เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2569 กองบังคับการตำรวจน้ำ (บก.รน.) ร่วมกับเจ้าหน้าที่กรมข่าวทหารเรือและข่าวทัพเรือภาคที่ 1 ดำเนินการสกัดและตรวจค้นเรือสปีดโบ๊ทเป้าหมายที่เข้ามาเทียบท่าฝั่งในพื้นที่อำเภอแหลมงอบ จังหวัดตราด ผลการปฏิบัติการนำไปสู่การจับกุมผู้ต้องหา 1 ราย พร้อมของกลางเป็นอาวุธสงครามและเครื่องกระสุนจำนวนมาก
ปฏิบัติการติดตาม-สกัดกลางทะเล
เจ้าหน้าที่แจ้งว่าได้รับเบาะแสเกี่ยวกับการใช้เรือสปีดโบ๊ทออกไปรับสิ่งของต้องสงสัยกลางทะเลบริเวณใกล้เกาะกูด ก่อนจะลำเลียงกลับเข้าฝั่งไปยังจุดเดิมในท้องที่อำเภอแหลมงอบ จ.ตราด จึงวางกำลังติดตามการเคลื่อนไหวของเรือลำดังกล่าวตั้งแต่ที่ออกจากท่า
เมื่อเรือเป้าหมายกลับเข้ามาใกล้ฝั่ง เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการทางน้ำได้นำเรือตรวจการณ์เข้าตรวจค้น พบผู้ที่เกี่ยวข้องบนเรือและตรวจสอบภายในห้องหัวเรือพบกระสอบต้องสงสัยหลายใบ เมื่อตรวจค้นจึงพบอาวุธและเครื่องกระสุนจำนวนมาก
ของกลางที่ตรวจยึด
| รายการ | จำนวนที่ยึดได้ |
|---|---|
| ปืนอาก้า (AK-47) | 2 กระบอก |
| เครื่องกระสุนปืนอาก้า | 23,640 นัด |
| เครื่องกระสุนปืนกล ขนาด 12.7 มม. | 765 นัด |
| แมกกาซีนปืนอาก้า | 102 อัน |
| เรือยนต์สปีดโบ๊ท สีขาว-น้ำเงิน | 1 ลำ (ไม่มีชื่อ/เลขทะเบียน) |
| โทรศัพท์มือถือ | จำนวนหนึ่ง |
การจับกุมและการสอบสวน
จากการควบคุมตัวผู้ต้องหา เจ้าหน้าที่ระบุชื่อผู้ถูกจับว่าเป็น นายสมจิตร อายุ 51 ปี ถูกควบคุมตัวที่ท่าเทียบเรือในพื้นที่หมู่ 2 ต.คลองใหญ่ อ.แหลมงอบ หลังจากเจ้าหน้าที่พบว่ามีท่าทางต้องสงสัยขณะผูกเชือกเรือบนสปีดโบ๊ท
"ได้รับจ้างขนของ แต่ไม่ทราบว่าสิ่งของที่รับมานั้นเป็นอาวุธสงคราม"
ผู้ต้องหาให้การต่อพนักงานสอบสวนในทำนองว่าตนและผู้ร่วมขบวนการได้รับจ้างให้ออกไปรับสิ่งของกลางทะเลจากชาวกัมพูชา โดยอ้างว่าไม่ทราบเนื้อหาของสิ่งของที่นำมาส่ง อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ระบุว่าในระหว่างการสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหาตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรแหลมงอบเพื่อดำเนินคดี
ขณะเดียวกันผู้ร่วมขบวนการอีกคนหนึ่งซึ่งระบุชื่อว่าเป็นนายศักรินทร์ หรือที่เรียกกันว่า "ตู่" สามารถหลบหนีไปได้ในช่วงที่เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้น ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างสืบสวนติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย
ข้อกล่าวหาและมาตรการของเจ้าหน้าที่
พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหาต่อผู้ต้องหาในความผิดหลายมาตรา รวมทั้งการครอบครองอาวุธปืนและยุทธภัณฑ์ที่ต้องได้รับอนุญาตตามกฎหมาย การนำพาอาวุธเข้ามาในเขตชุมชนโดยไม่มีเหตุอันควร และการใช้เรือที่มิได้รับใบอนุญาต เป็นต้น เจ้าหน้าที่ทั้งตำรวจน้ำและหน่วยงานทหารเรือยังเตรียมตรวจสอบเส้นทางการลำเลียง เพื่อติดตามผู้ที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม
ผลกระทบต่อความมั่นคงและคำแนะนำเชิงปฏิบัติ
เหตุการณ์ครั้งนี้ชี้ให้เห็นถึงช่องโหว่ของการลักลอบขนส่งอาวุธผ่านทางทะเล โดยเฉพาะในพื้นที่เกาะและชายฝั่งที่มีการเชื่อมต่อกับน่านน้ำระหว่างประเทศ เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นและชุมชนชายฝั่งควรแจ้งเบาะแสการเคลื่อนไหวของเรือที่มีพฤติกรรมผิดปกติ เช่น การเทียบท่าในช่วงกลางคืน การใช้เรือที่ไม่มีทะเบียน หรือการบรรทุกสิ่งของปริศนา เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบทันที
- ประชาชนควรสังเกตพฤติกรรมเรือที่ไม่มีทะเบียนหรือมาเทียบท่าโดยไม่ชอบธรรม และแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที
- หน่วยงานความมั่นคงต้องเสริมการลาดตระเวน-ตรวจสอบในน่านน้ำใกล้เกาะที่มีการเชื่อมต่อกับต่างประเทศ
- การสืบสวนทางนิติเวชและข้อมูลสารสนเทศจากโทรศัพท์ที่ยึดได้จะเป็นกุญแจสำคัญในการขยายผลคดี
เจ้าหน้าที่ยืนยันว่าจะเร่งติดตามผู้หลบหนี มาตรวจสอบที่มาของอาวุธและเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง พร้อมนำของกลางส่งเป็นหลักฐานให้กระบวนการยุติธรรมดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป