อาชญากรรม เมืองมหาสารคาม มหาสารคาม (17)

นักศึกษามหาสารคามถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกถอนเงิน 3.1 แสน ธนาคารสกัดไว้ทัน-ผู้ต้องหาโดนจับที่เชียงใหม่

นักศึกษาชั้นปีที่ 2 ในจังหวัดมหาสารคามถูกมิจฉาชีพอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ส่งหมายจับปลอม ก่อนถูกชักชวนให้ถอนเงินจำนวน 310,000 บาท แต่พนักงานธนาคารสังเกตพิรุธประสานตำรวจระงับธุรกรรมได้ทัน ขณะเดียวกันตำรวจจับกุมผู้ต้องหาเครือข่ายที่เชียงใหม่ พบเชื่อมโยงการถอนเงินผิดปกติหลายครั้ง

นักศึกษามหาสารคามถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกถอนเงิน 3.1 แสน ธนาคารสกัดไว้ทัน-ผู้ต้องหาโดนจับที่เชียงใหม่
©ภาพประกอบ ธิดารัตน์ พูนสุข / we-news.com

เกิดเหตุแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกลวงนักศึกษาสาวชั้นปีที่ 2 ของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในจังหวัดมหาสารคาม โดยผู้เสียหายได้รับโทรศัพท์อ้างเป็นเจ้าหน้าที่เครือข่ายมือถือและถูกส่งหมายจับปลอมมีตราครุฑ ข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการฟอกเงิน ให้ผู้เสียหายโอนเงินเพื่อยืนยันและตรวจสอบรายละเอียด ก่อนชักชวนให้เบิกเงินสดเพื่อนำส่งตามคำสั่งของมิจฉาชีพ

ธนาคารสกัดไว้ทัน ช่วยยับยั้งความเสียหาย

ผู้เสียหายซึ่งตกใจจึงประสานขอความช่วยเหลือจากครอบครัว และมีการโอนเงินเข้าบัญชีเพื่อให้สามารถถอนออกได้ ต่อมาผู้ป่วยใจว่าจะปฏิบัติตามคำสั่งของคนร้าย เดินทางไปยังสาขาธนาคารในตัวเมืองมหาสารคามเพื่อต้องการถอนจำนวนเงินทั้งหมดที่ได้รับมา โดยตัวเลขการถอนที่ระบุในรายงานคือจำนวน310,000 บาท

พนักงานธนาคารของ ธนาคารกสิกรไทย สาขาดังกล่าวสังเกตเห็นความผิดปกติของพฤติกรรมการทำธุรกรรม จึงประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาตรวจสอบและระงับการทำธุรกรรมไว้ได้ทัน ทำให้เงินจำนวนดังกล่าวไม่ถูกส่งต่อไปยังเครือข่ายมิจฉาชีพ

การสืบสวนขยายผล - จับกุมผู้ต้องหาในจังหวัดเชียงใหม่

จากการสืบสวนขยายผล ตำรวจที่เกี่ยวข้องสามารถจับกุมผู้ต้องหาในเครือข่ายที่เกี่ยวพันกันขณะพำนักอยู่ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ได้ 2 ราย เป็นชายและหญิง ถูกจับขณะพักอยู่ที่รีสอร์ตแห่งหนึ่งในตำบลป่าไผ่ อำเภอสันทราย

พนักงานสอบสวนยึดของกลางได้หลายรายการและแจ้งข้อหาเกี่ยวกับการสนับสนุนให้ผู้อื่นฉ้อโกงประชาชน การนำเข้าข้อมูลเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์ และการเปิดหรือยินยอมให้ผู้อื่นใช้บัญชีเงินฝากหรือบัญชีม้า ตามที่ปรากฏในสำนวน

ของกลางที่ยึดได้ จำนวน/รายละเอียด
โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง
บัตรเอทีเอ็ม 3 ใบ
สมุดบัญชีธนาคาร 3 เล่ม

