ที่จังหวัดขอนแก่น นายวัฒนา ช่างเหลา อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ขอนแก่น แถลงยอมรับคำสั่งของศาลอุทธรณ์ภาค 4 ที่มีคำสั่งให้มีการจัดการเลือกตั้งนายก อบจ.ขอนแก่นใหม่ พร้อมยืนยันว่าในคำสั่งศาลได้ระบุชัดเจนว่าไม่มีพยานหลักฐานที่รับฟังได้ว่าเขาเป็นผู้ก่อ ใช้ สนับสนุน หรือรู้เห็นเป็นใจในการกระทำความผิด และขอขอบคุณศาลที่ให้ความเป็นธรรมและคืนความบริสุทธิ์ให้กับตนเอง
ยอมรับคำสั่งศาล แต่ประกาศสู้ต่อเพื่อสานงานที่ค้างไว้
วัฒนาแสดงความเคารพต่อคำสั่งศาล โดยระบุเหตุผลสำคัญที่ศาลเห็นสมควรให้มีการเลือกตั้งใหม่ว่า แม้คะแนนระหว่างตนกับผู้ที่ได้อันดับ 2 จะห่างกันไม่มาก แต่หากให้มีการนับคะแนนใหม่อาจเกิดข้อครหาและกระทบต่อชื่อเสียงของจังหวัดขอนแก่น จึงต้องยอมรับกระบวนการทางกฎหมาย ขณะเดียวกันประกาศจะลงสมัครรับเลือกตั้งตำแหน่งนายก อบจ.ขอนแก่นอีกสมัย เพื่อปกป้องศักดิ์ศรีของชาวขอนแก่นและสานต่องานที่ทีมบริหารชุดก่อนทำค้างไว้
- เป้าหมายการลงสมัคร : สานต่องานเมกะโปรเจกต์ระดับจังหวัด-อำเภอ
- โครงการเน้นย้ำ : โครงการเส้นเลือดฝอยระดับตำบลและหมู่บ้าน
- เหตุผลทางกฎหมาย : ศาลอุทธรณ์ระบุไม่มีพยานหลักฐานรับฟังได้ว่าตนมีส่วนเกี่ยวข้องกับการซื้อเสียง
"ผมขอประกาศลงสมัครในตำแหน่งนายก อบจ.ขอนแก่น อีกสมัย เพื่อปกป้องศักดิ์ศรีของชาวขอนแก่น และเข้ามาสานต่องานที่ผมและทีมบริหารชุดที่ผ่านมาได้ทำค้างไว้ ทั้งโครงการ Mega Project ระดับจังหวัดและอำเภอ รวมไปถึงโครงการเส้นเลือดฝอยในระดับตำบลและหมู่บ้าน"
ที่มาของคำสั่งศาลและข้อเรียกร้องของ กกต.
เรื่องดังกล่าวมีต้นทางจากมติของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่เคยมีมติให้ใบเหลืองแก่วัฒนา และยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อให้มีการเลือกตั้งใหม่ โดยกล่าวหาว่ามีพฤติการณ์ที่อาจฝ่าฝืนพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม พ.ศ.2569 ศาลอุทธรณ์ภาค 4 อ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ ลต.อบจ.1/2569 ระหว่าง กกต. ผู้ร้อง กับ วัฒนา ช่างเหลา ผู้คัดค้าน ซึ่งศาลระบุในคำสั่งว่าพฤติการณ์ของพยานฝั่ง กกต.มีความน่าเชื่อถือ และเห็นว่ามีเหตุให้การเลือกตั้งส่อไปในทางทุจริตและไม่โปร่งใส จึงมีคำสั่งให้จัดการเลือกตั้งใหม่เพื่อป้องกันความเสียหายต่อชื่อเสียงของจังหวัด
ถึงแม้ศาลจะชี้ว่าหลักฐานจากฝ่ายหนึ่งมีความน่าเชื่อถือ แต่ศาลเองก็ระบุชัดว่าไม่มีพยานหลักฐานรับฟังได้ว่าผู้คัดค้านเป็นผู้ก่อหรือมีส่วนร่วมในการกระทำผิด ตามคำแถลงของวัฒนา ทำให้สถานะความบริสุทธิ์ของเขาถูกยืนยันในส่วนนี้
ผลกระทบต่อการพัฒนาและความคาดหวังของประชาชนขอนแก่น
การที่ศาลสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ย่อมมีผลกระทบต่อแผนงานและโครงการพัฒนาของจังหวัด หากเกิดความล่าช้าหรือการเปลี่ยนผ่านอาจสร้างรอยต่อในการบริหารจัดการโครงการที่มีผลต่อประชาชนในระดับตำบลและหมู่บ้าน โดยเฉพาะโครงการที่วัฒนาเน้นเรียกว่า "เส้นเลือดฝอย" ซึ่งเป็นโครงการที่มุ่งช่วยเหลือประชาชนระดับรากหญ้า
ในอีกด้าน ชาวขอนแก่นจำนวนหนึ่งให้ความสำคัญต่อภาพลักษณ์ของจังหวัด การที่ศาลเห็นว่ามีเหตุสู่การเลือกตั้งใหม่เพื่อลดข้อครหาเรื่องการซื้อสิทธิขายเสียง เป็นการตัดสินใจที่คำนึงถึงมิติของชื่อเสียงจังหวัด แต่ก็สร้างคำถามต่อความต่อเนื่องของงานพัฒนา
| ประเด็น | สถานะตามคำสั่ง |
|---|---|
| ความบริสุทธิ์ของวัฒนา | ศาลระบุไม่มีพยานหลักฐานรับฟังได้ว่ามีส่วนร่วม |
| การเลือกตั้ง | ศาลมีคำสั่งให้เลือกตั้งใหม่ |
| มติ กกต. | เคยให้ใบเหลืองและยื่นคำร้องต่อศาล |
สำหรับผู้มีสิทธิออกเสียงและผู้เกี่ยวข้องในขอนแก่น เหตุการณ์นี้เป็นการเปลี่ยนหน้าหนึ่งของการเมืองท้องถิ่นที่ต้องติดตามผลต่อไป ทั้งในมิติของกระบวนการยุติธรรมและมิติการบริหารจัดการโครงการพัฒนาที่ประชาชนคาดหวังว่าจะเดินหน้าต่อได้โดยไม่สะดุด
ในฐานะผู้สื่อข่าวประจำจังหวัด ผมเห็นว่าการเลือกตั้งครั้งใหม่จะเป็นโอกาสให้ประชาชนขอนแก่นได้แสดงเจตจำนงทางการเมืองอย่างโปร่งใสและเป็นการทดสอบว่าผู้สมัครคนใดสามารถตอบโจทย์การพัฒนาท้องถิ่นได้จริง ทั้งนี้ควรมีการติดตามการกำหนดวันเลือกตั้งและการเตรียมการของทุกฝั่งอย่างใกล้ชิดต่อไป