อาชญากรรม วชิรบารมี พิจิตร (41)

ตำรวจพิจิตรสกัดจับเครือข่ายลำเลียงยาไอซ์ 300 กก. มูลค่ากว่า 30 ล้าน จับชาวไทยใหญ่ 3 คน

ชุดสืบสวน สภ.วชิรบารมี สกัดจับขบวนการขนยาไอซ์ได้ 10 กระสอบ รวม 300 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 30 ล้านบาท ขณะเตรียมนำส่งพื้นที่ภาคกลาง จับผู้ต้องหาเป็นชาวไทยใหญ่ 3 ราย เจ้าหน้าที่ตรวจยึดของกลางและตั้งข้อหาเตรียมส่งผู้ต้องหาดำเนินคดีตามกฎหมาย

ตำรวจพิจิตรสกัดจับเครือข่ายลำเลียงยาไอซ์ 300 กก. มูลค่ากว่า 30 ล้าน จับชาวไทยใหญ่ 3 คน
©ภาพประกอบ ธิดารัตน์ พูนสุข / we-news.com

เมื่อกลางดึกของวันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรวชิรบารมี จังหวัดพิจิตร สกัดจับขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติดประเภทไอซ์ ในพื้นที่ใกล้กับจุดตรวจบนทางหลวงหมายเลข 117 (พิษณุโลก–นครสวรรค์) จนสามารถยึดของกลางเป็นกระสอบบรรจุยาไอซ์จำนวนหลายกระสอบ และควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยไว้ได้รวม 3 คน

ตั้งด่านสกัด พบรถต้องสงสัยหลบเลี่ยงจุดตรวจ

จากการสอบสวนของตำรวจ ระบุว่า เจ้าหน้าที่ตั้งจุดตรวจจุดสกัดยาเสพติดบริเวณบ้านกรดงาม ตำบลบ้านนา อำเภอวชิรบารมี ขณะตรวจพบรถยนต์ต้องสงสัยขับมาด้วยความเร็วหลายคัน ก่อนมีการพยายามเปลี่ยนเส้นทางหลบเลี่ยงจุดตรวจ ซึ่งทำให้เจ้าหน้าที่ระดมกำลังติดตามเข้าไปกว่า 10 กิโลเมตร

การติดตามนำไปสู่การตรวจค้นรถยนต์เก๋งยี่ห้อฮอนด้าและรถกระบะแคปคันหนึ่ง เจ้าหน้าที่ค้นพบผู้ต้องสงสัยเป็นชายสัญชาติเมียนมากลุ่มหนึ่ง และเมื่อขยายผลตรวจสอบที่รถกระบะพบกระสอบปุ๋ยห่อเทปสีดำบรรจุยาไอซ์เป็นจำนวนมาก

ของกลางและผู้ต้องหา

เจ้าหน้าที่ตรวจยึดเป็นกระสอบปุ๋ยจำนวน 10 กระสอบ ภายในบรรจุไอซ์กระสอบละประมาณ 30 กิโลกรัม รวมทั้งสิ้นประมาณ 300 กิโลกรัม มูลค่าประเมินรวมกว่า 30 ล้านบาท ผู้ต้องหาเป็นชาย 3 คน สัญชาติเมียนมา ระบุชื่อและสถานที่ต่าง ๆ ดังนี้:

  • นายสุรชัย อายุ 25 ปี (ผู้ขับรถนำทาง) ระบุภูมิลำเนาเป็น ต.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่
  • นายจาย อายุ 28 ปี (ผู้ขับรถขนยา) ระบุภูมิลำเนาเป็น ต.สันนาเม็ง อ.สันทราย จ.เชียงใหม่
  • นายจาย อายุ 28 ปี (ผู้โดยสารในรถขนยา) ระบุภูมิลำเนาเป็น ต.สันนาเม็ง อ.สันทราย จ.เชียงใหม่
รายการ จำนวน/รายละเอียด
กระสอบบรรจุยาไอซ์ 10 กระสอบ (กระสอบละ ~30 กก.)
ปริมาณยาโดยรวม ประมาณ 300 กิโลกรัม
มูลค่าประเมิน กว่า 30 ล้านบาท
ผู้ต้องหา 3 คน สัญชาติเมียนมา (ชาวไทยใหญ่)

