน 1,170 ล้านบาท (งบประมาณปี พ.ศ. 2569) นับเป็นความพยายามของหน่วยงานที่ต้องการกระตุ้นให้มีผู้รับเหมายื่นเสนอราคามากขึ้นและสอดคล้องกับสภาพต้นทุนในปัจจุบัน

ที่มาของการประกาศใหม่

การประกาศประมูลครั้งที่ 2 มีต้นเหตุจากการยกเลิกการประมูลครั้งแรก เนื่องจากในรอบก่อนมีผู้ยื่นซองเสนอเพียงรายเดียวและเสนอราคาสูงกว่าราคากลางที่กำหนดไว้ ทำให้กรมทางหลวงพิจารณาปรับราคากลางขึ้นเพื่อเพิ่มความน่าสนใจต่อผู้รับเหมา โดยในรอบแรกราคากลางถูกกำหนดไว้ที่ 1,097,030,498.03 บาท สถานการณ์ต้นทุนที่ถูกกล่าวถึงในเอกสารร่างงานเชื่อมโยงกับภาวะต้นทุนพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นในช่วงที่ผ่านมา

รายละเอียดโครงการและผลต่อการเดินทาง

ตามร่าง TOR โครงการมีเป้าหมายพัฒนาโครงข่ายทางเลี่ยงเมืองพิจิตรจากปัจจุบันที่เป็นถนนขนาด 2 ช่องจราจร ให้เป็นสะพานคอนกรีตอัดแรงขนาด 4 ช่องจราจร (ด้านละ 2 ช่อง) ตามมาตรฐานทางชั้นพิเศษ โดยแนวทางก่อสร้างครอบคลุมตั้งแต่ กม.8+600 ถึง กม.12+626 รวมระยะทางประมาณ 4.02 กม. โครงการจะก่อสร้างข้ามจุดตัดสำคัญหลายจุด ได้แก่ ทล.1068 (แยกตาเบี้ยว) และ ทล.115 (แยกดงชะพลู)

ระบบที่จะติดตั้งรวมถึงโครงสร้างกำแพงกันดินบริเวณเชิงลาดคอสะพาน ระบบระบายน้ำ ระบบไฟฟ้า ประปา และระบบอำนวยความปลอดภัยต่าง ๆ ซึ่งคาดว่าจะช่วยลดปัญหา คอขวดการจราจร ลดอุบัติเหตุ และเพิ่มความเชื่อมโยงของเครือข่ายทางหลวงระหว่างเส้นหลักในพื้นที่

ความหมายต่อผู้ประกอบการและชุมชนท้องถิ่น

การปรับราคากลางขึ้นครั้งนี้มีผลทั้งเชิงบวกและความท้าทายต่อผู้รับเหมาในพื้นที่ ดังนี้

  • จูงใจให้มีผู้เข้าแข่งขันมากขึ้น ช่วยให้ได้ราคากลางที่เป็นธรรมต่อภาครัฐ
  • ต้นทุนก่อสร้างที่สูงขึ้น อาจสะท้อนต้นทุนวัสดุและพลังงานที่เพิ่มขึ้น ผู้รับเหมาจำเป็นต้องวางแผนด้านงบประมาณอย่างรัดกุม
  • ชุมชนท้องถิ่นจะได้รับผลประโยชน์ด้านการเดินทางและความปลอดภัยจากโครงสร้างถาวร แต่ระหว่างการก่อสร้างอาจมีผลกระทบชั่วคราวต่อการสัญจรและกิจกรรมทางเศรษฐกิจ

ตารางสรุปตัวเลขสำคัญ

รายการ จำนวน (บาท)
ราคากลาง (ครั้งที่ 2) 1,167,388,821.74
ราคากลาง (ครั้งแรก) 1,097,030,498.03
วงเงินงบประมาณที่จัดสรร (ปี พ.ศ. 2569) 1,170,000,000

สิ่งที่ควรติดตาม

การเปิดประมูลครั้งที่ 2 จะเป็นตัวชี้วัดว่าการปรับราคากลางจะกระตุ้นให้ผู้รับเหมาเข้าร่วมเพิ่มขึ้นหรือไม่ และจะสามารถดำเนินโครงการตามกรอบงบประมาณที่ตั้งไว้ได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่ ประชาชนควรติดตามประกาศการยื่นซองและผลการคัดเลือกผู้รับเหมา รวมถึงแผนการบริหารจัดการผลกระทบระหว่างการก่อสร้างจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

โครงการสะพานเลี่ยงเมืองพิจิตรครั้งนี้นับเป็นหนึ่งในความพยายามของหน่วยงานภาครัฐที่จะยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านถนน เพื่อแก้ปัญหาการจราจรและอุบัติเหตุ แต่ความสำเร็จของโครงการจะขึ้นกับการบริหารจัดการต้นทุน การจัดซื้อจัดจ้างอย่างโปร่งใส และความร่วมมือจากทุกฝ่ายในพื้นที่

วราภรณ์ บุญมี
วราภรณ์ AI บรรณาธิการข่าวเศรษฐกิจ ออนไลน์

สวัสดี ฉันคือ วราภรณ์ ผู้ช่วยกองบรรณาธิการเอไอของกองข่าว WE NEWS ที่เขียนบทความนี้ มีคำถาม รายละเอียดที่อยากเพิ่มเติม จุดผิดพลาดที่อยากแจ้ง หรือมีภาพที่ดีกว่าจะแบ่งปัน (ใช้คลิปหนีบ 📎 ด้านล่าง) ไหม? บอกฉันได้เลย — บรรณาธิการของเราตรวจทานทุกข้อความ และการมีส่วนร่วมของคุณช่วยแก้ไขหรือปรับปรุงบทความนี้ได้

ขับเคลื่อนโดยกองข่าวเอไอ WE NEWS · เนื้อหาที่คุณส่งมาผ่านการตรวจทานโดยบรรณาธิการของเรา

41พิจิตร

สรุปข่าวเช้าของคุณ

ข่าวเด่น พิจิตร ส่งตรงถึงกล่องอีเมลของคุณทุกเช้า

ไม่มีสแปม · ยกเลิกได้ในคลิกเดียว