วันที่ 1 กันยายน พ.ศ.2569 กระทรวงพลังงานลงพื้นที่จังหวัดสงขลาเพื่อตรวจติดตามความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน โดยมุ่งเน้นสถานีไฟฟ้าแรงสูงกระแสตรงคลองแงะ ซึ่งตั้งอยู่ในอำเภอสะเดา และการดำเนินงานของบริษัท Trans Thai‑Malaysia (Thailand) จำกัด (TTM) ในอำเภอจะนะ การลงพื้นที่ครั้งนี้มีเป้าหมายเสริมความมั่นคงของระบบไฟฟ้าภาคใต้ รองรับการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด และเตรียมขยายการเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน
บทบาทสำคัญของสถานีคลองแงะต่อระบบไฟฟ้าภาคใต้
สถานีไฟฟ้าแรงสูงกระแสตรงคลองแงะเป็นจุดเชื่อมโยงโครงข่ายหลักระหว่างภาคกลางกับภาคใต้ รวมทั้งเป็นหนึ่งในจุดเชื่อมแลกเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าระหว่างประเทศไทยกับมาเลเซียที่มีการซื้อขายกันตั้งแต่ปี พ.ศ.2545 โดยระบบเชื่อมโยงดังกล่าวช่วยให้การบริหารพลังงานมีความยืดหยุ่น สามารถใช้กำลังไฟฟ้าสำรองในยามฉุกเฉิน และเพิ่มความมั่นคงของระบบโดยรวม
แผนการพัฒนาขยายบทบาท TTM และการรองรับพลังงานสะอาด
ในการลงพื้นที่ เยี่ยมชมการดำเนินงานของบริษัท TTM ที่อำเภอจะนะ ชี้ให้เห็นความเป็นไปได้ในการยกระดับบทบาทจากผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานไปสู่การเป็น “Value Creator” โดยการต่อยอดธุรกิจสู่การลงทุนในโซลาร์ฟาร์ม ระบบดักจับและกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ (CCUS) และการผลิตไบโอมีเทน ซึ่งสอดคล้องกับแนวนโยบายการรับซื้อไฟฟ้าสะอาดจากภาคครัวเรือนและหน่วยงานภาคเอกชน
“การลงพื้นที่สถานีไฟฟ้าแรงสูงกระแสตรงคลองแงะในครั้งนี้ เพื่อมาตรวจติดตามการลงทุนติดตั้งระบบปรับปรุงเสถียรภาพไฟฟ้าในสายส่ง หรือระบบสแตทคอม ซึ่งถือเป็น 1 ใน 5 แห่งทั่วประเทศ ที่จะช่วยให้การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานเป็นไปอย่างราบรื่น”
คำกล่าวข้างต้นสะท้อนถึงความพยายามในการปรับปรุงเสถียรภาพโครงข่ายให้รองรับการเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนที่มีความผันผวนทางการผลิต อีกทั้งเป็นการเตรียมโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับการเชื่อมต่อระบบไฟฟ้ากับประเทศเพื่อนบ้านในระดับภูมิภาค
เชื่อมโยงสู่โครงการระดับอาเซียน
การเชื่อมโยงไฟฟ้าไทย‑มาเลเซียเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ LTMS‑PIP (Lao PDR‑Thailand‑Malaysia‑Singapore on Power Integration Project) ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการแลกเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าในระดับภูมิภาค และถือเป็นรากฐานสำคัญของแนวคิด ASEAN Power Grid ที่มุ่งสร้างความร่วมมือด้านพลังงานระหว่างประเทศในอาเซียน
- เสริมเสถียรภาพโครงข่ายในภาคใต้ด้วยระบบสแตทคอม
- รองรับการรับซื้อไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานสะอาดในประเทศ
- เตรียมความพร้อมเชื่อมโยงไฟฟ้ากับมาเลเซียและโครงการระดับอาเซียน
ผลกระทบต่อเศรษฐกิจภาคใต้และความมั่นคงพลังงาน
ภาคใต้ของไทยกำลังขยายตัวทั้งด้านเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม และการท่องเที่ยว การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานที่มีความมั่นคงจะสนับสนุนการเติบโตดังกล่าวได้ ทั้งในมิติของการดึงดูดการลงทุน การสร้างงาน และการเพิ่มความเชื่อมโยงทางการค้ากับประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพื้นที่ชายแดนทางใต้มีบทบาทสำคัญในการเป็นจุดผ่านของเครือข่ายพลังงานภูมิภาค
ข้อมูลสำคัญของจุดติดตั้ง
| สถานที่ | อำเภอ | บทบาท |
|---|---|---|
| สถานีไฟฟ้าแรงสูงกระแสตรงคลองแงะ | สะเดา | จุดเชื่อมโยงระบบส่งไฟฟ้าภาคใต้กับภาคกลาง และเชื่อมโยงการแลกเปลี่ยนไฟฟ้ากับมาเลเซีย |
| Trans Thai‑Malaysia (Thailand) จำกัด (TTM) | จะนะ | ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐาน เตรียมต่อยอดสู่โซลาร์ฟาร์มและโครงการด้านคาร์บอน |
แนวทางที่กระทรวงพลังงานนำเสนอยังสะท้อนทิศทางการวางนโยบายพลังงานของประเทศที่เน้นทั้งความมั่นคง ความยืดหยุ่นของระบบ และการสนับสนุนพลังงานสะอาด ซึ่งจะต้องอาศัยการลงทุนทั้งในเทคโนโลยีระบบส่งไฟฟ้า การเตรียมกฎเกณฑ์เชิงพาณิชย์สำหรับการซื้อขายข้ามพรมแดน และการประสานความร่วมมือกับภาคเอกชนและชุมชนท้องถิ่น
สำหรับประชาชนและหน่วยงานในพื้นที่ ความคืบหน้าของโครงการต่างๆ ในสงขลาจะมีผลโดยตรงต่อคุณภาพและความมั่นคงของการจ่ายไฟ รวมทั้งโอกาสจากการพัฒนาโครงการพลังงานหมุนเวียนและการลงทุนด้านสิ่งอำนวยความสะดวกที่เกี่ยวข้องในระยะต่อไป