คืนวันที่ 12 สิงหาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองอุดรธานี รับแจ้งเหตุจากเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของ ศูนย์การค้าขนาดใหญ่ใจกลางเมืองอุดรธานี ว่าเกิดเหตุชายตามง้อหญิงซึ่งเป็นอดีตภรรยาแล้วเกิดอาละวาดและพยายามรังควานจนเกิดการกระชากลากกันในบริเวณโรงจอดรถด้านหลังศูนย์การค้า เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความวุ่นวายและความหวาดกลัวแก่ผู้ใช้บริการในพื้นที่ จนต้องมีการประสานตำรวจสายตรวจเดินทางไปยังจุดเกิดเหตุทันที
ควบคุมตัวผู้ก่อเหตุที่มีลักษณะคล้ายเสพสารเสพติด
เมื่อไปถึงพบเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยควบคุมตัวชายคนหนึ่งซึ่งนั่งโวยวายอยู่บนพื้น ทราบชื่อภายหลังว่าเป็นนายณัฐวุฒิ อายุ 32 ปี ชาวอำเภอบ้านผือ เจ้าหน้าที่จึงนำตัวมาตรวจสอบเพิ่มเติม พบว่าผู้ก่อเหตุมีอาการคล้ายผู้ที่เสพสารเสพติด และพยายามหลบหนีโดยวิ่งไปทางลานจอดรถของโรงแรมที่ติดกับศูนย์การค้า แต่สุดท้ายถูกควบคุมตัวไว้ได้
พื้นเพความสัมพันธ์และข้อกล่าวหา
ผู้เสียหายคือนางศรีสุดา อายุ 32 ปี เป็นชาวอำเภอบ้านผือเช่นกัน ทำงานเป็นพนักงานแผนกซุปเปอร์มาร์เก็ตภายในศูนย์การค้า ทั้งสองเคยคบหากันตั้งแต่สมัยเรียนมัธยม ก่อนจะย้ายเข้ามาทำงานและเช่าหอพักอยู่ในตัวเมืองอุดรธานีร่วมกันประมาณ 1 ปี
หลังจากความสัมพันธ์ยุติลงเมื่อประมาณ 1 เดือนก่อน ผู้เสียหายได้ย้ายออกไปเช่าหอพักใหม่และแจ้งความขอความคุ้มครองต่อ สภ.เมืองอุดรธานี เนื่องจากถูกอดีตสามีคุกคามและรังควาน หลังจากนั้นอดีตสามียังตามมาง้อเป็นระยะ จนเกิดเหตุเดือดร้อนในพื้นที่สาธารณะดังกล่าว
การสอบสวนเบื้องต้นและคำรับสารภาพ
ตำรวจได้ควบคุมตัวนายณัฐวุฒิไปที่สถานีตำรวจเมืองอุดรธานีเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง และดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพต่อเจ้าหน้าที่ว่ามีการเสพยาบ้าก่อนมาง้ออดีตภรรยาจำนวน 1 เม็ด และยอมรับว่าได้จับคออดีตภรรยาในจังหวะที่พยายามหนีไปโดยยืนยันว่าไม่ได้ตั้งใจทำร้าย แต่เป็นการพยายามห้ามไม่ให้ฝ่ายหญิงขี่รถหนี
“ตนยอมรับว่าเสพยาบ้าก่อนจะมาง้อเขา 1 เม็ดจริง ตนรู้สึกเจ็บปวดใจ เขาไม่นึกถึงตอนที่ชวนกันเข้ามาทำงานในตัวเมืองอุดรธานีด้วยกันเลย”
ผู้เสียหายระบุว่าได้แจ้งความไว้ก่อนหน้านี้แล้วเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2569 เพราะอดีตสามีมีพฤติกรรมคุกคามซ้ำ ๆ ทำให้ชีวิตไม่เป็นปกติสุข จึงขอให้เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายและคุ้มครองความปลอดภัย
ผลกระทบต่อชุมชนและมาตรการที่ต้องติดตาม
เหตุการณ์เกิดขึ้นกลางศูนย์การค้าที่มีผู้คนพลุกพล่าน สะท้อนปัญหาการคุกคามทางอารมณ์และความรุนแรงในครอบครัวที่ลุกลามสู่พื้นที่สาธารณะ อีกทั้งการมีสารเสพติดเข้ามาเกี่ยวข้องยิ่งซับซ้อนต่อการบำบัดฟื้นฟูและการดำเนินคดีของเจ้าหน้าที่
ข้อมูลจากเหตุการณ์ชี้ให้เห็นความจำเป็นในการประสานงานระหว่างเจ้าหน้าที่สถานีตำรวจ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของสถานประกอบการ และหน่วยงานสังคมสงเคราะห์เพื่อให้การคุ้มครองผู้เสียหายและป้องกันเหตุซ้ำซ้อน รวมถึงการตรวจสารเสพติดและการดำเนินคดีตามกฎหมายกับผู้กระทำความผิด
- เวลาเหตุการณ์: คืนวันที่ 12 สิงหาคม (ปี พ.ศ. 2569)
- สถานที่: โรงจอดรถหลังศูนย์การค้าใจกลางตัวเมืองอุดรธานี