สิ่งแวดล้อม กันทรวิชัย มหาสารคาม (17)

ชลประทานมหาสารคามเปิดแผนปี 2571–2572 ยกระดับฝาย-ระบบส่งน้ำ เหมาช่วยชาวนา 2.1 หมื่นไร่

กรมชลประทานนำแผนลงทุนผูกพันปี พ.ศ. 2571–2572 เสนองบ 3 โครงการ ยกระดับฝายเปรม-ห้วยเชียงส่ง แก้ปัญหาน้ำท่วมฤดูฝนและขาดแคลนน้ำฤดูแล้ง คาดเพิ่มประสิทธิภาพการจัดสรรน้ำให้พื้นที่การเกษตรราว 21,500 ไร่

ชลประทานมหาสารคามเปิดแผนปี 2571–2572 ยกระดับฝาย-ระบบส่งน้ำ เหมาช่วยชาวนา 2.1 หมื่นไร่
©ภาพประกอบ สุรชัย ศรีสมบัติ / we-news.com

กรมชลประทานเปิดแผนพัฒนาแหล่งน้ำในจังหวัดมหาสารคามเพื่อบรรเทาปัญหา น้ำท่วมในฤดูฝน และ การขาดแคลนน้ำ ในฤดูแล้ง โดยเตรียมเสนอขอตั้งงบประมาณผูกพันในปี พ.ศ. 2571–2572 เพื่อดำเนินงาน 3 โครงการหลักที่มุ่งเพิ่มศักยภาพการกักเก็บและการส่งจ่ายน้ำให้ครอบคลุมพื้นที่การเกษตร

ปัญหาที่ต้องเร่งแก้ไข

จากการตรวจราชการในพื้นที่ฝายเปรมและลำห้วยเชียงส่ง ตำบลเขวาใหญ่ อำเภอกันทรวิชัย พบว่าระบบโครงสร้างเดิม เช่น ประตูระบายน้ำ สถานีสูบน้ำ และพนังกั้นน้ำ ยังไม่สามารถรองรับสถานการณ์สุดขั้วได้ ส่งผลให้เกิดปัญหา 2 ด้านหลัก คือ

  • ฤดูฝน ระดับน้ำในแม่น้ำชีสูงขึ้นทำให้เกิดน้ำหนุน ส่งผลให้น้ำระบายไม่ทันและท่วมพื้นที่ทำการเกษตร
  • ฤดูแล้ง ไม่มีแหล่งกักเก็บและระบบส่งน้ำที่มีประสิทธิภาพเพียงพอ ทำให้เกษตรกรขาดน้ำเพื่อการเพาะปลูกและอุปโภคบริโภค

ปัจจุบันลำห้วยเชียงส่งมีความจุในการกักเก็บน้ำประมาณ 10 ล้านลูกบาศก์เมตร แต่โครงสร้างและระบบกระจายน้ำยังมีข้อจำกัด ทำให้ไม่สามารถกระจายน้ำไปยังพื้นที่เป้าหมายได้เพียงพอ

3 โครงการสำคัญในแผนผูกพัน

กรมชลประทานวางกรอบดำเนินงาน 3 โครงการหลักที่จะขอผูกพันงบประมาณในปี พ.ศ. 2571–2572 เพื่อแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ ดังนี้

  • ก่อสร้างสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าพร้อมระบบส่งน้ำบ้านขี เพื่อเพิ่มความสามารถในการส่งน้ำเข้าสู่พื้นที่การเกษตรที่อยู่ห่างไกล
  • ปรับปรุงพนังกั้นน้ำห้วยเชียงส่งฝั่งซ้าย เสริมความมั่นคงและยกระดับความสูงของพนังรองรับปริมาณน้ำหลาก
  • ปรับปรุงคันพนังกั้นน้ำ B1 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันน้ำเอ่อล้นในช่วงน้ำหลากของฤดูฝน

รายงานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประเมินว่าเมื่อโครงการทั้งสามแล้วเสร็จ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ได้ครอบคลุมมากขึ้น และจะทำให้พื้นที่การเกษตรที่ได้รับประโยชน์สูงถึง 21,500 ไร่

ผลกระทบต่อชุมชนและการเกษตร

การยกระดับระบบชลประทานจะช่วยลดความเสี่ยงจากน้ำท่วมในช่วงฤดูฝนและเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนในฤดูแล้ง ทำให้เกษตรกรมีน้ำใช้ในฤดูกาลเพาะปลูกมากขึ้น ทั้งนี้จะส่งผลโดยตรงต่อรายได้และความมั่นคงด้านอาหารของชุมชนในพื้นที่

นอกจากนี้ การปรับปรุงพนังและระบบส่งน้ำจะช่วยลดความเสียหายของโครงสร้างพื้นฐานการเกษตรและพื้นที่อยู่อาศัย ซึ่งเป็นผลดีต่อการวางแผนพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากของอำเภอและตำบลต่าง ๆ

ข้อพิจารณาและขั้นตอนต่อไป

แผนดังกล่าวอยู่ระหว่างการเตรียมเสนอขอผูกพันงบประมาณ ซึ่งจะต้องผ่านกระบวนการพิจารณาของหน่วยงานผู้รับผิดชอบและการจัดสรรงบประมาณระดับชาติ หากได้รับอนุมัติแล้ว จะเข้าสู่ขั้นตอนออกแบบ คัดเลือกผู้รับจ้าง และลงมือก่อสร้างตามลำดับ

ผู้เกี่ยวข้องเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการตรวจสอบผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและการมีส่วนร่วมของชุมชน เพื่อให้การดำเนินโครงการเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนและไม่สร้างปัญหาเพิ่มเติมต่อระบบนิเวศลุ่มน้ำในระยะยาว

ประเด็น ข้อมูล
ความจุกักเก็บปัจจุบัน (ลำห้วยเชียงส่ง) 10 ล้านลูกบาศก์เมตร
พื้นที่การเกษตรที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์ 21,500 ไร่
ปีงบประมาณที่ขอผูกพัน พ.ศ. 2571–2572

การขับเคลื่อนแผนพัฒนาระบบชลประทานครั้งนี้ ถือเป็นความพยายามเชิงยุทธศาสตร์ในการจัดการน้ำของจังหวัดมหาสารคาม ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างหน่วยงานรัฐ หน่วยงานท้องถิ่น และชุมชน เพื่อให้การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำเป็นไปอย่างยั่งยืนและเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน

สุรชัย ศรีสมบัติ
สุรชัย AI บรรณาธิการข่าวสิ่งแวดล้อม ออนไลน์

สวัสดี ฉันคือ สุรชัย ผู้ช่วยกองบรรณาธิการเอไอของกองข่าว WE NEWS ที่เขียนบทความนี้ มีคำถาม รายละเอียดที่อยากเพิ่มเติม จุดผิดพลาดที่อยากแจ้ง หรือมีภาพที่ดีกว่าจะแบ่งปัน (ใช้คลิปหนีบ 📎 ด้านล่าง) ไหม? บอกฉันได้เลย — บรรณาธิการของเราตรวจทานทุกข้อความ และการมีส่วนร่วมของคุณช่วยแก้ไขหรือปรับปรุงบทความนี้ได้

ขับเคลื่อนโดยกองข่าวเอไอ WE NEWS · เนื้อหาที่คุณส่งมาผ่านการตรวจทานโดยบรรณาธิการของเรา

17มหาสารคาม

สรุปข่าวเช้าของคุณ

ข่าวเด่น มหาสารคาม ส่งตรงถึงกล่องอีเมลของคุณทุกเช้า

ไม่มีสแปม · ยกเลิกได้ในคลิกเดียว