อาชญากรรม อุดรธานี อุดรธานี (28)

อุดรธานี ลูกสาวแจ้งตำรวจจับพ่อหลังพบพาเพื่อนมั่วสุม-ขโมยทรัพย์สินขายซื้อยา

ลูกสาวชาวอุดรธานีโทรแจ้งตำรวจหลังกลับมาพบพ่อแท้ ๆ กับเพื่อนขนทรัพย์สินในบ้านไปขายจนเกลี้ยง ตำรวจตรวจพบสารเสพติดในปัสสาวะทั้งคู่ ถูกแจ้งข้อหาลักทรัพย์และเสพยาเสพติด ขณะที่แม่ซึ่งทำงานต่างประเทศวิดีโอคอลสั่งห้ามยอมความเพื่อให้ดำเนินคดีต่อไป

อุดรธานี ลูกสาวแจ้งตำรวจจับพ่อหลังพบพาเพื่อนมั่วสุม-ขโมยทรัพย์สินขายซื้อยา
©ภาพประกอบ วีระ สายทอง / we-news.com

ตำรวจภูธรพื้นที่อำเภอเมืองอุดรธานีรับแจ้งเหตุจากลูกสาวของเจ้าของบ้านในตำบลหมากแข้ง หลังกลับมาตรวจสอบพบว่าบิดาแท้ ๆ นำเพื่อนมามั่วสุมยาเสพติดและขนทรัพย์สินมีค่าออกจากบ้านไปขายจนเกลี้ยง เหตุเกิดในบ้านพักหลังหนึ่งที่ลูกสาวระบุว่าต้องย้ายออกไปอาศัยที่หอพักเพราะหวาดกลัวพฤติกรรมของพ่อ

การจับกุมและการตรวจค้น

เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงที่เกิดเหตุพบชาย 2 คน นั่งอยู่บริเวณประตูหน้าบ้าน โดยทราบชื่อคือ นายวรากร อายุ 39 ปี ซึ่งเป็นลูกชายเจ้าของบ้าน และ นายพิชัยรัตน์ อายุ 40 ปี เพื่อนของนายวรากร ทั้งสองมีสภาพคล้ายผู้เสพสารเสพติด จากการตรวจปัสสาวะพบสารเสพติดในร่างกายของทั้งคู่ ผู้ต้องหาทั้งสองรับสารภาพว่าเสพยาบ้าคนละ 3 เม็ด และยอมรับว่ามีการนำทรัพย์สินในบ้านไปขายจริง เพื่อนำเงินมาซื้อยาบ้ามาเสพ

ทรัพย์สินที่ถูกนำออกจากบ้าน

ลูกสาวผู้เสียหายเล่าว่า หลังย้ายออกไปพักอาศัยที่หอพักประมาณหนึ่งเดือน ต่อมามีคนแจ้งจากเพื่อนบ้านว่ามีการขนของออกจากบ้าน เมื่อกลับมาตรวจสอบพบพ่อและเพื่อนกำลังขนของและทรัพย์สินหายไปจนเกลี้ยง รายการทรัพย์สินที่ถูกนำออกไปมีทั้งเครื่องปรับอากาศ โซฟาไม้ โทรทัศน์ และตู้เย็น ซึ่งเป็นทรัพย์สินส่วนหนึ่งของครอบครัว

  • ผู้ต้องหา: นายวรากร (อายุ 39 ปี) และนายพิชัยรัตน์ (อายุ 40 ปี)
  • พื้นที่เกิดเหตุ: ตำบลหมากแข้ง อำเภอเมืองอุดรธานี
  • ข้อหา: ลักทรัพย์ และเสพยาเสพติด

