เทคโนโลยีชีวภาพตอบโจทย์ผ้าไหมมรดกท้องถิ่น
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) ร่วมกับสถาบันการจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรมเกษตร (สท.) และหน่วยงานพันธมิตร เปิดตัวและนำร่องการใช้เทคโนโลยีเอนไซม์ชื่อ SilkPro ในโครงการชื่อ “SilkPro Innovation Day: From Heritage to High Value” เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2569 ณ บ้านดอนหลี่ ตำบลหนองบัวแก้ว อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย จังหวัดมหาสารคาม
หลักการและจุดเด่นของ SilkPro
SilkPro เป็นการพัฒนาเอนไซม์กลุ่มโปรติเอสที่ออกแบบให้มีความจำเพาะต่อโปรตีนที่ทำหน้าที่เป็นกาวของเส้นไหม กระบวนการนี้มีเป้าหมายเพื่อแยกและกำจัดกาวไหมออกจากเส้นใยโดยไม่ต้องพึ่งพาการต้มด้วยสารเคมีเข้มข้นหรือการให้ความร้อนสูง
ข้อได้เปรียบที่ผู้พัฒนาระบุไว้ ได้แก่
- ลดการใช้สารเคมี ที่มักใช้ในกระบวนการลอกกาวและฟอกผ้า
- ประหยัดพลังงานและเวลา เมื่อเทียบกับกระบวนการแบบดั้งเดิมที่ต้องใช้ความร้อนและเวลานาน
- คงสภาพเส้นใย ทำให้ผ้าไหมมีความนุ่ม มันวาว และความแข็งแรงของเส้นใยยังคงอยู่
- เพิ่มประสิทธิภาพการย้อมสีธรรมชาติ ซึ่งสนับสนุนการผลิตสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
การทดสอบและความร่วมมือกับชุมชน
ทีมวิจัยของไบโอเทคนำโดย ดร.ธิดารัตน์ นิ่มเชื้อ ร่วมกับกลุ่มวิสาหกิจชุมชนในพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ ดำเนินการตั้งแต่การคัดเลือกเอนไซม์ การพัฒนาสูตร การกำหนดสภาวะการใช้งาน ไปจนถึงการผลิตในระดับขยายและทดลองใช้จริงกับชุมชนที่บ้านดอนหลี่
ลักษณะสำคัญของการนำไปใช้ คือสามารถประยุกต์กับน้ำประปาในพื้นที่และอุปกรณ์เดิมของชุมชนได้ทันที ทำให้ลดความจำเป็นในการลงทุนเปลี่ยนอุปกรณ์หรือระบบใหม่เป็นจำนวนมาก
นัยต่อเศรษฐกิจท้องถิ่นและมรดกวัฒนธรรม
รองผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม นายสมเกียรติ วิริยะกุลนันท์ เน้นย้ำว่าพื้นที่อำเภอพยัคฆภูมิพิสัยเป็นแหล่งผลิตผ้าไหมที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรม การผสานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมเข้ากับความรู้ช่างท้องถิ่นจะช่วยยกระดับมูลค่าผลิตภัณฑ์และสร้างรายได้ให้กับชุมชนอย่างยั่งยืน
ในเชิงปฏิบัติ การลดการใช้สารเคมีและพลังงานไม่เพียงช่วยลดต้นทุนการผลิตเท่านั้น แต่ยังสอดคล้องกับแนวโน้มตลาดโลกที่ให้ความสำคัญกับสินค้าที่มีคอนเซ็ปต์รักษ์โลกและสามารถตรวจสอบที่มาได้
ข้อมูลเชิงเทคนิคที่น่าสนใจ
ดร.กอบกุล เหล่าเท้ง รองผู้อำนวยการไบโอเทค ระบุว่าทีมวิจัยพัฒนาทั้งสูตรผสมและสภาวะการใช้งาน ช่วยให้สามารถผลิตในระดับขยายได้และทดสอบร่วมกับวิสาหกิจชุมชน
| ประเด็น | ผลที่คาดหวัง |
|---|---|
| การใช้สารเคมี | ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ |
| การใช้พลังงาน | ลดลงเมื่อไม่ต้องให้ความร้อนสูง |
| คุณภาพเส้นใย | คงความนุ่ม มันวาว และความแข็งแรง |
ข้อพิจารณาและแนวทางขยายผล
แม้ว่านวัตกรรมด้านเอนไซม์จะมีศักยภาพสูง แต่การขยายผลสู่การผลิตในวงกว้างยังต้องอาศัยการประเมินผลระยะยาวทั้งด้านเศรษฐศาสตร์ของการผลิต การยอมรับจากผู้ผลิตและผู้ซื้อ และการควบคุมคุณภาพเพื่อให้ได้มาตรฐานสากล
ความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ธ.ก.ส. และวิสาหกิจชุมชนที่ปรากฏในกิจกรรมครั้งนี้เป็นตัวอย่างของการเชื่อมงานวิจัยเข้ากับชุมชน การติดตามผลการนำไปใช้จริง การฝึกอบรม และการจัดหาช่องทางตลาดจะเป็นกุญแจสำคัญในการผลักดันให้ผ้าไหมทุ่งกุลาร้องไห้เข้าสู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง
สิ่งที่ชุมชนและผู้สนใจควรรู้
- SilkPro ถูกออกแบบให้ใช้ร่วมกับอุปกรณ์และน้ำประปาเดิม ซึ่งลดข้อจำกัดด้านการลงทุน
- การนำเอนไซม์ไปใช้ต้องมีการปรับสูตรและสภาวะให้เหมาะสมกับชนิดไหมและกรรมวิธีท้องถิ่น
- ผู้ผลิตควรติดตามการทดสอบคุณภาพและมาตรฐานการย้อมสีเมื่อเปลี่ยนกระบวนการ
การเปิดตัว SilkPro ในพื้นที่บ้านดอนหลี่เป็นสัญญาณว่าเทคโนโลยีชีวภาพสามารถประยุกต์สู่ภูมิปัญญาท้องถิ่นได้จริง หากมีการติดตามและสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง นวัตกรรมดังกล่าวอาจช่วยเปิดช่องทางตลาดใหม่ให้กับผ้าไหมทุ่งกุลาร้องไห้และยกระดับความยั่งยืนของอาชีพทอผ้าในจังหวัดมหาสารคาม