ฝนชะล้างหมอกควัน ส่งผลให้ทัศนวิสัยในหาดใหญ่ดีขึ้น
วันที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2569 สถานการณ์หมอกควันไฟป่าที่ล่องมาจากประเทศสาธารณรัฐอินโดนีเซียซึ่งปกคลุมพื้นที่จังหวัดสงขลาเป็นเวลากว่า 4 วัน มีแนวโน้มคลี่คลายลงเมื่อเทียบกับหลายวันที่ผ่านมา โดยเฉพาะในพื้นที่ตัวเมืองอำเภอหาดใหญ่ที่ปกติเป็น แอ่งกระทะทางภูมิศาสตร์ ทำให้กลุ่มควันสะสมและทัศนวิสัยลดลงอย่างรุนแรง
รายงานจากศูนย์วิจัยมลพิษทางอากาศและผลกระทบต่อสุขภาพ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ระบุว่าช่วงเช้าวันนี้ ค่าเฉลี่ยความเข้มข้นของฝุ่นละออง PM2.5 และ PM10 ลดลงมาอยู่ที่ 36.3 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เมื่อเทียบกับเมื่อวานที่พุ่งสูงเกิน 100 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ทำให้บรรยากาศกลับมากระจ่างขึ้นและประชาชนสามารถมองเห็นภูเขาเขาคอหงส์จากตัวเมืองหาดใหญ่ได้อีกครั้ง
ผลกระทบต่อชุมชนและคำแนะนำสำหรับประชาชน
แม้ภาพรวมคุณภาพอากาศจะดีขึ้น แต่ภาวะยังไม่กลับสู่ปกติอย่างเต็มที่ เจ้าหน้าที่และหน่วยงานด้านสาธารณสุขยังคงออกคำเตือนให้ประชาชนปฏิบัติตามคำแนะนำดังนี้
- หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้งเป็นเวลานาน โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ เด็กเล็ก และผู้สูงอายุ
- สวมหน้ากากอนามัยที่สามารถกรองฝุ่นละอองได้เมื่อจำเป็นต้องออกนอกอาคาร
- ตรวจสอบข้อมูลคุณภาพอากาศจากหน่วยงานท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง
สาเหตุและปัจจัยที่ส่งผลต่อสถานการณ์
สถานการณ์หมอกควันในจังหวัดสงขลาในครั้งนี้มาจากไฟป่าและการเผาในพื้นที่อินโดนีเซีย ซึ่งถูกพัดพามายังภาคใต้ของไทยโดยกระแสลม ทิศทางลมและปริมาณฝนเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดความรุนแรงและระยะเวลาของการปกคลุม ในช่วงที่ผ่านมาแม้ตัวเมืองหาดใหญ่มีการสะสมของควันอย่างหนัก แต่การมีฝนตกในหลายพื้นที่ของจังหวัดเมื่อวานนี้มีบทบาทสำคัญในการชะล้างฝุ่นละอองในชั้นบรรยากาศออกไปบางส่วน
| สถานะ | ค่า PM2.5/PM10 (ไมโครกรัม/ลบ.ม.) |
|---|---|
| เมื่อวานก่อนสภาพคลี่คลาย | > 100 |
| เช้าวันที่ 17 ก.ย. พ.ศ. 2569 | 36.3 |
ความไม่แน่นอนและการติดตามสถานการณ์ในระยะต่อไป
เจ้าหน้าที่ย้ำว่าการคลี่คลายในครั้งนี้ยังไม่ใช่การยืนยันว่าสถานการณ์จะดีขึ้นอย่างถาวร เนื่องจากไฟป่าในอินโดนีเซียยังไม่ได้ดับสนิทและทิศทางลมอาจพัดพามลพิษกลับเข้าสู่พื้นที่ได้อีก ข้อมูลจากศูนย์วิจัยฯ ชี้ว่า ทิศทางลม เป็นตัวแปรสำคัญ หากมีลมพัดจากทิศที่นำควันมายังภาคใต้ ภาพรวมคุณภาพอากาศอาจกลับมาทรุดตัวได้ในระยะเวลาอันสั้น
หน่วยงานสาธารณสุขและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงขอให้ประชาชนเฝ้าติดตามประกาศ เตรียมพร้อมมาตรการป้องกันตนเอง และลดกิจกรรมกลางแจ้ง หากมีอาการผิดปกติทางระบบทางเดินหายใจให้รีบปรึกษาแพทย์หรือหน่วยบริการสาธารณสุขใกล้บ้าน
สำหรับพื้นที่อื่นในจังหวัดที่ไม่ได้อยู่ในตัวเมือง อาจได้รับผลกระทบน้อยกว่า แต่การเฝ้าระวังร่วมกันและการปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังจำเป็นต่อการลดความเสี่ยงต่อสุขภาพของประชาชนโดยรวม