วันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2569 มีความเคลื่อนไหวสำคัญด้านการพัฒนาโครงข่ายขนส่งสาธารณะของจังหวัดสงขลา เมื่ออดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยและอดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา เดินทางเข้าพบผู้ว่าการ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เพื่อขอบคุณและหารือเกี่ยวกับความคืบหน้าของโครงการรถไฟฟ้าสายโมโนเรลจังหวัดสงขลา ตลอดจนแนวทางการศึกษาขยายเส้นทางในระยะที่ 2 เพื่อเชื่อมต่อกับท่าอากาศยานนานาชาติหาดใหญ่
ขอบข่ายโครงการและแนวทางการศึกษาระยะที่ 2
ตามข้อมูลที่เปิดเผย โครงการในระยะแรกมีแนวทางการก่อสร้างเป็นระบบโมโนเรล ระยะทางประมาณ 12.54 กิโลเมตร จำนวน 12 สถานี พร้อมศูนย์ซ่อมบำรุงบริเวณคลองหวะ โดยระยะที่ 2 จะเป็นการขยายเส้นทางจากสถานีขนส่งผู้โดยสาร (สถานีรถตู้) ไปยังสนามบินระยะทางราว 9.87 กิโลเมตร ทำให้ความยาวรวมของเส้นทางประมาณ 22.41 กิโลเมตร
| รายการ | ระยะทาง/จำนวน |
|---|---|
| ระยะแรก (คลองหวะ–สถานีรถตู้) | 12.54 กม. / 12 สถานี |
| ระยะที่ 2 (สถานีรถตู้–สนามบินหาดใหญ่) | 9.87 กม. |
| ความยาวรวมโครงการ | 22.41 กม. |
ที่มาของโครงการและการผลักดัน
แนวคิดระบบรถไฟฟ้าหาดใหญ่มีการผลักดันมาตั้งแต่ช่วงที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลาเป็นผู้ริเริ่ม โดยอบจ.เคยจัดงบประมาณเพื่อจ้างที่ปรึกษาศึกษาความเป็นไปได้และออกแบบก่อสร้าง แต่หน่วยงานท้องถิ่นขาดศักยภาพด้านงบประมาณในการดำเนินโครงการขนาดใหญ่ จึงผลักดันให้หน่วยงานระดับชาติที่มีหน้าที่รับผิดชอบเข้ามารับช่วงงาน เพื่อให้มีความเป็นไปได้ในการก่อสร้างจริง
ภายหลังมีการประสานงานร่วมกับกระทรวงคมนาคมและรฟม. ทำให้ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบให้รฟม.รับโครงการไปดำเนินการ โดยนำผลการศึกษาที่อบจ.ได้ทำไว้มาเป็นฐานข้อมูล ปรับปรุงให้สอดรับกับบริบทของพื้นที่ ก่อนผลักดันสู่ขั้นตอนต่อไป
สถานะทางกฎหมายและอำนาจดำเนินการ
ความคืบหน้าทางนโยบายที่สำคัญคือมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2569 ซึ่งอนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดจังหวัดให้รฟม.สามารถดำเนินกิจการรถไฟฟ้าเพิ่มเติมรวมถึงจังหวัดสงขลา ส่งผลให้รฟม.ได้อำนาจอย่างเป็นทางการในการศึกษาจัดทำโครงการและวางแผนการลงทุนสำหรับพื้นที่นี้
เหตุผลและประโยชน์ที่คาดหวัง
ผู้ที่เกี่ยวข้องระบุว่าการพัฒนาเมืองจำเป็นต้องเน้นการขนส่งผู้คนเข้าสู่พื้นที่เมืองมากกว่าการขนย้ายยานพาหนะ เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของจำนวนรถยนต์จะยิ่งเพิ่มปัญหาจราจร หากมีโครงข่ายรถไฟฟ้าจะช่วยส่งเสริมการใช้ขนส่งสาธารณะและลดปริมาณรถบนท้องถนน ซึ่งเป็นปัญหาที่หลายเมืองใหญ่พบเจอ
"การพัฒนาเมืองในอนาคตจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการขนคนเข้าเมือง มากกว่าการขนรถเข้าเมือง"
ผลกระทบต่อท้องถิ่นและประเด็นที่ต้องติดตาม
โครงการระดับภูมิภาคเช่นนี้จะมีผลต่อการวางผังเมือง การลงทุนภาคเอกชน การขยายตัวของธุรกิจบริการและการท่องเที่ยว โดยเฉพาะการเชื่อมโยงกับท่าอากาศยานซึ่งเป็นประตูการเดินทางของผู้โดยสารภายในและระหว่างประเทศ อย่างไรก็ดี การดำเนินโครงการยังต้องติดตามรายละเอียดด้านการเงิน การจัดหาที่ดิน ผลกระทบสิ่งแวดล้อม และการมีส่วนร่วมของชุมชนท้องถิ่น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่จะส่งผลต่อความสำเร็จของการก่อสร้างและการใช้ประโยชน์ในระยะยาว
- รฟม.จะจัดทำการศึกษาระยะที่ 2 เพื่อออกแบบเส้นทางและประมาณการงบประมาณ
- ผลการศึกษาเดิมของอบจ.จะนำมาเป็นฐานในการปรับปรุงให้เหมาะสมกับพื้นที่
- ความคืบหน้าทางกฎหมายช่วยให้อำนาจหน้าที่ของรฟม.ชัดเจนมากขึ้น
ในขั้นต่อไป ผู้เกี่ยวข้องทั้งหน่วยงานภาครัฐ ส่วนราชการท้องถิ่น และภาคประชาชน ควรติดตามข้อมูลการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและการจัดหางบประมาณอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การพัฒนาโครงข่ายรางของจังหวัดสงขลาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตอบสนองความต้องการของประชาชนในพื้นที่
รายงานจากสงขลา