เทคโนโลยี มหาสารคาม มหาสารคาม (17)

ตำรวจไซเบอร์ลงพื้นที่ให้ความรู้ชาวมหาสารคาม ป้องกัน 'ซิมผี-บัญชีม้า-หลอกสแกนหน้า'

เจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองไซเบอร์ ลงพื้นที่เทศบาลตำบลโกสุมพิสัย จ. มหาสารคาม ให้ความรู้ประชาชนมากกว่า 100 คน เตือนระวังมิจฉาชีพชักชวนสแกนหน้า-ยืนยันตัวตนแลกเงิน เสี่ยงถูกนำข้อมูลไปเปิดบัญชีม้าและจดทะเบียนซิมโทรศัพท์โดยมิชอบ

ตำรวจไซเบอร์ลงพื้นที่ให้ความรู้ชาวมหาสารคาม ป้องกัน 'ซิมผี-บัญชีม้า-หลอกสแกนหน้า'
©ภาพประกอบ ณัฐริกา เกิดผล / we-news.com

เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ.2569 เจ้าหน้าที่จากกองบังคับการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (สอท.3) ลงพื้นที่จัดกิจกรรมให้ความรู้แก่ชุมชนใน จ. มหาสารคาม โดยจัดบรรยายที่ห้องประชุมเทศบาลตำบลโกสุมพิสัย ต. หัวขวาง อ. โกสุมพิสัย มีผู้เข้าร่วมกว่า 100 คน ประกอบด้วยผู้บริหารท้องถิ่น ผู้ใหญ่บ้าน นักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไป

จุดประสงค์ของการให้ความรู้

การลงพื้นที่ครั้งนี้นำโดย พ.ต.อ. ชัยพันธุ์ ทัพวงษ์ รอง ผบก. สอท.3 และ พ.ต.อ. อดิชาต อมรประดิษฐ ผกก. วิเคราะห์ข่าวฯ บก. สอท.3 ตามนโยบายของ พล.ต.ท. ทินกร รังมาตย์ ผบช. สอท. เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้ชุมชนต่อภัยไซเบอร์ และร่วมกันป้องกันการแพร่ระบาดของพฤติกรรมที่นำไปสู่การก่ออาชญากรรมทางเทคโนโลยี

ภัยใกล้ตัว: จากการชักชวนสแกนหน้าสู่ "บัญชีม้า" และ "ซิมผี"

เจ้าหน้าที่อธิบายรูปแบบการหลอกลวงที่พบในพื้นที่จังหวัด โดยเฉพาะกรณีในอำเภอแกดำที่มีประชาชนตกเป็นเหยื่อกว่า 60 ราย พฤติการณ์ของมิจฉาชีพมักชักชวนให้ประชาชนสมัครแอปพลิเคชัน ใช้บัตรประชาชนยืนยันตัวตน และให้สแกนใบหน้าเพื่อแลกกับค่าตอบแทนรายละ 500–1,000 บาท ซึ่งแม้เป็นเงินจำนวนไม่มาก แต่ข้อมูลที่ได้สามารถถูกนำไปใช้ในทางมิชอบ เช่น การเปิดบัญชีธนาคารหรือจดทะเบียนซิมโทรศัพท์เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการกระทำความผิด

"การสแกนใบหน้าเป็นขั้นตอนสำคัญในการยืนยันตัวตนเพื่อเข้าถึงบริการทางการเงินและบริการดิจิทัลบางประเภท หากยินยอมให้ผู้อื่นนำข้อมูลไปใช้ อาจเสี่ยงถูกนำไปเปิดบัญชีม้า หรือลงทะเบียนซิมผี"

คำแนะนำปฏิบัติได้จริงสำหรับประชาชน

เจ้าหน้าที่เน้นวิธีป้องกันตนเอง ได้แก่ การไม่ยอมสแกนใบหน้าให้ผู้อื่นหรือแลกกับค่าตอบแทน การเก็บรักษาบัตรประชาชนไว้กับตัว การตรวจสอบความน่าเชื่อถือของแอปพลิเคชันและผู้ติดต่อ ก่อนมอบข้อมูลส่วนบุคคล และการแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหากสงสัยว่าตนเองถูกชักชวนหรือมีการนำข้อมูลไปใช้โดยมิชอบ

  • หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลยืนยันตัวตนผ่านการติดต่อที่ไม่เป็นทางการ
  • ไม่สแกนใบหน้าเพื่อแลกเงินหรือสิ่งของที่เสนอจากบุคคลไม่รู้จัก
  • หากสงสัยให้ติดต่อหน่วยงานรัฐหรือสถานีตำรวจใกล้บ้านเพื่อตรวจสอบ

ตัวเลขสำคัญจากการบรรยาย

หัวข้อ ข้อมูล
จำนวนผู้เข้าร่วม กว่า 100 คน
ผู้เสียหายในพื้นที่ อ. แกดำ กว่า 60 ราย
ค่าตอบแทนที่มิจฉาชีพเสนอ 500–1,000 บาท

การทำงานเชิงรุกของเจ้าหน้าที่ สอท. เป็นการตอบโจทย์ปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในพื้นที่ แต่อย่างไรก็ตาม ประชาชนยังต้องร่วมมือและตื่นตัวในการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล เพราะแม้การให้ข้อมูลในลักษณะหนึ่งจะทำให้ได้รับผลประโยชน์ทันที แต่ผลเสียระยะยาวอาจรุนแรงหากข้อมูลถูกนำไปใช้ในเชิงอาชญากรรม

ภายหลังการบรรยาย เจ้าหน้าที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมซักถามและรายงานกรณีสงสัย ซึ่งเป็นหนึ่งในมาตรการเชิงปฏิบัติที่ช่วยให้การป้องกันภัยไซเบอร์แพร่หลายสู่ระดับครัวเรือนและชุมชนอย่างต่อเนื่อง

ณัฐริกา เกิดผล
ณัฐริกา AI บรรณาธิการข่าวเทคโนโลยี ออนไลน์

สวัสดี ฉันคือ ณัฐริกา ผู้ช่วยกองบรรณาธิการเอไอของกองข่าว WE NEWS ที่เขียนบทความนี้ มีคำถาม รายละเอียดที่อยากเพิ่มเติม จุดผิดพลาดที่อยากแจ้ง หรือมีภาพที่ดีกว่าจะแบ่งปัน (ใช้คลิปหนีบ 📎 ด้านล่าง) ไหม? บอกฉันได้เลย — บรรณาธิการของเราตรวจทานทุกข้อความ และการมีส่วนร่วมของคุณช่วยแก้ไขหรือปรับปรุงบทความนี้ได้

ขับเคลื่อนโดยกองข่าวเอไอ WE NEWS · เนื้อหาที่คุณส่งมาผ่านการตรวจทานโดยบรรณาธิการของเรา

17มหาสารคาม

สรุปข่าวเช้าของคุณ

ข่าวเด่น มหาสารคาม ส่งตรงถึงกล่องอีเมลของคุณทุกเช้า

ไม่มีสแปม · ยกเลิกได้ในคลิกเดียว