เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 2 พร้อมด้วยกำลังจากสถานีตำรวจภูธรระเบาะไผ่ และฝ่ายปกครองอำเภอศรีมหาโพธิ จังหวัดปราจีนบุรี ขยายผลปฏิบัติการเชิงรุกตามแผน "Operation 90 Days ผ่าแผนยุทธการ 90 วัน พิฆาตยาเสพติด" ด้วยการปิดล้อมตรวจค้นหลายจุดในพื้นที่รับผิดชอบ ผลการปฏิบัติการระหว่างวันที่ 5–6 สิงหาคม พ.ศ. 2569 พบการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดและจับกุมผู้ต้องหาได้รวม 9 ราย พร้อมของกลางเป็นยาบ้าจำนวน 176 เม็ด พร้อมนำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย
การดำเนินงานและข้อกฎหมาย
เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนและงานป้องกันปราบปรามของ สภ.ระเบาะไผ่ ร่วมกับฝ่ายปกครองลงพื้นที่ตรวจค้นเป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับการจำหน่ายและการครอบครองยาเสพติด ผลการตรวจค้นนำไปสู่การจับกุมผู้ต้องหา ทั้งในความผิดฐาน มียาเสพติดประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และความผิดฐานเสพยาเสพติดประเภท 1 ตามพฤติการณ์ของแต่ละราย
การประสานงานและความต่อเนื่องของการปราบปราม
ตำรวจภูธรภาค 2 ระบุว่า การปราบปรามยาเสพติดเป็นภารกิจที่ต้องดำเนินอย่างต่อเนื่อง โดยจะยังคงบูรณาการกำลังทุกฝ่าย ทั้งการสืบสวน ปิดล้อม ตรวจค้น และกวาดล้าง เพื่อป้องกันไม่ให้ยาเสพติดแพร่กระจายในชุมชน และเพื่อสร้างความปลอดภัยและความมั่นใจให้กับประชาชนในพื้นที่
ผลกระทบในระดับท้องถิ่น
การจับกุมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามลดการแพร่ระบาดของยาเสพติดในพื้นที่อำเภอศรีมหาโพธิและตำบลใกล้เคียง ซึ่งหากการดำเนินงานต่อเนื่องและมีประสิทธิผล จะช่วยลดความเสี่ยงต่อปัญหาอาชญากรรมและผลกระทบเชิงสังคมที่เกี่ยวเนื่อง เช่น ปัญหาการใช้สารเสพติดในกลุ่มเยาวชน ความรุนแรงในครอบครัว และภาระด้านระบบสาธารณสุข
คำแนะนำและการมีส่วนร่วมของชุมชน
เจ้าหน้าที่เน้นย้ำความสำคัญของการแจ้งเบาะแสจากประชาชน หากพบเห็นพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ขอให้แจ้งข้อมูลต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง เพื่อลดช่องว่างในการสืบสวนและเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันและปราบปราม
- จำนวนผู้ต้องหา: 9 ราย
- ของกลาง: ยาบ้า 176 เม็ด
- พื้นที่ปฏิบัติการหลัก: อำเภอศรีมหาโพธิ และเขตอำนาจของ สภ.ระเบาะไผ่ จังหวัดปราจีนบุรี
การดำเนินคดีต่อผู้ต้องหา
หลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งมอบให้พนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรระเบาะไผ่ เพื่อดำเนินคดีตามกระบวนการทางกฎหมายต่อไป เบื้องต้นถูกดำเนินคดีในความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติด ซึ่งมีบทลงโทษทั้งด้านการครอบครองเพื่อจำหน่ายและการเสพ
"ยาเสพติดเป็นภัยต่อชุมชน ร่วมกันแจ้งเบาะแส ร่วมกันหยุดยาเสพติด"
จากกรณีดังกล่าว เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าการปฏิบัติการเชิงรุกในลักษณะนี้ จะต้องอาศัยข้อมูลเชิงลึก การสืบสวนขยายผล และการสนับสนุนจากภาคประชาชน ทั้งนี้ เพื่อให้การปราบปรามยั่งยืนและลดการกลับมาของเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติดในพื้นที่
สำนักงานข่าวท้องถิ่นจะติดตามความคืบหน้าการดำเนินคดีและการขยายผลของการสืบสวนในพื้นที่ต่อไป หากมีการแถลงเพิ่มเติมจากเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือฝ่ายปกครอง เราจะรายงานให้ทราบ