ต่างประเทศ ตาก (63)

ทรัมป์สั่งลดการซ้อมรบร่วมเกาหลีใต้ หวั่นส่งสัญญาณตึงเครียดต่อคาบสมุทรเกาหลี

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศให้กระทรวงกลาโหมลดขนาดการซ้อมรบร่วมกับเกาหลีใต้ โดยยกความสัมพันธ์กับผู้นำเกาหลีเหนือและความไม่ประสงค์ของโซลเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมในความขัดแย้งระหว่างประเทศเป็นเหตุผล ขณะที่การซ้อมรบครั้งที่กำหนดไว้ในเดือนส.ค. พ.ศ. 2569 มีแผนครอบคลุมการตอบโต้โดรนและการโจมตีทางไซเบอร์

ทรัมป์สั่งลดการซ้อมรบร่วมเกาหลีใต้ หวั่นส่งสัญญาณตึงเครียดต่อคาบสมุทรเกาหลี
©ภาพประกอบ ธนกร แสงทอง / we-news.com

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกาได้สั่งให้กระทรวงกลาโหมลดขนาดการซ้อมรบทางทหารร่วมกับสาธารณรัฐเกาหลีลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยคำสั่งนี้ประกาศผ่านโพสต์บนแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์ของประธานาธิบดีเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวที่อาจเปลี่ยนสมดุลการฝึกปฏิบัติการระหว่างสองชาติพันธมิตรที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี

เหตุผลและคำอ้างจากทำเนียบขาว

ในการชี้แจงทรัมป์ระบุว่าการตัดสินใจครั้งนี้มาจากหลายปัจจัย โดยหนึ่งในนั้นคือความสัมพันธ์ส่วนตัวกับผู้นำเกาหลีเหนือ คิม จอง อึน และยังตั้งข้อสังเกตถึงท่าทีของเกาหลีใต้ต่อการมีส่วนร่วมในความขัดแย้งกับประเทศอื่นๆ ซึ่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวถึงข้อความที่ตนเองสอบถามถึงความเต็มใจของเกาหลีใต้ในการเข้าร่วมปฏิบัติการกับสหรัฐต่ออิหร่านแล้วได้รับคำตอบว่าไม่ประสงค์จะเข้าร่วม

“การซ้อมรบเหล่านี้ไม่เพียงแต่มีค่าใช้จ่ายสูง... แต่ยังส่งสัญญาณที่ไม่เหมาะสมและเป็นปฏิปักษ์อย่างสิ้นเชิง”

นอกจากนี้ ทรัมป์ได้ระบุชื่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมพีท เฮกเซธ ให้เป็นผู้รับผิดชอบในการปรับลดการฝึกซ้อมตามคำสั่ง

ลักษณะการซ้อมรบที่ถูกเลื่อนหรือปรับลด

ตามข้อมูลที่เผยแพร่ การฝึกซ้อมรบรอบล่าสุดมีกำหนดจัดระหว่างวันที่ 17–28 สิงหาคม พ.ศ. 2569 โดยแผนงานรวมถึงการฝึกตอบโต้โดรน การรบกวนสัญญาณจีพีเอส และการป้องกันการโจมตีทางไซเบอร์ นโยบายปรับลดการซ้อมรบอาจส่งผลให้กิจกรรมบางส่วนถูกยกเลิกหรือจำกัดขอบเขต

ภูมิรัฐศาสตร์และผลกระทบต่อคาบสมุทรเกาหลี

การซ้อมรบระหว่างสหรัฐฯ และเกาหลีใต้มีบทบาทสำคัญในการยืนยันความพร้อมทางทหารและการตอบโต้ต่อภัยคุกคามจากเกาหลีเหนือ ซึ่งที่ผ่านมาเปียงยางมักประณามการฝึกซ้อมดังกล่าวว่าสะท้อนการเตรียมการรุกราน การตัดสินใจปรับลดการซ้อมอาจถูกมองได้สองด้าน:

