การกีฬาแห่งประเทศไทยร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประกาศความพร้อมจัดงาน "GLOBAL MUAY THAI SONGKHLA FESTIVAL" ระหว่างวันที่ 29–30 กันยายน พ.ศ.2569 ณ ลานกิจกรรมสนามกีฬาติณสูลานนท์ บริเวณใกล้ชายหาดสมิหลา จังหวัดสงขลา โดยวางเป้าหมายให้กิจกรรมครั้งนี้ช่วยยกระดับมวยไทยสู่เวทีนานาชาติ พร้อมกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในพื้นที่
มุมมองการจัดงานและวัตถุประสงค์
ผู้จัดออกแบบเทศกาลในลักษณะผสมผสานระหว่างกีฬา ศิลปวัฒนธรรม และการสร้างประสบการณ์ เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนทุกกลุ่มเข้าถึงมวยไทย ทั้งในเชิงการเรียนรู้ การออกกำลังกาย การชมนานาชาติ และความบันเทิง โดยคาดหวังผลทางเศรษฐกิจจากการเพิ่มการเดินทางของนักท่องเที่ยว และการใช้จ่ายของผู้เข้าร่วมงาน
"มวยไทยไม่ได้เป็นเพียงศิลปะการต่อสู้ แต่เป็นทุนทางวัฒนธรรมของประเทศไทยที่สามารถต่อยอดสู่กีฬา สุขภาพ อาชีพ การท่องเที่ยว และการสร้างรายได้ให้กับชุมชน"
คำกล่าวข้างต้นสะท้อนทิศทางการใช้มวยไทยเป็นเครื่องมือขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และเป็นจุดเริ่มต้นของการผลักดันสงขลาให้เป็นจุดหมายด้านการท่องเที่ยวเชิงกีฬา
โปรแกรมกิจกรรม 2 วัน
งานจะจัดกิจกรรมหลากหลายที่เน้นให้เข้าถึงได้จริงจากทั้งนักกีฬา และประชาชนทั่วไป โดยมีไฮไลต์ที่สำคัญดังนี้
- 29 กันยายน: มาสเตอร์คลาสหรือ "คลินิกมวยไทย" สำหรับเยาวชนและประชาชน เปิดสอนทักษะพื้นฐานโดยนักมวยอาชีพโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย ช่วงเย็นมีการแสดงแม่ไม้มวยไทยจากโรงเรียนท้องถิ่น และการแข่งขันมวยไทยนานาชาติจำนวนหลายคู่
- 30 กันยายน: เสวนาในหัวข้อ "Fight for the Future" เพื่อตั้งคำถามและแลกเปลี่ยนมุมมองว่ามวยไทยจะเติบโตในฐานะไลฟ์สไตล์และแนวทางสุขภาพอย่างไร ร่วมด้วยกิจกรรมแข่งขันรูปแบบสถานี (GLOBAL MUAY THAI CHALLENGE) เปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าร่วม
- ภายในงานมีพื้นที่ให้ผู้ประกอบการท้องถิ่นจำหน่ายสินค้าและอาหารโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย เพื่อกระจายผลประโยชน์สู่ชุมชน
เป้าหมายเชิงตัวเลขและผลกระทบต่อท้องถิ่น
การกีฬาแห่งประเทศไทยตั้งเป้าผู้เข้าร่วมงานสะสมไม่น้อยกว่า 10,000 คน และประเมินว่าจะสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในจังหวัดสงขลาไม่น้อยกว่า 100 ล้านบาท ผ่านค่าใช้จ่ายด้านการเดินทาง ที่พัก อาหาร และการจับจ่ายของนักท่องเที่ยวและผู้เข้าร่วมกิจกรรม
| ตัวชี้วัด | เป้าหมาย |
|---|---|
| ผู้เข้าร่วมงาน (รวมตลอดงาน) | 10,000 คน |
| เม็ดเงินหมุนเวียนในพื้นที่ | 100 ล้านบาท |
| ระยะเวลา | 29–30 กันยายน พ.ศ.2569 |
ผู้จัดชี้ว่าการเลือกสงขลาเป็นสถานที่จัดงานมีเหตุผลทางยุทธศาสตร์ เพราะจังหวัดนี้เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวของภาคใต้ที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากและมีศักยภาพในการเชื่อมโยงผู้มาเยือนจากประเทศเพื่อนบ้าน เช่น มาเลเซีย รวมถึงกลุ่มนักท่องเที่ยวในภูมิภาคอาเซียน
การมีส่วนร่วมจากบุคคลสำคัญและข้อเสนอแนะต่อผู้มาร่วม
งานแถลงข่าวได้รับแขกรับเชิญจากวงการมวยและบุคคลที่สนับสนุนมวยไทยในมิติต่าง ๆ ซึ่งจะมีการขึ้นพูดคุยแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับศักยภาพของมวยไทยทั้งในเชิงกีฬาสำหรับการแข่งขัน สื่อบันเทิง และการสร้างแรงบันดาลใจ
สำหรับประชาชนที่สนใจเข้าร่วม ควรติดตามประกาศรายละเอียดการสมัครเข้าร่วมกิจกรรมการแข่งขันและมาสเตอร์คลาส รวมถึงมาตรการเกี่ยวกับการจราจร การจอดรถ และการรักษาความปลอดภัย ณ บริเวณสนามกีฬา เพื่อวางแผนการเดินทางและที่พักล่วงหน้า โดยเฉพาะช่วงปลายเดือนซึ่งอาจมีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น
การจัดเทศกาลครั้งนี้นอกจากจะเป็นเวทีแสดงศักยภาพมวยไทยแล้ว ยังเป็นการทดสอบโมเดลการนำศิลปวัฒนธรรมพื้นถิ่นไปเชื่อมโยงกับการพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น หากสามารถผลักดันให้เกิดการจับจ่ายและการค้างคืนเพิ่มขึ้นได้ตามเป้าหมาย ผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวและชุมชนรอบพื้นที่มีโอกาสได้รับผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม
รายงานจากสงขลาชี้ว่าการจัดงานที่ผสานมิติกีฬาและการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมเช่นนี้ จะต้องอาศัยการประสานงานระหว่างหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และชุมชนท้องถิ่นเพื่อให้การจัดงานทั้งด้านการบริการ ความปลอดภัย และการตลาดบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้