ปัญหาทับซ้อนทำให้แหล่งสำคัญไร้การบริหารจัดการ
ตราด — ปัญหาการทับซ้อนของที่ดินราชพัสดุบนเกาะกูด ก่อให้เกิดช่องว่างในการบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของเกาะ ทั้งน้ำตก ต้นไม้ยักษ์ และเขาเรือรบ ส่งผลให้พื้นที่เหล่านี้ถูกปล่อยให้เป็นพื้นที่สาธารณะที่นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายมากว่า 20 ปี และสร้างภาระแก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการดูแลความสะอาดและความปลอดภัย
ประชุมสรุปข้อเท็จจริงและแนวทางแก้ไข
เมื่อวันที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2569 ที่ห้องประชุมตราดสีทอง ศาลากลางจังหวัดตราด มีการประชุมเพื่อติดตามการแก้ไขปัญหาการท่องเที่ยวในพื้นที่อำเภอเกาะกูด โดยมี นายสาคร นิลรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดตราด นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเกาะกูด ผู้แทนแขวงทางหลวงชนบทตราด สำนักงานที่ดินจังหวัดตราด หน่วยงานท้องถิ่น รวมทั้งตัวแทนกองทัพเรือ ธนารักษ์พื้นที่ตราด และอำเภอเกาะกูดเข้าร่วมผ่านระบบออนไลน์
ผู้แทนท้องถิ่นระบุว่า ปัญหาหลักมาจากสถานะของที่ดินซึ่งถูกจัดเป็น ที่ราชพัสดุ และตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อ พ.ศ. 2513 ได้กำหนดให้กองทัพเรือเป็นผู้ดูแลเพื่อประโยชน์ด้านความมั่นคง ส่งผลให้องค์กรปกครองท้องถิ่นไม่สามารถใช้งบประมาณสาธารณะดำเนินการก่อสร้างหรือปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวกภายในพื้นที่ได้
ผลกระทบด้านงบประมาณและการบริการ
หนึ่งในผลกระทบที่ถูกหยิบยกในการประชุมคือเรื่องรายได้ที่ควรจัดเก็บจากการให้บริการและการจัดการแหล่งท่องเที่ยว โดยตัวแทน อบต.ระบุว่าการเปิดให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้าชมโดยไม่เก็บค่าธรรมเนียม ส่งผลให้รัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสูญเสียโอกาสจัดเก็บรายได้ที่ประเมินได้ถึง เกือบ 60 ล้านบาทต่อปี ขณะเดียวกันภาระการจัดเก็บขยะ การสอดส่องด้านความปลอดภัย และการบำรุงพื้นที่ต้องตกเป็นหน้าที่ท้องถิ่นและฝ่ายปกครองซึ่งรับภาระงบประมาณจำกัด
ความไม่สอดคล้องของการบริหารจัดการที่ดิน
ที่ประชุมยังชี้ว่ามีความย้อนแย้งเช่นเดียวกับกรณีที่กรมธนารักษ์อนุญาตให้เอกชนเช่าที่ดินบนเกาะกูดกว่า 600 ไร่ เพื่อใช้ประโยชน์ได้ ขณะที่พื้นที่แหล่งท่องเที่ยวสำคัญกลับถูกหวงห้ามเพื่อประโยชน์ด้านความมั่นคง ทำให้เกิดคำถามต่อความชัดเจนของนโยบายการใช้ประโยชน์ที่ดินของรัฐและการจัดสรรผลประโยชน์แก่ประชาชนท้องถิ่น
ข้อเรียกร้องและแนวทางที่เสนอ
ตัวแทนองค์การบริหารส่วนตำบลเกาะกูดเรียกร้องให้หน่วยงานระดับจังหวัดและส่วนกลางเร่งดำเนินการแก้ไขสถานะพื้นที่ทับซ้อน โดยเสนอแนวทางให้แยกพื้นที่ความมั่นคงออกจากพื้นที่ที่สามารถพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวได้ เพื่อเปิดช่องทางให้ท้องถิ่นสามารถเข้าไปพัฒนาสาธารณูปโภคและจัดเก็บค่าธรรมเนียมตามความเหมาะสม
- ชี้ชัดเขตพื้นที่ใดเป็นเพื่อความมั่นคงและควรปิดกั้น
- กำหนดพื้นที่ท่องเที่ยวที่สามารถมอบหมายการดูแลให้หน่วยงานท้องถิ่นหรือหน่วยงานอื่นที่เหมาะสม
- จัดระบบการจัดเก็บรายได้และจัดสรรให้ท้องถิ่นเพื่อการบำรุงรักษา
ผลต่อการท่องเที่ยวและชุมชน
ปัญหาดังกล่าวส่งผลต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของเกาะกูด ซึ่งเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของจังหวัดตราด หากไม่สามารถแก้ไขได้อย่างเป็นระบบ อาจจำกัดการพัฒนาที่ยั่งยืนและสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับชุมชนท้องถิ่น ทั้งการจ้างงานและการมีรายได้จากการท่องเที่ยวอย่างเป็นรูปธรรม
| ประเด็น | สถานะ/ข้อมูลที่ประชุม |
|---|---|
| ระยะเวลาปัญหา | กว่า 20 ปี |
| พื้นที่เช่าเอกชน | กรมธนารักษ์อนุญาตเช่า > 600 ไร่ |
| การสูญเสียรายได้ | ประมาณ เกือบ 60 ล้านบาท/ปี |
ที่ประชุมวันนี้เป็นการระดมข้อมูลและเตรียมข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อยื่นต่อหน่วยงานส่วนกลางที่เกี่ยวข้อง โดยมีเป้าหมายให้เกิดการแบ่งบทบาทความรับผิดชอบที่ชัดเจนและเปิดทางให้องค์กรท้องถิ่นสามารถมีส่วนร่วมในการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวของเกาะกูดอย่างเป็นระบบ
สำหรับเรื่องนี้ จะต้องติดตามความคืบหน้าว่าหน่วยงานระดับจังหวัดและส่วนกลางจะมีมติอย่างไรเพื่อแก้ไขสถานะที่ดินและจัดตั้งรูปแบบการบริหารจัดการที่สอดคล้องกับการพัฒนาท่องเที่ยวและความมั่นคงต่อไป