เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2569 ชาวบ้านจากหลายหมู่บ้านในอำเภอเชียงยืน จังหวัดมหาสารคาม รวมตัวกันที่โรงเรียนเชียงยืน เพื่อยื่นหนังสือถึง นางสุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เรียกร้องให้ชี้แจงกระบวนการพิจารณาและการอนุมัติโครงการจากเงินกองทุนหมู่บ้านและชุมชน ซึ่งผู้ชุมนุมระบุว่าพบความผิดปกติหลายประการ ทั้งเรื่องความไม่โปร่งใส การอนุมัติไม่เป็นไปตามที่เสนอ และการล่าช้าที่อาจทำให้ไม่ทันใช้จ่ายในปีงบประมาณนี้
ปัญหาที่ชาวบ้านร้องเรียน
ตัวแทนชาวบ้านและผู้ถือป้ายระบุปัญหาหลัก ๆ ได้แก่ การอนุมัติโครงการไม่ตรงกับที่หมู่บ้านเสนอ เช่น โครงการที่ยื่นเป็นชุดโต๊ะ-เก้าอี้สำหรับบริการชุมชน แต่กลับได้รับการอนุมัติเป็นโครงการโซล่าเซลล์ บางโครงการเกี่ยวกับกล้องวงจรปิดก็พบการทับซ้อนของโครงการระหว่างพื้นที่ตำบล ทำให้เกิดคำถามเรื่องการมีส่วนร่วมในกระบวนการประชาคมและความเป็นเจ้าของโครงการของชุมชน
ชาวบ้านเรียกร้องให้มีการชี้แจงขั้นตอนการพิจารณาอย่างเปิดเผยและแจ้งให้ชุมชนทราบว่า โครงการที่เสนออยู่ในสถานะใด เพราะหากไม่ชัดเจนจะส่งผลต่อแผนการพัฒนาชุมชนและการใช้ประโยชน์จากงบประมาณในช่วงปลายปีงบประมาณ
ตัวเลขการพิจารณาและความล่าช้า
จากข้อมูลที่ชาวบ้านอ้างถึง การพิจารณากลั่นกรองโครงการมีการดำเนินการเป็นรอบ โดยรอบแรกจัดเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 มีการกลั่นกรองโครงการจำนวน 349 กองทุน ส่วนรอบสองเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2569 กลั่นกรอง 1,241 กองทุน ทั้งประเทศยังคงมีโครงการคงค้างอีกจำนวนมาก โดยตัวเลขที่สื่อมวลชนรายงานคือยังเหลือกว่า 40,000 โครงการ ทั่วประเทศที่ยังรอการพิจารณา
| วันที่ | จำนวนกองทุน/โครงการที่ผ่านการกลั่นกรอง |
|---|---|
| 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 | 349 กองทุน |
| 17 สิงหาคม พ.ศ. 2569 | 1,241 กองทุน |
| ภาพรวมจังหวัดมหาสารคาม | ผ่านเกณฑ์ 83 โครงการ จากกว่า 1,500 โครงการที่เสนอ |
ผลกระทบต่อชุมชนและคำเรียกร้อง
ตัวแทนชุมชน เช่น นางเย็นศิริ นามโส เลขานุการกองทุนหมู่บ้านกลางน้อย หมู่ 11 ตำบลหนองซอน อำเภอเชียงยืน ระบุว่า อำเภอเชียงยืนมีทั้งหมด 116 หมู่บ้าน แต่ยังไม่ผ่านการอนุมัติแม้แต่โครงการเดียว ซึ่งสร้างความวิตกให้กับชาวบ้านที่รอโครงการเพื่อพัฒนาพื้นที่และบริการชุมชน
ผู้ชุมนุมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเปิดเผยรายชื่อโครงการที่ผ่านและไม่ได้ผ่าน พร้อมเหตุผลประกอบ เพื่อให้ชาวบ้านสามารถตรวจสอบได้และเตรียมการดำเนินงานต่อไป นอกจากนี้ยังขอให้มีการเร่งรัดการพิจารณาโดยคำนึงถึงความต้องการที่แท้จริงของชุมชน
- ขอให้ชี้แจงสถานะการพิจารณาโครงการของแต่ละกองทุนอย่างชัดเจน
- ขอหลักฐานการประชาคมหรือขั้นตอนการคัดเลือกโครงการที่โปร่งใส
- ขอให้เร่งอนุมัติโครงการที่ค้างเพื่อไม่ให้เสียโอกาสใช้งบประมาณในปีงบประมาณนี้
ปัญหาการจัดสรรในภาพรวม
ปัญหาที่ชาวบ้านร้องเรียนสะท้อนข้อกังวลด้านการบริหารงบประมาณในระดับพื้นที่ ทั้งเรื่องความโปร่งใส การมีส่วนร่วมของชุมชน และการจับคู่โครงการกับความต้องการจริงของแต่ละหมู่บ้าน หากหน่วยงานผู้เกี่ยวข้องไม่เร่งแก้ไขหรือชี้แจง อาจทำให้เกิดความไม่ไว้วางใจระหว่างรัฐกับประชาชน ซึ่งจะส่งผลต่อการดำเนินงานพัฒนาชุมชนในระยะยาว
จนถึงเวลาที่รายงานข่าวยังไม่มีคำชี้แจงจากหน่วยงานผู้เกี่ยวข้องในระดับอำเภอหรือจังหวัดเกี่ยวกับข้อเรียกร้องและตัวเลขโครงการที่ชาวบ้านนำเสนอ ฝ่ายชาวบ้านระบุว่าจะติดตามและรอดูการตอบรับจากหน่วยงานที่รับผิดชอบต่อไป
เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นตัวอย่างของปัญหาการจัดสรรงบประมาณจากระดับนโยบายสู่ชุมชน หากต้องการให้การพัฒนาท้องถิ่นมีประสิทธิภาพ ความชัดเจนในขั้นตอน การตรวจสอบได้ และการมีส่วนร่วมของประชาชนย่อมเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้