เพนตากอนชี้สถาบันขงจื๊อเป็นภัยคุกคาม
กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ประกาศจัดให้ศูนย์วัฒนธรรมที่ได้รับการสนับสนุนจากสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งตั้งอยู่ในมหาวิทยาลัยต่างประเทศและรู้จักกันในชื่อ สถาบันขงจื๊อ เป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ ตามถ้อยแถลงของ พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2569
ข้อกล่าวหาและการจัดการของทางการสหรัฐฯ
ในคำชี้แจงที่เผยแพร่เป็นวิดีโอบนสื่อสังคมออนไลน์ เฮกเซธกล่าวว่า หน่วยงานเหล่านี้ดำเนินงานแบบลักษณะ อำพราง ในหลายมหาวิทยาลัยของสหรัฐฯ และอ้างว่ามีเครือข่ายกลุ่มโฆษณาชวนเชื่อที่ขยายตัว โดยมีเป้าหมายหลักสองประการคือการยักยอกทรัพย์สินทางปัญญาและการแทรกซึมความคิดของนักศึกษาชาวอเมริกัน
“ปรากฏว่า มีกลุ่มโฆษณาชวนเชื่อใหม่ 80 กลุ่มในมหาวิทยาลัย 30 แห่งผุดขึ้นมา ... แต่มีภารกิจเดียวกันคือ ขโมยทรัพย์สินทางปัญญาและแทรกซึมเข้าไปในความคิดของนักศึกษาอเมริกัน”
เฮกเซธระบุด้วยว่า ในช่วงสองเดือนที่ผ่านมา กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ได้ดำเนินการยุบเลิกองค์กรเหล่านี้เป็นระบบ ขณะเดียวกันบทบาทของสถาบันขงจื๊อถูกตั้งข้อสังเกตมานานเกี่ยวกับการเป็นเครื่องมือประชาสัมพันธ์หรือโฆษณาชวนเชื่อจากปักกิ่ง
ข้อมูลเชิงตัวเลขและสถานะการตอบโต้
| ข้อมูล | ตัวเลขที่ระบุ |
|---|---|
| จำนวนกลุ่มโฆษณาชวนเชื่อที่ระบุ | 80 กลุ่ม |
| จำนวนมหาวิทยาลัยที่เกี่ยวข้อง | 30 แห่ง |
| ช่วงเวลาการดำเนินการยุบเลิก | 2 เดือนที่ผ่านมา |
การตอบรับจากจีนและแหล่งข่าว
รายงานระบุว่า สถานเอกอัครราชทูตจีนในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ยังไม่ได้ออกมาตอบข้อเรียกร้องหรือให้ความคิดเห็นต่อคำกล่าวอ้างดังกล่าว รายงานข่าวอ้างแหล่งข้อมูลจากสำนักข่าวรอยเตอร์ในการสรุปเหตุการณ์
ความหมายต่อเวทีการศึกษาและความร่วมมือระหว่างประเทศ
คำประกาศของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ สะท้อนความตึงเครียดที่ขยายวงกว้างในเรื่องความมั่นคงข้อมูลและการแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างประเทศ โดยเฉพาะในบริบทของมหาวิทยาลัยซึ่งมักเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนทางวิชาการและวัฒนธรรม ทั้งนี้ การตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับสถาบันที่ได้รับทุนจากรัฐบาลต่างชาติย่อมกระทบต่อการพิจารณาความร่วมมือด้านการศึกษา การวิจัย และข้อตกลงด้านทรัพย์สินทางปัญญาในระดับนานาชาติ
- คำกล่าวหาหลัก: ยักยอกทรัพย์สินทางปัญญาและแทรกซึมความคิดนักศึกษา
- การตอบโต้: สถานทูตจีนยังไม่ตอบข้อเรียกร้อง
- ผลลัพธ์ชั่วคราว: กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ระบุว่าดำเนินการยุบองค์กรที่เกี่ยวข้องแล้วในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา
สำหรับประชาชนและหน่วยงานการศึกษาที่ติดตามเหตุการณ์นี้ในจังหวัดตากและทั่วไทย เหตุการณ์สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการทบทวนนโยบายความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยกับองค์กรต่างประเทศอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะเรื่องการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาและการปกป้องเสรีภาพทางความคิดของนักศึกษา ขณะที่ภาครัฐและสถาบันการศึกษาควรติดตามข้อมูลจากแหล่งข่าวเป็นทางการเพิ่มเติมเพื่อประเมินผลกระทบต่อความร่วมมือด้านการศึกษาในเวทีระหว่างประเทศ
หมายเหตุ: ข้อมูลในข่าวสรุปจากถ้อยแถลงของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ และรายงานของสำนักข่าวรอยเตอร์ ซึ่งยังไม่มีคำตอบอย่างเป็นทางการจากสถานเอกอัครราชทูตจีน ณ เวลาที่รายงาน