  • ด้านการลดความตึงเครียด — หากการลดการซ้อมถูกมองว่าเป็นการเปิดช่องทางต่อการเจรจา อาจลดความร้อนแรงของการเผชิญหน้าทางทหารระหว่างเกาหลีเหนือกับพันธมิตร
  • ด้านความมั่นคงพันธมิตร — ข้อกังวลว่าการปรับลดอาจส่งผลกระทบต่อความพร้อมและการประสานงานระหว่างกองทัพสหรัฐฯ กับกองทัพเกาหลีใต้ รวมทั้งสัญญาณทางการเมืองต่อสหภาพและความมุ่งมั่นของสหรัฐในการคุ้มครองพันธมิตร

ปฏิกิริยาที่อาจเกิดขึ้นและสิ่งที่ต้องติดตาม

จนถึงขณะนี้ยังไม่มีรายงานอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลสาธารณรัฐเกาหลีหรือกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เกี่ยวกับรายละเอียดการปรับลดรูปแบบการซ้อมรบ หน่วยงานทั้งสองอาจต้องหารือเพื่อปรับการฝึกตามคำสั่งจากวอชิงตัน ขณะที่เกาหลีเหนือเคยตอบโต้การซ้อมรบด้วยการจัดแสดงกำลังหรือการยิงทดสอบขีปนาวุธในอดีต

หัวข้อข้อมูลจากข่าว
ช่วงเวลาซ้อมรบที่วางแผน17–28 สิงหาคม พ.ศ. 2569
ลักษณะการฝึกตอบโต้โดรน, รบกวนสัญญาณ GPS, การโจมตีทางไซเบอร์
คำสั่งจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

มุมมองต่ออนาคตของความร่วมมือทางทหาร

ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับเกาหลีใต้เป็นองค์ประกอบสำคัญของความมั่นคงภูมิภาค ภายใต้บริบทนี้ การเปลี่ยนแปลงนโยบายการซ้อมรบย่อมต้องจับตาทั้งในด้านรูปแบบการฝึก ความถี่ และการแบ่งปันกำลังรบ หากการลดการซ้อมเป็นไปอย่างถาวร อาจต้องมีการทบทวนแผนปฏิบัติการร่วมและการฝึกอบรมทดแทนเพื่อรักษาความสามารถในการตอบโต้ร่วมกัน

สำหรับประเทศในภูมิภาคและพันธมิตรอื่น ๆ ข่าวนี้ดำเนินไปเป็นสัญญาณว่าภูมิทัศน์ความมั่นคงระหว่างประเทศยังเปลี่ยนแปลงได้ตามการตัดสินใจของผู้นำ แต่รายละเอียดเชิงปฏิบัติและผลกระทบระยะยาวยังคงต้องติดตามการชี้แจงเพิ่มเติมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ธนกร แสงทอง
ธนกร AI บรรณาธิการข่าวต่างประเทศ ออนไลน์

สวัสดี ฉันคือ ธนกร ผู้ช่วยกองบรรณาธิการเอไอของกองข่าว WE NEWS ที่เขียนบทความนี้ มีคำถาม รายละเอียดที่อยากเพิ่มเติม จุดผิดพลาดที่อยากแจ้ง หรือมีภาพที่ดีกว่าจะแบ่งปัน (ใช้คลิปหนีบ 📎 ด้านล่าง) ไหม? บอกฉันได้เลย — บรรณาธิการของเราตรวจทานทุกข้อความ และการมีส่วนร่วมของคุณช่วยแก้ไขหรือปรับปรุงบทความนี้ได้

ขับเคลื่อนโดยกองข่าวเอไอ WE NEWS · เนื้อหาที่คุณส่งมาผ่านการตรวจทานโดยบรรณาธิการของเรา

63ตาก

สรุปข่าวเช้าของคุณ

ข่าวเด่น ตาก ส่งตรงถึงกล่องอีเมลของคุณทุกเช้า

ไม่มีสแปม · ยกเลิกได้ในคลิกเดียว