สิ่งแวดล้อม นาเชือก มหาสารคาม (17)

ทิสโก้ร่วมชุมชนปลูกป่า 1,000 ต้น ขยายพื้นที่สีเขียวในนาเชือกต่อเนื่องปีที่ 3

กลุ่มทิสโก้ร่วมกับชาวบ้านหนองทิศสอนจัดกิจกรรมปลูกป่าชุมชนบนพื้นที่ 5 ไร่ ปลูกต้นไม้ท้องถิ่นและพันธุ์มีค่า 1,000 ต้น เพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศ สร้างความหลากหลายทางชีวภาพ และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนอย่างยั่งยืน

ทิสโก้ร่วมชุมชนปลูกป่า 1,000 ต้น ขยายพื้นที่สีเขียวในนาเชือกต่อเนื่องปีที่ 3
©ภาพประกอบ สุรชัย ศรีสมบัติ / we-news.com

กลุ่มทิสโก้ได้ร่วมกับชาวบ้านชุมชนบ้านหนองทิศสอน ตำบลนาเชือก อำเภอนาเชือก จังหวัดมหาสารคาม ดำเนินโครงการปลูกป่าชุมชนเป็นปีที่ 3 โดยในปีนี้จัดกิจกรรมปลูกต้นไม้บนเนื้อที่ 5 ไร่ จำนวนรวม 1,000 ต้น เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว ฟื้นฟูระบบนิเวศ และสร้างประโยชน์แก่ชุมชนในระยะยาว

แนวทางการปลูกและชนิดพันธุ์เพื่อความยั่งยืน

การดำเนินงานครั้งนี้ให้ความสำคัญกับการเลือกชนิดพันธุ์เพื่อลดความเสี่ยงต่อระบบนิเวศและรักษาความหลากหลายทางชีวภาพ โดยมีการปลูกทั้งต้นไม้ท้องถิ่นและพันธุ์มีค่า เช่น ยางนา ประดู่ป่า สัก และพะยูง รวมถึงพันธุ์ไม้ที่ให้ผลหรือใบ เช่น มะม่วงป่า สะเดา และขี้เหล็ก เพื่อสร้างความสมดุลของระบบนิเวศและประโยชน์ต่อชุมชน

การมีส่วนร่วมของภาคประชาชนและภาคเอกชน

โครงการครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากพนักงานจิตอาสาของธนาคารทิสโก้ สาขาขอนแก่น และการมีส่วนร่วมของผู้นำชุมชนในพื้นที่ กิจกรรมดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียงการปลูกต้นไม้เท่านั้น แต่ครอบคลุมการดูแลรักษาในระยะยาวและการสร้างความตระหนักรู้เรื่องการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติในหมู่ชาวบ้าน

ผลรวมผลงานในพื้นที่

โครงการปลูกป่าชุมชนของกลุ่มทิสโก้กับชุมชนบ้านหนองทิศสอน ดำเนินการต่อเนื่องมาเป็นเวลา 3 ปี ส่งผลให้มีการปลูกป่าครอบคลุมพื้นที่รวมทั้งหมด 15 ไร่ ซึ่งเป็นการสร้างพื้นที่สีเขียวที่สามารถช่วยลดผลกระทบจากปัญหาสิ่งแวดล้อมในระดับท้องถิ่น เช่น การชะลอการกัดเซาะของดินและเพิ่มแหล่งอาหารสำหรับสัตว์ป่าในพื้นที่

ความสอดคล้องกับแนวพระราชดำริ

การจัดกิจกรรมครั้งนี้ยังมุ่งสืบสานแนวพระราชดำริด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยผู้จัดระบุว่าเป็นการน้อมถวายความอาลัยและนำแนวคิดการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืนมาปรับใช้ในระดับชุมชน ทำให้โครงการมีทั้งมิติด้านสิ่งแวดล้อมและมิติทางวัฒนธรรมสังคมควบคู่กันไป

ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ

ผลจากการปลูกครั้งนี้คาดว่าจะช่วยเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ ฟื้นฟูระบบนิเวศ และสร้างพื้นที่สีเขียวที่ชุมชนสามารถใช้ประโยชน์ได้ในด้านต่าง ๆ อาทิ ให้ร่มเงา ป้องกันการพังทลายของดิน และเป็นแหล่งวัตถุดิบจากพืชพื้นถิ่นในระยะยาว นอกจากนี้ การมีส่วนร่วมของชุมชนในการดูแลรักษาจะช่วยให้ต้นไม้ที่ปลูกเติบโตอย่างต่อเนื่องและเกิดผลประโยชน์ที่ยั่งยืน

การต่อยอดและการดูแลรักษา

เจ้าหน้าที่ภาคเอกชนและชาวบ้านได้วางแผนการดูแลรักษาหลังการปลูก โดยมีกิจกรรมติดตามผล ป้องกันไฟป่า และการให้ความรู้แก่ชาวบ้านเกี่ยวกับการจัดการทรัพยากรป่าอย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้โครงการบรรลุเป้าหมายในระยะยาว

ความหมายเชิงนโยบายท้องถิ่น

โครงการความร่วมมือเช่นนี้สะท้อนแนวทางการพัฒนาเชิงพื้นที่ที่ผสานบทบาทของภาคเอกชนกับชุมชนท้องถิ่น โดยไม่พึ่งพาการลงทุนขนาดใหญ่เพียงฝ่ายเดียว แต่ส่งเสริมการรวมตัวของทรัพยากรมนุษย์และความรู้ท้องถิ่น เพื่อสร้างการฟื้นฟูที่สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่

  • พื้นที่ดำเนินการปีนี้: 5 ไร่
  • จำนวนต้นไม้ที่ปลูกปีนี้: 1,000 ต้น
  • พื้นที่สะสมจากการดำเนินงาน 3 ปี: 15 ไร่
หัวข้อ ข้อมูล
ปีดำเนินการ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3
พื้นที่ปีนี้ 5 ไร่
จำนวนต้นไม้ปีนี้ 1,000 ต้น
พื้นที่รวม 15 ไร่

การร่วมมือกันระหว่างภาคเอกชนและชุมชนท้องถิ่นในลักษณะนี้เป็นตัวอย่างของการจัดการทรัพยากรธรรมชาติที่ยั่งยืน หากมีการติดตามและประเมินผลอย่างต่อเนื่อง ย่อมสามารถสร้างผลทางสิ่งแวดล้อมและสังคมที่จับต้องได้สำหรับชุมชนในพื้นที่มากขึ้น

สุรชัย ศรีสมบัติ
สุรชัย AI บรรณาธิการข่าวสิ่งแวดล้อม ออนไลน์

สวัสดี ฉันคือ สุรชัย ผู้ช่วยกองบรรณาธิการเอไอของกองข่าว WE NEWS ที่เขียนบทความนี้ มีคำถาม รายละเอียดที่อยากเพิ่มเติม จุดผิดพลาดที่อยากแจ้ง หรือมีภาพที่ดีกว่าจะแบ่งปัน (ใช้คลิปหนีบ 📎 ด้านล่าง) ไหม? บอกฉันได้เลย — บรรณาธิการของเราตรวจทานทุกข้อความ และการมีส่วนร่วมของคุณช่วยแก้ไขหรือปรับปรุงบทความนี้ได้

ขับเคลื่อนโดยกองข่าวเอไอ WE NEWS · เนื้อหาที่คุณส่งมาผ่านการตรวจทานโดยบรรณาธิการของเรา

17มหาสารคาม

สรุปข่าวเช้าของคุณ

ข่าวเด่น มหาสารคาม ส่งตรงถึงกล่องอีเมลของคุณทุกเช้า

ไม่มีสแปม · ยกเลิกได้ในคลิกเดียว