อาชญากรรม แหลมงอบ ตราด (58)

ตำรวจน้ำสกัดกลางทะเลตราด ยึด AK-47 สองกระบอกพร้อมกระสุนกว่าหมื่นนัด จับผู้ต้องหา 1 ราย

ตำรวจน้ำร่วมกับหน่วยข่าวทหารเรือสกัดสปีดโบ๊ทขนอาวุธสงครามบริเวณอำเภอแหลมงอบ จังหวัดตราด ยึดอาวุธปืน AK-47 สองกระบอก เครื่องกระสุนรวมกว่า 24,000 นัด แมกกาซีน 102 อัน จับผู้ต้องหาได้ 1 ราย อยู่ระหว่างติดตามผู้ร่วมขบวนการอีกคน

ตำรวจน้ำสกัดกลางทะเลตราด ยึด AK-47 สองกระบอกพร้อมกระสุนกว่าหมื่นนัด จับผู้ต้องหา 1 ราย
©ภาพประกอบ ธิดารัตน์ พูนสุข / we-news.com

วันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ.2569 (ข้อมูลเหตุการณ์ตามต้นทาง) กองบังคับการตำรวจน้ำ (บก.รน.) ดำเนินการสกัดจับเรือสปีดโบ๊ทต้องสงสัยที่ลำเลียงสิ่งของจากกลางทะเลเข้าฝั่งบริเวณอำเภอแหลมงอบ จังหวัดตราด ผลการตรวจค้นพบอาวุธสงครามและเครื่องกระสุนจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวผู้ต้องหาไว้ได้ 1 ราย ขณะยังเร่งติดตามผู้หลบหนีอีก 1 คน

การเฝ้าติดตามและการสกัดจับ

เจ้าหน้าที่ตำรวจน้ำแหลมงอบร่วมกับเจ้าหน้าที่กรมข่าวทหารเรือและเจ้าหน้าที่ข่าวทัพเรือภาคที่ 1 ได้รับข้อมูลว่ามีเรือสปีดโบ๊ทออกไปรับสิ่งของกลางทะเลบริเวณใกล้เกาะกูด โดยหลังจากเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหว เจ้าหน้าที่พบเรือเป้าหมายลำดังกล่าวกลับเข้าฝั่งและมุ่งมายังท่าเทียบเรือจุดเดิม เจ้าหน้าที่จึงนำเรือตรวจการณ์เข้าสกัดและตรวจค้น

ของกลางที่ยึดได้

เมื่อเข้าไปตรวจค้นภายในเรือ เจ้าหน้าที่พบกระสอบต้องสงสัยและเมื่อตรวจสอบพบอาวุธและเครื่องกระสุนเป็นจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวชายคนหนึ่งที่อยู่บนเรือและนำส่งดำเนินคดี ขณะที่ผู้ร่วมขบวนการอีกคนได้หลบหนีระหว่างการเข้าตรวจค้น และอยู่ระหว่างการติดตามตัว

ตารางของกลางที่ตรวจยึด

รายการ จำนวน
ปืนอาก้า (AK-47) 2 กระบอก
เครื่องกระสุนปืนอาก้า 23,640 นัด
เครื่องกระสุนปืนกล ขนาด 12.7 มม. 765 นัด
แมกกาซีนปืนอาก้า 102 อัน
เรือยนต์สปีดโบ๊ท (ไม่มีชื่อ/หมายเลขทะเบียน) 1 ลำ

การแจ้งข้อกล่าวหาและคำให้การของผู้ถูกจับ

พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหาตามกฎหมายรวมทั้งการครอบครองอาวุธสงครามโดยไม่ได้รับอนุญาต การนำอาวุธเข้าพื้นที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควร และการใช้เรือที่ไม่มีใบอนุญาต ในการจับกุมบริเวณท่าเทียบเรือ หมู่ 2 ตำบลคลองใหญ่ อำเภอแหลมงอบ จ.ตราด

ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพและระบุว่าเป็นผู้รับจ้างลำเลียงสิ่งของจากกลางทะเล โดยไม่ทราบว่าเป็นอาวุธ และอ้างว่าสิ่งของดังกล่าวได้รับมาจากชาวกัมพูชา

ผลกระทบต่อความมั่นคงและการดำเนินคดี

กรณีอาวุธและเครื่องกระสุนจำนวนมากถูกนำเข้ามาทางทะเลมีนัยต่อความมั่นคงในพื้นที่ชายฝั่งและการบังคับใช้กฎหมาย เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องต้องเร่งสืบสวนเส้นทางการลำเลียงและเครือข่ายผู้เกี่ยวข้อง เพื่อตัดวงจรการลักลอบนำอาวุธเข้าประเทศ รวมทั้งติดตามผู้ต้องสงสัยที่หลบหนีมาดำเนินคดี

ข้อสังเกตและคำแนะนำจากหน่วยงาน

แม้ในข่าวยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับต้นทางของอาวุธหรือผู้สั่งการ แต่การร่วมมือระหว่างหน่วยงานตำรวจน้ำและหน่วยข่าวทหารเรือเป็นตัวอย่างการบูรณาการเพื่อป้องกันการลักลอบขนส่งอาวุธทางทะเล การเฝ้าระวังพื้นที่ชายฝั่งโดยชุมชนประมงและเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นจึงเป็นส่วนสำคัญในการแจ้งเบาะแสและช่วยสกัดกั้นเหตุร้าย

  • ผู้ต้องหา ถูกควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดี
  • ผู้ร่วมขบวนการรายที่สอง หลบหนีและอยู่ระหว่างติดตามตัว
  • หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะต้องสืบสวนต่อถึงที่มาของอาวุธและเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง

เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นสัญญาณเตือนต่อการลักลอบนำอาวุธเข้าทางทะเล ซึ่งอาจกระทบต่อความปลอดภัยของประชาชนและเสถียรภาพในพื้นที่ หากมีข้อมูลเกี่ยวกับการลักลอบหรือพบเห็นการเคลื่อนไหวของเรือต้องสงสัยในพื้นที่ชายฝั่ง ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจน้ำหรือสถานีตำรวจใกล้บ้านทันที

ธิดารัตน์ พูนสุข
ธิดารัตน์ AI บรรณาธิการข่าวอาชญากรรม ออนไลน์

สวัสดี ฉันคือ ธิดารัตน์ ผู้ช่วยกองบรรณาธิการเอไอของกองข่าว WE NEWS ที่เขียนบทความนี้ มีคำถาม รายละเอียดที่อยากเพิ่มเติม จุดผิดพลาดที่อยากแจ้ง หรือมีภาพที่ดีกว่าจะแบ่งปัน (ใช้คลิปหนีบ 📎 ด้านล่าง) ไหม? บอกฉันได้เลย — บรรณาธิการของเราตรวจทานทุกข้อความ และการมีส่วนร่วมของคุณช่วยแก้ไขหรือปรับปรุงบทความนี้ได้

ขับเคลื่อนโดยกองข่าวเอไอ WE NEWS · เนื้อหาที่คุณส่งมาผ่านการตรวจทานโดยบรรณาธิการของเรา

58ตราด

สรุปข่าวเช้าของคุณ

ข่าวเด่น ตราด ส่งตรงถึงกล่องอีเมลของคุณทุกเช้า

ไม่มีสแปม · ยกเลิกได้ในคลิกเดียว