ชี้แจงข้อกล่าวหาและท้าหลักฐาน
วันที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2569 นายนิพนธ์ บุญญามณี อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ออกมาโต้แย้งกรณีข่าวเกี่ยวกับ ที่ดินกุโบร์ท่ายาง ในพื้นที่ตำบลนาทับ อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา หลังถูกนำมาเชื่อมโยงกับนักการเมืองท้องถิ่น โดยยืนยันว่าไม่มีที่ดินแปลงใดในพื้นที่ดังกล่าวเป็นของตน พร้อมท้าผู้ที่อ้างมีหลักฐานให้เปิดเผยต่อสาธารณะ
ในข้อเรียกร้องนี้ นายนิพนธ์เน้นย้ำให้แยกแยะระหว่างข้อเท็จจริงกับการกล่าวหาในทางการเมือง และเตือนให้หลีกเลี่ยงการเผยแพร่ข่าวลือที่นำไปสู่การเชื่อมโยงบุคคลอื่นให้รับผิดแทน
หลักการรับผิดชอบตามกฎหมาย
โดยจุดยืนของนายนิพนธ์คือ หากการออกโฉนดเกิดขึ้นโดยมิชอบและทับที่สาธารณะ ผู้กระทำต้องรับผิดทั้งในด้านการเพิกถอนเอกสารสิทธิ์และการดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยไม่คำนึงถึงความเป็นญาติหรือฝ่ายการเมือง
“คนทำต้องรับผิด ไม่ใช่เอานามสกุลของคนอื่นไปรับผิดแทน ใครมีหลักฐานก็เอาออกมา อย่าพูดกันตามร้านน้ำชาแล้วเอามาแต่งเรื่องต่อ”
การเรียกร้องให้แสดงหลักฐานนี้เป็นการเน้นย้ำแนวทางการตรวจสอบเพื่อยุติการกล่าวหาที่อาจบ่อนทำลายความเชื่อมั่นของประชาชนในพื้นที่
ยกกรณีตัวอย่างคดีโบราณสถานเป็นมาตรฐาน
ในการชี้แจง นายนิพนธ์ได้ยกคดีลักลอบขุดดินในพื้นที่โบราณสถาน เขาน้อย-เขาแดง อำเภอ sิงหนคร ซึ่งศาลตัดสินลงโทษจำคุกจำเลยหลักรายละ 6 ปี และจำเลยอีกส่วนหนึ่งจำคุก 2 ปี พร้อมสั่งให้ชดใช้ค่าเสียหายรวมเป็นเงิน 10.5 ล้านบาท โดยคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 9 ยืนตามคำตัดสินเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 ตัวอย่างคดีนี้ถูกนำมาเปรียบเทียบเพื่อแสดงให้เห็นว่าหากมีการกระทำผิดเกี่ยวกับที่ดินหรือโบราณสถาน ขบวนการยุติธรรมจะดำเนินการตามหลักกฎหมาย
| กรณี | ผลคดี |
|---|---|
| เขาน้อย-เขาแดง (อ.สิงหนคร) | จำคุกหลัก 6 ปี จำเลยบางราย 2 ปี พร้อมชดใช้ค่าเสียหาย 10.5 ล้านบาท |
ปัญหาในระดับพื้นที่และข้อเรียกร้อง
นายนิพนธ์ตั้งข้อสังเกตว่าการใช้เรื่องราวพื้นที่มาเป็นเครื่องมือทางการเมือง โดยเฉพาะการส่งต่อข้อมูลที่ยังไม่ได้ตรวจสอบ อาจกระทบต่อความสงบเรียบร้อยและชื่อเสียงของผู้ถูกกล่าวหา ในฐานะผู้เติบโตและมีรากฐานครอบครัวในตำบลนาทับ เขายืนยันว่าครอบครัวประกอบอาชีพและมีสถานประกอบการในพื้นที่สามารถตรวจสอบได้ และยืนยันถึงหลักการหาเงินอย่างสุจริต ปราศจากการเกี่ยวข้องกับการเล่นพนันหรือการใช้ตัวนอมินีซ่อนเร้นกิจกรรมผิดกฎหมาย
- เรียกร้องให้ผู้ที่มีหลักฐานเกี่ยวกับที่ดินกุโบร์นำออกมาแสดง
- เน้นว่าการดำเนินคดีต้องเกิดขึ้นกับผู้กระทำจริง ไม่ใช่เชื่อมโยงให้ผู้อื่นรับผิดแทน
- ยกคดีโบราณสถานเป็นตัวอย่างแนวปฏิบัติเมื่อมีการละเมิด
ประเด็นนี้จึงเปิดพื้นที่ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในระดับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานกฎหมายตรวจสอบที่มาของเอกสารสิทธิ์อย่างโปร่งใส เพื่อป้องกันการนำที่สาธารณะไปออกโฉนดโดยมิชอบและเพื่อรักษาผลประโยชน์ของชุมชนในจังหวัดสงขลา
สำหรับชาวสงขลา ประเด็นดังกล่าวยังสะท้อนความไวต่อความชอบธรรมของการถือครองที่ดินและการคุ้มครองทรัพยากรสาธารณะ จึงเป็นเรื่องที่ควรติดตามความคืบหน้าการตรวจสอบและการดำเนินการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป