มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี) พัฒนาวัสดุก่อสร้างเชิงนวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์การจัดการผลผลิตการเกษตร โดยใช้วัสดุเหลือทิ้งจากอุตสาหกรรม เช่น หินฝุ่น และ เถ้าชานอ้อย ผสมในคอนกรีตสำเร็จรูป เพื่อก่อสร้าง ลานตากพืชผลทางการเกษตร ที่มีสมบัติช่วยเพิ่มอุณหภูมิผิวหน้าและเร่งการลดความชื้นของผลผลิต ผลงานวิจัยดังกล่าวได้รับทุนจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และทดลองใช้งานจริงในพื้นที่สาธิตของศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีการพัฒนาที่ดินในเขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร
แนวคิดและส่วนประกอบของคอนกรีตเชิงนิเวศ
ทีมนักวิจัยนำโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ประชุม คำพุฒ มุ่งศึกษาการจัดการของเสียจากโรงงานอุตสาหกรรมและโรงไฟฟ้าชีวมวล เพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ในงานก่อสร้าง โดยมีหลักการสำคัญคือการทดแทนส่วนผสมบางส่วนของคอนกรีตด้วยวัสดุเหลือทิ้ง ดังนี้
- ใช้ หินฝุ่น ทดแทนทรายทั้งหมด
- ใช้ เถ้าชานอ้อย ทดแทนปูนซีเมนต์บางส่วน
- ใช้ ปูนซีเมนต์ไฮดรอลิก แทนปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์แบบดั้งเดิม
“ลานตากพืชผลทางการเกษตรเป็นองค์ประกอบสำคัญในกระบวนการลดความชื้นของพืชเศรษฐกิจ”
การออกแบบส่วนผสมดังกล่าวมีเป้าหมายทั้งด้านการเพิ่มสมบัติของพื้นผิวให้สามารถรับและสะท้อนความร้อนได้ดีขึ้น ช่วยให้เมล็ดพืชแห้งเร็วขึ้นในระยะเวลา 1–2 วันตามลักษณะการทดลอง และยังลดต้นทุนการผลิตและการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกเมื่อเทียบกับคอนกรีตแบบดั้งเดิม
การทดลองภาคสนามและความร่วมมือ
โครงการได้ร่วมมือกับหน่วยงานและชุมชนหลายฝ่าย ได้แก่ ศูนย์วิจัยข้าวคลองหลวง กรมการข้าว สถานีพัฒนาที่ดินกรุงเทพมหานคร สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 1 และกลุ่มแปลงใหญ่ในพื้นที่กรุงเทพฯ เพื่อทดสอบการก่อสร้างลานตากคอนกรีตเสริมเหล็ก โดยใช้คอนกรีตผสมเสร็จจากโรงงานที่ร่วมโครงการ การทดสอบในสนามสาธิตนี้ช่วยตรวจสอบความคงทน การถ่ายเทความร้อนของพื้นผิว และความสามารถในการรองรับการใช้งานจริงของชุมชน
| วัสดุ | บทบาทในส่วนผสมคอนกรีต |
|---|---|
| หินฝุ่น | ทดแทนทราย เพิ่มความหนาแน่นของเนื้อคอนกรีต |
| เถ้าชานอ้อย | ทดแทนปูนซีเมนต์บางส่วน ลดการใช้ซีเมนต์ปกติ |
| ปูนซีเมนต์ไฮดรอลิก | ทดแทนปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ ปรับสมบัติเชิงกลและการแข็งตัว |
ผู้วิจัยระบุว่าการใช้วัตถุดิบเหล่านี้ไม่เพียงช่วยเพิ่มมูลค่าของของเหลือทิ้ง แต่ยังเป็นการลดภาระการขนส่งและการใช้ทรัพยากรใหม่ อีกทั้งเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการในพื้นที่ได้มีรายได้จากการนำวัสดุเหลือใช้มาจัดจำหน่ายเป็นวัตถุดิบอุตสาหกรรม
ความหมายต่อเกษตรกรและพื้นที่เช่นจังหวัดตาก
สำหรับจังหวัดตากที่มีพื้นที่การเกษตรและชุมชนเกษตรจำนวนมาก ปัญหาการขาดลานตากและการใช้ถนนสาธารณะเป็นพื้นที่ตากผลผลิตถือเป็นเรื่องสำคัญที่ส่งผลต่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพการเก็บเกี่ยว นวัตกรรมคอนกรีตจากชานอ้อยนั้นเสนอทางเลือกดังนี้
- เป็นวัสดุก่อสร้างที่สามารถก่อสร้างเป็นลานตากถาวรหรือชั่วคราว ลดการใช้ถนนเป็นที่ตาก
- ช่วยให้กระบวนการลดความชื้นของผลผลิตเร็วขึ้น ลดความเสี่ยงต่อการเสียหายและการติดเชื้อรา
- เปิดช่องทางการจัดการวัสดุเหลือทิ้งในพื้นที่ปลูกอ้อยหรือพื้นที่ใกล้เคียง สร้างรายได้เสริม
แม้ผลการทดลองจะเป็นไปในทางบวก แต่การนำไปใช้จริงในพื้นที่ต่างจังหวัดยังต้องพิจารณาปัจจัยด้านการจัดหาวัสดุ ความคุ้มค่าด้านเศรษฐกิจ การฝึกอบรมช่างก่อสร้างท้องถิ่น และมาตรฐานด้านความปลอดภัยของพื้นผิว ในช่วงต่อไป ผู้วิจัยคาดหวังว่าจะขยายการทดสอบร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและชุมชนในพื้นที่การเกษตรเพิ่มเติม เพื่อประเมินความเหมาะสมของสูตรคอนกรีตกับสภาพภูมิอากาศและลักษณะการใช้งานที่หลากหลาย
นวัตกรรมนี้จึงมีศักยภาพเป็นทางเลือกเชิงเทคนิคและสิ่งแวดล้อมสำหรับการแก้ปัญหาลานตากในพื้นที่เกษตรของไทยรวมถึงจังหวัดตาก หากหน่วยงานท้องถิ่นและเกษตรกรให้ความร่วมมือและร่วมทดสอบในพื้นที่จริง ย่อมสามารถลดปัญหาการตากบนถนน เพิ่มความปลอดภัยในการสัญจร และยกระดับการจัดการผลผลิตได้ในระยะยาว