เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2569 กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ส่งมอบ แม่แบบระบบผลิตน้ำประปาหมู่บ้าน ที่พัฒนาเพื่อลดปัญหาสารหนูและโลหะหนักในแหล่งน้ำให้กับชุมชนในจังหวัดเชียงราย โดยมีการนำเทคโนโลยีแสงซินโครตรอนและนาโนเทคโนโลยีมาประยุกต์ร่วมกันเพื่อให้เกิดวัสดุดูดซับเฉพาะสำหรับสารปนเปื้อนดังกล่าว
จากห้องทดลองสู่ชุมชนริมลำน้ำกก
การย้ายงานวิจัยสู่ภาคปฏิบัติครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่างสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน และศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยใช้ข้อมูลโครงสร้างและลักษณะของสารหนูจากการวิเคราะห์ด้วยแสงซินโครตรอน เพื่อออกแบบวัสดุดูดซับที่มีความจำเพาะต่อการกำจัดสารหนูและโลหะหนัก จากนั้นนำแนวคิดด้านนาโนเทคโนโลยีมาพัฒนาวัสดุกรองที่สามารถฟื้นฟูและนำกลับมาใช้งานได้ใหม่ ลดต้นทุนการบริหารจัดการระบบในระยะยาว
รายงานระบุว่าระบบที่พัฒนาได้สามารถดักจับสารหนูได้ 100% ในสภาวะที่ทดสอบ และได้นำไปติดตั้งใช้งานจริงในพื้นที่นำร่องหลายแห่งของจังหวัดเชียงราย
พื้นที่นำร่องและผู้รับประโยชน์
การติดตั้งระบบกรองได้ครอบคลุมพื้นที่สำคัญในท้องถิ่น ได้แก่ ชุมชนบ้านเมืองงิมและบ้านริมกก รวมถึงพื้นที่อื่น ๆ ที่มีความเสี่ยงจากคุณภาพน้ำ ข้อมูลจากการลงพื้นที่ระบุจำนวนผู้รับประโยชน์หลักดังนี้
| พื้นที่/หน่วยงาน | จำนวนผู้รับประโยชน์ |
|---|---|
| ชุมชนริมลำน้ำกก (บางส่วน) | กว่า 700 ครัวเรือน |
| บ้านฟาร์มสัมพันธกิจ | กว่า 250 ครัวเรือน |
| โรงเรียนบ้านเหมืองแดง (อำเภอแม่สาย) | นักเรียนและบุคลากรกว่า 700 คน |
การกระจายระบบในลักษณะนี้นอกจากจะช่วยให้ประชาชนเข้าถึงน้ำสะอาดเพื่อการบริโภค ยังช่วยดูแลสุขอนามัยของเด็กนักเรียนและบุคลากรในสถานศึกษา รวมทั้งลดความเสี่ยงต่ออาชีพที่พึ่งพาะน้ำในการประกอบกิจกรรมต่าง ๆ
เหตุผลเบื้องหลังและความสำคัญเชิงสาธารณสุข
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีชี้ว่า เมื่อปัญหาสารหนูและโลหะหนักกลายเป็นโจทย์คุณภาพน้ำ งานวิจัยต้องไม่หยุดอยู่ที่ห้องทดลอง แต่ต้องลงสู่ชุมชนเพื่อแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม ความร่วมมือระหว่างหน่วยงานวิชาการและหน่วยงานภาคพื้นเป็นกุญแจสำคัญในการจัดการความเสี่ยงด้านสุขภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชน
"น้ำสะอาดไม่ใช่เพียงเรื่องของน้ำประปา แต่คือพื้นฐานของสุขภาพและคุณภาพชีวิต ตั้งแต่การดื่ม ทำอาหาร และสุขอนามัย ไปจนถึงการเกษตรและการประกอบอาชีพ"
ข้อความดังกล่าวสะท้อนแนวคิดที่ว่าการจัดการคุณภาพน้ำมีผลกระทบข้ามมิติ ทั้งสุขภาพ ปากท้อง และเศรษฐกิจชุมชน โดยเฉพาะพื้นที่ริมแม่น้ำกกซึ่งเป็นแหล่งน้ำสำคัญของชุมชนหลายแห่งในจังหวัด
จุดเด่นของระบบและการดูแลระยะยาว
ระบบกรองที่นำเสนอนั้นเน้นไปที่ความจำเพาะของวัสดุดูดซับต่อสารหนูและโลหะหนัก รวมถึงความสามารถในการฟื้นฟูวัสดุกรองเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ ซึ่งจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการทดแทนวัสดุกรองและการบำรุงรักษาในระยะยาว นอกจากนี้ การมีข้อมูลวิทยาศาสตร์ประกอบการติดตั้งยังช่วยให้เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นสามารถวางแผนการจัดการน้ำได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
- การนำงานวิจัยไปใช้งานจริงช่วยลดความเสี่ยงด้านสุขภาพของชุมชน
- วัสดุดูดซับสามารถฟื้นฟูและนำกลับมาใช้ใหม่ ลดต้นทุนระยะยาว
- ระบบครอบคลุมทั้งครัวเรือน โรงเรียน และชุมชนที่อาศัยน้ำจากลำน้ำกก
แม้ว่าระบบจะผ่านการทดสอบและติดตั้งในพื้นที่นำร่องแล้ว แต่การขยายผลและการติดตามประสิทธิภาพในระยะยาวยังเป็นสิ่งจำเป็น โดยเฉพาะการตรวจวัดคุณภาพน้ำอย่างต่อเนื่องและการฝึกอบรมช่างท้องถิ่นเพื่อดูแลระบบให้คงประสิทธิภาพ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องต้องร่วมมือกันในระดับพื้นที่เพื่อให้ประชาชนได้รับผลประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน
การนำเทคโนโลยีจากงานวิจัยของไทยมาประยุกต์ใช้กับบริบทท้องถิ่นเป็นตัวอย่างการเชื่อมโยงระหว่างศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์กับความต้องการพื้นฐานของชุมชน ตลอดจนเปิดทางให้การพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อสาธารณประโยชน์ขยายตัวสู่พื้นที่อื่น ๆ ในอนาคต