เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม พ.ศ.2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ตรวจราชการที่จังหวัดขอนแก่น พร้อมจัดเวทีรับฟังปัญหาจากตัวแทน ส.ส. ในพื้นที่จังหวัดขอนแก่นและมหาสารคาม เพื่อร่วมพิจารณาแนวทางพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งและโลจิสติกส์ของภูมิภาค
จับปัญหาพื้นที่-เชื่อมเครือข่ายให้เป็นระบบ
การประชุมครั้งนี้มีผู้บริหารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมให้ข้อมูล ได้แก่ ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม อธิบดีกรมทางหลวง อธิบดีกรมการขนส่งทางบก อธิบดีกรมท่าอากาศยาน และผู้แทนการรถไฟแห่งประเทศไทย รวมทั้งรองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น และ ส.ส. ตัวแทนพื้นที่ รวมถึงผู้บริหารองค์กรท้องถิ่น
“การลงพื้นที่ครั้งนี้ตั้งใจมาเปิดรับฟังข้อมูลจริงจากตัวแทนประชาชน”
ส่วนข้อเสนอและปัญหาที่นำเสนอต่อคณะผู้แทนนั้นครอบคลุมทั้งประเด็นการจราจร น้ำท่วมขัง ถนนที่เป็นจุดเสี่ยงต่ออุบัติเหตุ รวมถึงการเชื่อมโยงท่าอากาศยานกับระบบทางบกและระบบรางเพื่อให้เกิดเครือข่ายขนส่งแบบไร้รอยต่อ
ปัญหาจราจร-น้ำท่วม และจุดเสี่ยงที่ต้องแก้ไข
ตัวแทนจากพื้นที่สะท้อนปัญหาหลายด้าน เช่น น้ำท่วมขังที่ส่งผลกระทบต่อการสัญจรบนทางหลวงหมายเลข 2040 ในช่วงวาปีปทุม-พยัคฆภูมิพิสัย-บุรีรัมย์ และความต้องการขยายช่องจราจรเป็น 4 ช่องบนบางช่วงเพื่อรองรับการท่องเที่ยวและการขนส่งสินค้า นอกจากนี้ยังมีข้อเรียกร้องให้แก้ไขจุดกลับรถที่เสี่ยงต่ออุบัติเหตุ เช่น บริเวณหน้าโรงเรียนบ้านขอนซ่อม อำเภอโนนศิลา และปัญหาถนนทางหลวงชนบทที่โอนรับมาจากท้องถิ่นแต่ขาดงบประมาณในการดูแลรักษา
- ขอขยายช่องจราจรบางเส้นทางเป็น 4 ช่องเพื่อรองรับการขนส่งและการท่องเที่ยว
- แก้ไขจุดกลับรถเสี่ยงอันตรยาในพื้นที่ตำบล/อำเภอต่าง ๆ
- หาแนวทางบริหารงบซ่อมบำรุงถนนทางหลวงชนบทที่รับโอนมาจากหน่วยงานท้องถิ่น
แนวคิดศูนย์กลางคมนาคมของขอนแก่น
สำนักงานทางหลวงที่ 7 (ขอนแก่น) ได้นำเสนอแนวทางยกระดับจังหวัดขอนแก่นเป็นศูนย์กลางการคมนาคมที่เชื่อมต่อทั้งทางถนน ระบบราง และการบิน โดยเริ่มจากท่าอากาศยานขอนแก่นเป็นจุดกระจายเข้าสู่เครือข่ายทางบกผ่านทางหลวงหมายเลข 2428 และเชื่อมต่อกับถนนสายหลัก ได้แก่ ทล.12, ทล.230 (วงแหวนรอบเมือง) และทล.2 (ถนนมิตรภาพ) เพื่อให้สามารถส่งต่อผู้โดยสารและสินค้าไปยังสถานีขนส่งผู้โดยสารแห่งที่ 3 และสถานีรถไฟสำคัญ เช่น สถานีท่าพระ และสถานีบ้านไผ่ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
| องค์ประกอบ | จุดเชื่อมต่อหลัก |
|---|---|
| ท่าอากาศยาน | ท่าอากาศยานขอนแก่น |
| ถนนเชื่อมต่อ | ทล.2428, ทล.12, ทล.230, ทล.2 |
| สถานีระบบราง | สถานีท่าพระ, สถานีบ้านไผ่ |
การปรับปรุงจุดเสี่ยงและโครงการรถไฟทางคู่
ในส่วนของการลดอุบัติเหตุบนทางหลวง กระทรวงได้ดำเนินการปรับปรุงสภาพกายภาพทางแยก ติดตั้งสัญญาณไฟจราจร และเพิ่มมาตรการด้านแสงสว่างในปีงบประมาณ 2569 แล้วเสร็จบางส่วน ขณะที่โครงการเชื่อมโยงระบบรางที่มีความสนใจของพื้นที่ คือ โครงการรถไฟทางคู่สาย บ้านไผ่-นครพนม ซึ่งมีการเร่งรัดติดตามความคืบหน้าเพื่อให้การเชื่อมต่อภูมิภาคเป็นไปอย่างต่อเนื่อง
ผลต่อมหาสารคามและภูมิภาค
การขับเคลื่อนให้เกิดเครือข่ายคมนาคมเชื่อมโยงทั้งล้อ ราง และอากาศ หากดำเนินการตามแผน จะช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการขนส่งสินค้าและผู้โดยสาร ลดต้นทุนโลจิสติกส์ และหนุนเศรษฐกิจท้องถิ่นของจังหวัดมหาสารคามและพื้นที่ใกล้เคียง อย่างไรก็ตาม การยกระดับโครงสร้างพื้นฐานต้องอาศัยการประสานงานระหว่างหน่วยงานรัฐ งบประมาณเพียงพอ และแผนการบริหารจัดการที่ชัดเจนเพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะจุดควบคู่ไปกับการพัฒนาระบบเชิงยุทธศาสตร์
ประเด็นที่ต้องติดตามต่อไปคือแผนการจัดสรรงบประมาณเพื่อซ่อมบำรุงถนนทางหลวงชนบทที่โอนมาจากท้องถิ่น การออกแบบมาตรการลดอุบัติเหตุบริเวณจุดกลับรถที่มีความเสี่ยง และความคืบหน้าของโครงการรถไฟทางคู่บ้านไผ่-นครพนม ซึ่งมีผลต่อการเชื่อมโยงภูมิภาคอย่างมีนัยสำคัญ