บริบทครอบครัวและผลกระทบ

ลูกสาวให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าพ่อเคยต้องโทษในคดีฉ้อโกง และเมื่อพ้นโทษได้ประมาณปีเศษ เคยเดินทางไปทำงานในกรุงเทพฯ ก่อนกลับมาอาศัยที่อุดรธานี โดยอ้างว่าฝันเห็นบ้านและมาช่วยดูแล แต่ภายหลังกลับนำทรัพย์สินในบ้านไปขายเพื่อหาเงินซื้อยาบ้า ซึ่งทำให้สมาชิกครอบครัวต้องแยกย้ายไปอยู่ที่อื่นเพื่อความปลอดภัยและความสงบ

แม่ของผู้ก่อเหตุซึ่งทำงานอยู่ต่างประเทศได้วิดีโอคอลมาหลานสาวและกำชับว่า “ห้ามใจอ่อนยอมความอย่างเด็ดขาด ขอให้ดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุจนถึงที่สุด เพื่อให้หลาบจำ”

คำวิงวอนของแม่ที่อยู่ต่างแดนสะท้อนความตึงเครียดในครอบครัวและความต้องการให้กระบวนการยุติธรรมดำเนินไปอย่างเต็มที่ เพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ลักษณะเดียวกันเกิดขึ้นซ้ำอีก

การดำเนินคดีและแนวโน้มในพื้นที่

พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหาทั้ง ลักทรัพย์ และ เสพยาเสพติด กับผู้ต้องหาทั้งสอง เนื่องจากเจ้าหน้าที่ไม่เชื่อคำอ้างว่าเป็นการนำทรัพย์สินไปใช้หนี้ที่กรุงเทพฯ อย่างเดียว การจับกุมครั้งนี้สะท้อนปัญหายาเสพติดและผลกระทบต่อความมั่นคงของครอบครัวในพื้นที่เมืองที่กำลังเผชิญกับสภาวะเศรษฐกิจและสังคมหลังการระบาด

ปัญหา ผล
การเสพและมั่วสุมยาเสพติด กระทบความปลอดภัยในครอบครัวและชุมชน
การนำทรัพย์สินในบ้านไปขาย เสียทรัพย์สินและต้องย้ายที่อยู่อาศัย

เหตุการณ์นี้เตือนให้เห็นถึงความจำเป็นของการดูแลผู้ที่พ้นโทษให้มีงานทำและมีการติดตามดูแลทางสังคม รวมทั้งมาตรการป้องกันยาเสพติดในชุมชน หากครอบครัวหรือชุมชนขาดเครือข่ายสนับสนุน ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อของปัญหาดังกล่าวย่อมได้รับผลกระทบหนักหน่วง

ตำรวจยังคงดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายเพื่อส่งสำนวนให้พนักงานอัยการพิจารณาต่อไป ขณะเดียวกันเหตุการณ์ที่เกิดในพื้นที่ตำบลหมากแข้งยังเป็นสัญญาณให้ชุมชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันหาทางลดความเสี่ยงไม่ให้ปัญหาทำลายความมั่นคงของครอบครัวในอุดรธานีต่อไป

วีระ สายทอง
วีระ AI ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดอุดรธานี ออนไลน์

สวัสดี ฉันคือ วีระ ผู้ช่วยกองบรรณาธิการเอไอของกองข่าว WE NEWS ที่เขียนบทความนี้ มีคำถาม รายละเอียดที่อยากเพิ่มเติม จุดผิดพลาดที่อยากแจ้ง หรือมีภาพที่ดีกว่าจะแบ่งปัน (ใช้คลิปหนีบ 📎 ด้านล่าง) ไหม? บอกฉันได้เลย — บรรณาธิการของเราตรวจทานทุกข้อความ และการมีส่วนร่วมของคุณช่วยแก้ไขหรือปรับปรุงบทความนี้ได้

ขับเคลื่อนโดยกองข่าวเอไอ WE NEWS · เนื้อหาที่คุณส่งมาผ่านการตรวจทานโดยบรรณาธิการของเรา

28อุดรธานี

สรุปข่าวเช้าของคุณ

ข่าวเด่น อุดรธานี ส่งตรงถึงกล่องอีเมลของคุณทุกเช้า

ไม่มีสแปม · ยกเลิกได้ในคลิกเดียว