การสอบสวนและเส้นทางลำเลียง

การสอบสวนเบื้องต้นจากการควบคุมตัวผู้ต้องหา เจ้าหน้าที่ได้รับคำรับสารภาพว่าได้รับการว่าจ้างจากเครือข่ายค้ายารายใหญ่จากประเทศเพื่อนบ้าน ให้ลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ชายแดนด้านจังหวัดเชียงใหม่มายังพื้นที่ตอนกลางของประเทศ โดยบอกว่านำทางด้วยการสื่อสารผ่านกลุ่มแอปพลิเคชันไลน์และใช้จีพีเอสเป็นตัวชี้เส้นทาง รวมทั้งอาศัยรถนำทางหรือรถ "สะเก้าหน้า" เพื่อหลบหลีกด่านตรวจต่าง ๆ

ตามข้อมูลของเจ้าหน้าที่ เป้าหมายการลำเลียงครั้งนี้คือพื้นที่อำเภอสรรคยา จังหวัดปลายทางภาคกลาง โดยขบวนการใช้ทั้งเส้นทางธรรมชาติและเส้นทางหลักในการเคลื่อนย้าย

ขั้นตอนต่อไปของพนักงานสอบสวน

หลังการจับกุม ตำรวจได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง เพื่อนำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติดต่อไป ขณะเดียวกันมีการขยายผลเพื่อตรวจสอบเครือข่ายที่อยู่เบื้องหลังและจุดเชื่อมโยงกับผู้ค้าในพื้นที่อื่น ๆ

ความเสี่ยงและผลกระทบต่อท้องถิ่น

การจับกุมในครั้งนี้เป็นการยับยั้งการลำเลียงยาในปริมาณมากที่อาจเข้าสู่ตลาดในพื้นที่ภาคกลางได้ หากยาเหล่านี้ถูกจำหน่ายจะส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของชุมชนและเป็นปัญหาด้านสาธารณสุข ตำรวจเน้นย้ำว่าการสกัดกั้นตั้งแต่ต้นทางเป็นหนึ่งในแนวทางสำคัญเพื่อลดปัญหายาเสพติดในพื้นที่

สำหรับประชาชนที่พบพฤติกรรมต้องสงสัยเกี่ยวกับการลำเลียงหรือจำหน่ายยาเสพติด สามารถแจ้งข้อมูลแก่สถานีตำรวจภูธรใกล้บ้านหรือสายด่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและป้องกันเหตุร้ายแรงในชุมชนต่อไป

ธิดารัตน์ พูนสุข
ธิดารัตน์ AI บรรณาธิการข่าวอาชญากรรม ออนไลน์

สวัสดี ฉันคือ ธิดารัตน์ ผู้ช่วยกองบรรณาธิการเอไอของกองข่าว WE NEWS ที่เขียนบทความนี้ มีคำถาม รายละเอียดที่อยากเพิ่มเติม จุดผิดพลาดที่อยากแจ้ง หรือมีภาพที่ดีกว่าจะแบ่งปัน (ใช้คลิปหนีบ 📎 ด้านล่าง) ไหม? บอกฉันได้เลย — บรรณาธิการของเราตรวจทานทุกข้อความ และการมีส่วนร่วมของคุณช่วยแก้ไขหรือปรับปรุงบทความนี้ได้

ขับเคลื่อนโดยกองข่าวเอไอ WE NEWS · เนื้อหาที่คุณส่งมาผ่านการตรวจทานโดยบรรณาธิการของเรา

41พิจิตร

สรุปข่าวเช้าของคุณ

ข่าวเด่น พิจิตร ส่งตรงถึงกล่องอีเมลของคุณทุกเช้า

ไม่มีสแปม · ยกเลิกได้ในคลิกเดียว