ที่ทำเนียบรัฐบาลเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2569 รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงแนวทางการพัฒนาท่าเรือน้ำลึกของจังหวัดสงขลา โดยเตรียมเสนอให้สำนักงานสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) ดำเนินการศึกษาโครงการท่าเรือน้ำลึกแห่งใหม่ที่อำเภอ จะนะ ซึ่งจะออกแบบให้เป็นพื้นที่กึ่งนิคมอุตสาหกรรมและเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนร่วมลงทุน
ข้อจำกัดของท่าเรือสงขลาเป็นเหตุผลสำคัญ
การพิจารณาศึกษาโครงการครั้งนี้มีสาเหตุหลักจากข้อจำกัดทางกายภาพของท่าเรือสงขลาเดิม ซึ่งไม่สามารถขุดลอกเพิ่มความลึกของแนวทะเลให้เกินกว่า 9 เมตร ได้ โดยมีปัญหาเรื่องรากหินและบริเวณที่เรียกว่าเขาหัวแดง ซึ่งเป็นที่ตั้งของโบราณสถาน ส่งผลให้การขยายท่าเรือเพื่อรองรับเรือบรรทุกสินค้าขนาดใหญ่มีข้อจำกัด
“...ท่าเรือสงขลาไม่สามารถขยายได้ เพราะความลึกที่จะลอกเกินกว่า 9 เมตร ซึ่งติดกับรากหิน เรียกว่าเขาหัวแดง เป็นที่ตั้งของโบราณสถาน...”
ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนความกังวลของภาคผู้ส่งออกในพื้นที่ที่ประสบปัญหาความแออัดของท่าเรือ และมีความจำเป็นต้องหาทางออกเพื่อรองรับการขนส่งสินค้าที่มีแนวโน้มใช้เรือขนาดใหญ่ขึ้น
กรอบการศึกษาจะเป็นอย่างไร
รองนายกรัฐมนตรีระบุว่าโครงการจะนำเสนอเป็นชุดเพื่อนำเข้าไปในที่ประชุมของสภาพัฒน์ ซึ่งรวมถึงการพิจารณาด้านผังเมือง ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และบทบาทของภาคเอกชนในการลงทุน โดยโครงการพัฒนาที่จะนะจะไม่ใช่แค่ท่าเรือเท่านั้น แต่มีแนวคิดให้เป็นพื้นที่กึ่งนิคมอุตสาหกรรมควบคู่ไปกับท่าเทียบเรือ
- การมอบหมายให้สภาพัฒน์ศึกษาเป็นการเปิดช่องทางให้มีการทบทวนและออกแบบโครงการอย่างรอบด้าน
- จะมีการนำข้อมูล SCA (social and community assessment) มาใช้ประกอบการพิจารณา
- หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมถึงกรมเจ้าท่าและกระทรวงมหาดไทยจะมีบทบาทในการเก็บข้อมูลและประเมินผลกระทบ
ผลกระทบต่อท้องถิ่นและการลงทุน
หากผลการศึกษาสนับสนุนการก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกที่จะนะ จะเปิดโอกาสให้เกิดการลงทุนจากภาคเอกชนในรูปแบบกึ่งนิคมอุตสาหกรรม ซึ่งอาจนำไปสู่การจ้างงาน การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และการเพิ่มศักยภาพการส่งออกของจังหวัดสงขลาและภาคใต้ อย่างไรก็ตาม การพัฒนาโครงการเช่นนี้ย่อมต้องมีการประเมินผลกระทบต่อชุมชน สิ่งแวดล้อมชายฝั่ง และแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมอย่างรอบคอบ
กรอบการดำเนินการและขั้นตอนถัดไป
แหล่งข่าวระบุว่าจะมีการรวบรวมข้อเสนอและโครงการจากจังหวัดสงขลาเพื่อส่งผ่านกระทรวงมหาดไทยไปยังสภาพัฒน์ โดยการประชุมเกี่ยวข้องจะมีขึ้นอีกครั้งในวันที่ 31 สิงหาคม - 1 กันยายน ในการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ที่จังหวัดสงขลา
| ประเด็น | สถานะ / หมายเหตุ |
|---|---|
| การมอบหมายศึกษา | สภาพัฒน์ได้รับมอบหมายให้ศึกษาโครงการ |
| ข้อจำกัดท่าเรือสงขลา | ไม่สามารถขุดลอกความลึกเกิน 9 เมตร เนื่องจากรากหินและโบราณสถาน |
| รูปแบบโครงการ | ท่าเรือน้ำลึกควบคู่พื้นที่กึ่งนิคมอุตสาหกรรม ลงทุนโดยภาคเอกชน |
การผลักดันโครงการลักษณะนี้จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ท้องถิ่น ภาคเอกชน และชุมชนเพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างสมดุล ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม จังหวัดสงขลากำลังอยู่ในช่วงปรับผังและวางแนวทางการพัฒนาเพื่อรองรับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในภูมิภาค โดยเฉพาะพื้นที่ชายฝั่งที่มีศักยภาพด้านการขนส่งทางทะเล
แม้แนวคิดจะนำท่าเรือน้ำลึกไปไว้ที่จะนะจะได้รับความสนใจ แต่ขั้นตอนการศึกษาและการประเมินผลยังต้องเดินหน้าต่อเพื่อให้ชัดเจนทั้งด้านเทคนิค ผลกระทบต่อชุมชน และความเหมาะสมเชิงนโยบาย ก่อนที่จะเข้าสู่ขั้นตอนอนุมัติชุดโครงการหรือการระดมทุนจากภาคเอกชน
ผู้อ่านที่เกี่ยวข้องกับภาคการส่งออกและชุมชนชายฝั่งสามารถติดตามความคืบหน้าของการศึกษาครั้งนี้ได้จากการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่จะจัดขึ้นในจังหวัดสงขลาในช่วงปลายเดือนสิงหาคม