เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2569 นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมคณะผู้บริหารของกระทรวง เดินทางมาปฏิบัติหน้าที่ในจังหวัดสงขลา เพื่อประชุมเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวท้องถิ่น โดยมีเป้าหมายหลักคือการหาแนวทางแก้ไขปัญหาที่เป็นอุปสรรคต่อการเดินทางข้ามแดน และการส่งเสริมภาคท่องเที่ยวให้เป็นกลไกฟื้นฟูเศรษฐกิจในพื้นที่ชายแดนใต้
ผู้บริหารร่วมตรวจพื้นที่-รับฟังภาคเอกชน
ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ คณะได้เยี่ยมชมสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ของเมืองสงขลา ก่อนจะเข้าหารือกับผู้ประกอบการที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในตัวเมือง โดยผู้เข้าร่วมจากหน่วยงานรัฐประกอบด้วย ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา อธิบดีกรมการท่องเที่ยว อธิบดีกรมพลศึกษา ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ผู้อำนวยการ อพท. และผู้แทนจากกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ซึ่งเป็นการรวมตัวของภาครัฐหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดการพื้นที่ท่องเที่ยวและการอำนวยความสะดวกแก่ผู้เดินทาง
ปัญหาด่านชายแดนเป็นวาระสำคัญ
ประเด็นที่ผู้ประกอบการเน้นย้ำในการหารือคือความต้องการปรับปรุงการบริหารจัดการด่านชายแดน โดยเฉพาะ ด่านสะเดา และ ด่านนอก ที่ถูกยกเป็นจุดคอขวดของการเดินทางข้ามประเทศ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนการประกอบธุรกิจและประสบการณ์ของนักท่องเที่ยว ทั้งเรื่องความล่าช้าในการตรวจคนเข้าเมือง ข้อจำกัดด้านกำลังคน และความสอดคล้องของระบบกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งนักท่องเที่ยวและการค้าชายแดน
ภาคราชการรับฟังปัญหาอย่างละเอียด และยืนยันความตั้งใจที่จะเร่งหามาตรการบรรเทาปัญหาเพื่อให้การเคลื่อนย้ายทั้งคนและสินค้าเป็นไปอย่างราบรื่นมากขึ้น ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการท้องถิ่น
แนวทางพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงพื้นที่
อีกหนึ่งข้อเสนอที่ถูกหยิบยกคือการนำจุดแข็งของพื้นที่ ทั้งอาหาร วัฒนธรรม และวิถีชีวิตท้องถิ่น มาออกแบบเป็นผลิตภัณฑ์ท่องเที่ยวที่สร้างมูลค่าเพิ่ม เพื่อกระจายรายได้สู่ชุมชน การพัฒนาเส้นทางเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ รวมถึงการส่งเสริมการตลาดให้ดึงนักท่องเที่ยวเข้าพื้นที่มากขึ้น ล้วนเป็นแนวทางที่ผู้ประกอบการและผู้บริหารเห็นพ้องต้องกัน
- ปรับปรุงประสิทธิภาพด่านชายแดน ลดความล่าช้าในการผ่านแดน
- แก้ไขข้อจำกัดด้านบุคลากรและระบบกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวและการขนส่ง
- พัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงและส่งเสริมผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น
เชื่อมโยงกีฬาเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
การหารือยังให้ความสำคัญกับบทบาทของกีฬาในฐานะเครื่องมือสร้างรายได้และยกระดับคุณภาพชีวิต ทั้งการส่งเสริมกิจกรรมกีฬาระดับชุมชนและการดึงงานกีฬาที่มีศักยภาพมาจัดในพื้นที่ ซึ่งจะช่วยเพิ่มขนาดของตลาดผู้มาเยือนและสร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการในพื้นที่โดยรอบ
การประชุมครั้งนี้ยังเป็นเวทีแสดงความร่วมมือระหว่างหน่วยงานรัฐหลายหน่วยกับภาคเอกชน เพื่อเดินหน้าแนวทางปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม แม้ว่าจะยังต้องใช้เวลาพิจารณาและดำเนินการในหลายมิติ เช่น การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน การปรับกฎระเบียบ และการวางแผนกำลังคนในด่านชายแดน
ภาพรวมและผลที่คาดหวัง
หากมาตรการที่ถูกหารือได้รับการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง จะช่วยลดปัญหาคอขวดด้านการเดินทางข้ามแดน ปรับปรุงศักยภาพการให้บริการของผู้ประกอบการ และสร้างช่องทางกระจายรายได้สู่ผู้คนในพื้นที่ชายแดน ทั้งนี้ ผลลัพธ์ในเชิงเศรษฐกิจและสังคมต้องอาศัยความร่วมมือจากหน่วยงานทุกภาคส่วนและการติดตามประเมินผลเป็นระยะ
| หน่วยงาน/บุคคล | บทบาทในการประชุม |
|---|---|
| รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา | นำคณะ ลงพื้นที่รับฟังปัญหา |
| ปลัดกระทรวง, อธิบดีกรมต่างๆ, ผู้ว่าการ ททท., ผอ.อพท. | ร่วมประชุมและวางแนวทางแก้ปัญหา |
การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นสัญญาณว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูเศรษฐกิจเชิงพื้นที่ โดยเฉพาะบริเวณชายแดนใต้ อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงที่จับต้องได้ต้องอาศัยการประสานงานและการลงทุนทั้งในด้านบุคลากร กฎหมาย และโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อให้การท่องเที่ยวและกีฬาช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนอย่างยั่งยืน