รองนายกรัฐมนตรีลงพื้นที่เพื่อตรวจราชการโครงการคมนาคม
วันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมคณะ เดินทางมาตรวจราชการที่จังหวัด จันทบุรี เพื่อรับฟังความคืบหน้าและสำรวจพื้นที่โครงการพัฒนาโครงข่ายคมนาคมที่มีเป้าหมายลดความแออัดภายในเมือง พร้อมยกระดับระบบโลจิสติกส์เพื่อรองรับการขนส่งผลไม้เศรษฐกิจและส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัด
โครงการสำคัญที่ตรวจสอบพื้นที่
การลงพื้นที่ครั้งนี้มีการสำรวจ 2 จุดหลัก ได้แก่ โครงการก่อสร้างสะพานข้ามท่าแฉลบและปากแม่น้ำจันทบุรี ซึ่งเชื่อมต่อกับถนนเฉลิมบูรพาชลทิตด้านอำเภอแหลมสิงห์ และโครงการทางแยกต่างระดับบริเวณแยกแสลงบนทางหลวงหมายเลข 3 (ถนนสุขุมวิท)
- สะพานข้ามท่าแฉลบ–ปากแม่น้ำจันทบุรี: ขณะนี้บางส่วนอยู่ระหว่างการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) และการสำรวจออกแบบรายละเอียด
- สะพานข้ามแม่น้ำจันทบุรีในเขตอำเภอเมือง: การสำรวจออกแบบและประมาณราคาสำเร็จ เตรียมเสนอจัดสรรงบประมาณก่อสร้างในปี พ.ศ. 2571
- ทางแยกต่างระดับแยกแสลง (กม. 329+074): ออกแบบสะพานขนาด 4 ช่องจราจร กว้างรวม 24.60 เมตร ยาว 370 เมตร และออกแบบให้สามารถขยายเป็น 6 ช่องจราจรในอนาคต
ผลคาดการณ์ต่อการเดินทางและเศรษฐกิจท้องถิ่น
ข้อมูลการออกแบบและผลการศึกษาชี้ว่า หากโครงการสะพานทั้งสองแห่งแล้วเสร็จ จะช่วยย่นระยะทางจากตัวเมืองจันทบุรีไปยังแนวชายฝั่งและแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ จากราว 40 กิโลเมตร เหลือประมาณ 11 กิโลเมตร ซึ่งจะลดเวลาเดินทางและบรรเทาการจราจรเข้าสู่ตัวเมืองในชั่วโมงเร่งด่วน การเชื่อมต่อดังกล่าวคาดว่าจะผลักดันศักยภาพด้านการท่องเที่ยว การค้า และการลงทุนในพื้นที่ชายฝั่งของจังหวัดได้มากขึ้น
| โครงการ | สถานะ | ข้อมูลสำคัญ |
|---|---|---|
| สะพานข้ามท่าแฉลบ–ปากแม่น้ำจันทบุรี | กำลังศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมและออกแบบ | เชื่อมถนนเฉลิมบูรพาชลทิต ลดระยะทางตัวเมือง–ชายฝั่ง |
| สะพานข้ามแม่น้ำจันทบุรี (อ.เมือง) | สำรวจออกแบบและประมาณราคาแล้วเสร็จ | เตรียมเสนอของบประมาณก่อสร้าง พ.ศ. 2571 |
| ทางแยกต่างระดับแยกแสลง (กม. 329+074) | ออกแบบรายละเอียด | สะพาน 4 ช่องจราจร (ขยายเป็น 6 ได้) กว้าง 24.60 ม. ยาว 370 ม. |
นอกจากโครงการถนนและสะพานแล้ว กรุงเทพมหานครคมนาคมยังพิจารณาศึกษาแนวทางการเชื่อมต่อทางรถไฟระยะทางไกลระหว่างจังหวัดชายฝั่ง โดยมีแนวคิดการศึกษาเส้นทางรถไฟเชื่อมจังหวัดในภาคตะวันออกไปจนถึงจังหวัดตราด เพื่อเพิ่มทางเลือกด้านการขนส่งสินค้าและลดต้นทุนโลจิสติกส์ โดยเฉพาะการขนส่งผลไม้เศรษฐกิจของจังหวัดซึ่งมีตลาดส่งออกสำคัญ
ประเด็นเชิงนโยบายและการบริหารงบประมาณ
การผลักดันโครงข่ายคมนาคมขนาดใหญ่ต้องอาศัยการประสานงานระหว่างหน่วยงานท้องถิ่นและกรมทางหลวงชนบท รวมถึงการจัดสรรงบประมาณจากส่วนกลาง การเร่งรัดศึกษา EIA และการออกแบบรายละเอียดจะเป็นตัวกำหนดกรอบเวลาและต้นทุนโครงการ โดยโครงการสะพานข้ามแม่น้ำจันทบุรีได้มีการประมาณราคาเรียบร้อยและเตรียมเสนอขอจัดสรรงบสำหรับการก่อสร้างในปี พ.ศ. 2571 ขณะที่โครงการอื่น ๆ ยังต้องรอผลการศึกษารายละเอียดต่อไป
สำหรับประชาชนชาวจันทบุรี การพัฒนาโครงข่ายนี้มีผลโดยตรงต่อคุณภาพชีวิต ทั้งในด้านความสะดวกในการเดินทาง การเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยว และการลดต้นทุนการขนส่งสินค้าเกษตร หากการศึกษาและการจัดงบประมาณเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง ประชากรท้องถิ่นอาจเห็นการเปลี่ยนแปลงด้านสภาพการจราจรและโอกาสทางเศรษฐกิจในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมรับฟังข้อเสนอและเตรียมผลักดันการศึกษารายละเอียดต่อไป โดยจะต้องติดตามความชัดเจนของกรอบงบประมาณและแผนการดำเนินงานเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนท้องถิ่นในขั้นตอนถัดไป