รองประธานหอการค้าจังหวัดสงขลา ออกโรงชวนตั้ง คณะทำงานกระจายความเจริญ เพื่อแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำเชิงพื้นที่ หลังเข้าร่วมเวทีเสวนาระดับประเทศและพบว่าการจัดสรรงบประมาณไปยังภูมิภาคมีแนวโน้มถูกตัดทอน ขณะที่ศูนย์กลางการตัดสินใจยังคงอยู่ที่กรุงเทพฯ
สะท้อนจากเวทีเสวนา
ผู้แทนภาคเอกชนของสงขลาให้ข้อมูลว่า ในการเสวนาซึ่งรวมตัวผู้บริหารภาครัฐและภาคเอกชนจาก 76 จังหวัด พบว่ามีความรู้สึกถึงช่องว่างการพัฒนาและการประสานงานระหว่างส่วนกลางกับภูมิภาคมากขึ้น ทั้งในด้านการจัดสรรงบประมาณและการกำหนดนโยบาย ทำให้จังหวัดต่าง ๆ ยังคงต้องเข้ามาหาศูนย์กลางเพื่อขอการสนับสนุนและข้อมูล
ข้อความจากโพสต์สาธารณะของรองประธานหอการค้าจังหวัดสงขลาระบุว่า มีความกังวลว่า "ผมมาจากหาดใหญ่ ผมยังรู้สึกว่าผมอยู่ห่างไกลความเจริญอยู่เลย" ซึ่งสะท้อนความรู้สึกที่มีต่อการพัฒนาเชิงรวมศูนย์
"ผมมาจากหาดใหญ่ ผมยังรู้สึกว่าผมอยู่ห่างไกลความเจริญอยู่เลย"
ข้อเสนอเชิงนโยบาย
หนึ่งในข้อเสนอสำคัญคือการตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจเรื่องการกระจายความเจริญ (Area-based development) ที่ทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานรัฐและภาคเอกชน เพื่อออกแบบมาตรการที่ตอบโจทย์บริบทของแต่ละพื้นที่แทนการนำร่องจากส่วนกลางเพียงอย่างเดียว ข้อเสนอนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากโมเดลของประเทศที่ใช้แนวทางกระจายศูนย์การเติบโตไปยังภูมิภาคเป็นหลัก
ข้อกังวลเรื่องงบประมาณ
ในการระดมความเห็นมีการหยิบยกประเด็นการตัดงบประมาณพัฒนาจังหวัดว่าได้รับการหั่นลดอย่างมีนัยสำคัญ จนทำให้หลายคนตั้งคำถามถึงความจำเป็นของแผนพัฒนาและการจัดสรรงบฯ ในรูปแบบเดิม หากงบประมาณสำหรับโครงการพื้นฐานถูกลดลง จะส่งผลต่อการลงทุนด้านสาธารณูปโภค การส่งเสริมผู้ประกอบการท้องถิ่น และการลดความยากจนเชิงพื้นที่
ผลกระทบต่อหาดใหญ่และจังหวัดสงขลา
ตัวแทนท้องถิ่นเตือนว่า หากไม่มีการจัดสรรทรัพยากรที่เหมาะสมและการประสานงานในเชิงพื้นที่ อาจทำให้ศักยภาพเศรษฐกิจของเมืองหาดใหญ่และพื้นที่โดยรอบเผชิญความเสี่ยง ทั้งในแง่การลงทุน การจ้างงาน และการเพิ่มรายได้ให้ชุมชน โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับการเติบโตแบบรวมศูนย์ของกรุงเทพฯ
- เรียกร้องให้จัดตั้งคณะทำงานเฉพาะด้านด้านการกระจายความเจริญ
- ต้องการแนวทางการพัฒนาเชิงพื้นที่ (Area-based) มากขึ้น
- กังวลต่อการตัดงบจังหวัดและผลกระทบต่อโครงการสาธารณูปโภคและชุมชน
ความร่วมมือภายในจังหวัดเป็นกุญแจ
รองประธานหอการค้าชวนให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายในจังหวัดลดอคติและความขัดแย้งภายใน พลิกมาร่วมมือกันระหว่างภาครัฐ เอกชน และชุมชน เพื่อเสริมศักยภาพท้องถิ่น อาทิ การพัฒนาภาคการผลิต บริการ และการท่องเที่ยวเชิงพื้นที่ พร้อมทั้งสร้างเครือข่ายรองรับการผลิตและการตลาดของผู้ประกอบการท้องถิ่น
สิ่งที่ต้องติดตาม
ประเด็นที่ถกเถียงกันในเวทีระดับชาติครั้งนี้สะท้อนถึงความไม่สอดคล้องระหว่างนโยบายระดับชาติและสภาพจริงในพื้นที่ การตั้งคณะทำงานหรือกลไกใหม่เพื่อมุ่งแก้ปัญหาการกระจายความเจริญจะต้องมีรูปแบบการทำงานที่เชื่อมโยงทั้งการจัดสรรงบประมาณ การสร้างความเข้มแข็งของท้องถิ่น และการร่วมออกแบบนโยบายกับตัวแทนภูมิภาค หากไม่ได้รับการตอบสนองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ความเหลื่อมล้ำอาจขยายตัวมากขึ้นและส่งผลต่อการพัฒนาในระยะยาว
ผู้เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชนในจังหวัดสงขลายังต้องร่วมกันติดตามการเคลื่อนไหวในระดับชาติและเสนอแนวทางปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม เพื่อให้การพัฒนากระจายไปสู่ภูมิภาคอย่างเป็นระบบและยั่งยืน