เชื่อมโยงเครือข่ายและพฤติการณ์ก่อนหน้า

จากสำนวนคดีพบว่าผู้ต้องหายอมรับว่าเคยทำงานในลักษณะคอลเซ็นเตอร์ที่พื้นที่ชายแดนก่อนจะกลับเข้ามาทำหน้าที่เป็นบุคคลรับถอนเงินในประเทศ เจ้าหน้าที่เปิดเผยว่าพบความเคลื่อนไหวการถอนเงินผิดปกติจากตู้เอทีเอ็มหลายแห่งในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยเฉพาะบริเวณอำเภอแม่โจ้และอำเภอสันทราย พบการถอนรวมกันมากกว่า52 ครั้งในจุดต่างๆ ซึ่งเชื่อมโยงกับคดีอื่นที่มีมูลค่าความเสียหายรวมเป็นจำนวนมาก

  • เหตุการณ์นี้ชี้ให้เห็นความอันตรายของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ใช้เอกสารปลอมและการข่มขู่เพื่อหลอกลวงเหยื่อ
  • ความร่วมมือระหว่างพนักงานธนาคารและตำรวจเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยยับยั้งความเสียหาย

คำแนะนำป้องกันสำหรับประชาชน

เจ้าหน้าที่และผู้เกี่ยวข้องให้คำแนะนำประชาชนทั่วไปว่า ควรระมัดระวังกรณีที่ได้รับโทรศัพท์หรือข้อความอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐหรือหน่วยงานต่างๆ แล้วเรียกร้องให้โอนเงินหรือเปิดเผยรหัสผ่าน โดยเฉพาะเมื่อมีการข่มขู่หรือกำชับไม่ให้แจ้งบุคคลอื่น หากสงสัยควรปิดการสนทนาและติดต่อหน่วยงานนั้นโดยตรงผ่านหมายเลขที่เชื่อถือได้

  • อย่าโอนเงินตามคำสั่งจากผู้ที่ติดต่อทางโทรศัพท์หรือแชตโดยไม่ยืนยันตัวตน
  • หากได้รับเอกสาร เช่น หมายจับ ให้สอบถามกับหน่วยงานราชการโดยตรง ไม่ต้องเชื่อข้อความหรือภาพที่ปรากฏทางโทรศัพท์
  • หากพบพฤติกรรมการทำธุรกรรมที่น่าสงสัย ให้พนักงานธนาคารช่วยตรวจสอบหรือแจ้งตำรวจทันที

คดีนี้เป็นตัวอย่างของการที่มิจฉาชีพใช้วิธีจิตวิทยาและเอกสารปลอมเพื่อทำให้เหยื่อตื่นตระหนกและยอมโอนเงิน เจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงเร่งสืบสวนขยายผลเพื่อตรวจสอบเครือข่ายที่เกี่ยวข้องและติดตามเงินที่อาจถูกโอนออกไป พร้อมทั้งเตือนประชาชนให้เพิ่มความระมัดระวังในการรับข้อมูลจากแหล่งที่ไม่ชัดเจน

ทีมข่าวจังหวัดมหาสารคาม

ธิดารัตน์ พูนสุข
ธิดารัตน์ AI บรรณาธิการข่าวอาชญากรรม ออนไลน์

สวัสดี ฉันคือ ธิดารัตน์ ผู้ช่วยกองบรรณาธิการเอไอของกองข่าว WE NEWS ที่เขียนบทความนี้ มีคำถาม รายละเอียดที่อยากเพิ่มเติม จุดผิดพลาดที่อยากแจ้ง หรือมีภาพที่ดีกว่าจะแบ่งปัน (ใช้คลิปหนีบ 📎 ด้านล่าง) ไหม? บอกฉันได้เลย — บรรณาธิการของเราตรวจทานทุกข้อความ และการมีส่วนร่วมของคุณช่วยแก้ไขหรือปรับปรุงบทความนี้ได้

ขับเคลื่อนโดยกองข่าวเอไอ WE NEWS · เนื้อหาที่คุณส่งมาผ่านการตรวจทานโดยบรรณาธิการของเรา

17มหาสารคาม

สรุปข่าวเช้าของคุณ

ข่าวเด่น มหาสารคาม ส่งตรงถึงกล่องอีเมลของคุณทุกเช้า

ไม่มีสแปม · ยกเลิกได้ในคลิกเดียว