จังหวัดสิงห์บุรีเดินหน้าสร้างต้นแบบผู้ทำหน้าที่สื่อสารเรื่องราวท้องถิ่น โดยจัดอบรมเชิงปฏิบัติการให้กับบุคลากรและเครือข่ายด้านการท่องเที่ยว เพื่อถ่ายทอดประวัติศาสตร์ วิถีชีวิต และอัตลักษณ์ของชุมชนในรูปแบบที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายยุคใหม่
ตั้งเป้าสร้างเครือข่ายนักสื่อความหมาย
กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 11–13 กันยายน พ.ศ. 2569 ณ โรงแรมโกลเด้นดราก้อน รีสอร์ท ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด โดยมีการออกแบบหลักสูตรที่เน้นทั้งทักษะเชิงเนื้อหาและการนำเสนอ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมสามารถเชื่อมโยงเรื่องเล่าทางวัฒนธรรมกับการสร้างจุดหมายปลายทางที่มีคุณภาพ
เนื้อหาหลักสูตรและวิธีการฝึกปฏิบัติ
การอบรมครอบคลุมหัวข้อสำคัญหลายด้าน อาทิ การค้นหาและสกัดสาระอัตลักษณ์ของชุมชน การเลือกใช้ถ้อยคำและภาษาที่เหมาะสมต่อผู้ชม รวมถึงการนำเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาช่วยออกแบบเรื่องเล่าให้ดึงดูดต่อผู้เยี่ยมชม ซึ่งมีทั้งการบรรยายและการฝึกปฏิบัติลงพื้นที่จริง
- บทบาทของผู้เล่าเรื่องการท่องเที่ยว
- การค้นหาและสื่อสารอัตลักษณ์ชุมชน
- การประยุกต์ใช้สื่อดิจิทัลและ AI ในงานสื่อสารการท่องเที่ยว
- การลงพื้นที่ศึกษาจุดท่องเที่ยวเพื่อฝึกการเล่าเรื่อง
ลงพื้นที่ฝึกเล่าเรื่องจากสถานที่จริง
ผู้เข้าร่วมได้ไปศึกษาสถานที่สำคัญหลายแห่งภายในจังหวัด เพื่อฝึกการสื่อสารจากบริบทจริง ได้แก่ วัดประโชติการาม วัดสังฆราชาวาส วัดพรหมเทพาวาส ศูนย์การเรียนรู้ภูมิปัญญาไทยผ้าหมักโคลนเจ้าพระยา และวัดพระนอนจักรสีห์ การลงพื้นที่ทำให้ผู้เข้าอบรมสามารถเชื่อมโยงข้อมูลประวัติศาสตร์ ประเพณี และการดำรงชีวิตของชุมชนเข้ากับรูปแบบการนำเสนอที่เหมาะสม
| วันที่ | กิจกรรมสำคัญ |
|---|---|
| 11 กันยายน พ.ศ. 2569 | พิธีเปิดและบรรยายพื้นฐานเกี่ยวกับบทบาทนักสื่อความหมาย |
| 12 กันยายน พ.ศ. 2569 | เวิร์กช็อปการค้นหาอัตลักษณ์ชุมชนและการใช้สื่อดิจิทัล |
| 13 กันยายน พ.ศ. 2569 | การลงพื้นที่ฝึกเล่าเรื่องสถานที่จริง |
ความสอดคล้องกับนโยบายการพัฒนาท้องถิ่น
แนวทางการอบรมนี้สอดรับกับแผนพัฒนาการท่องเที่ยวของจังหวัดที่มุ่งเน้นการสร้างมูลค่าเพิ่มจากทรัพยากรทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยหวังให้การเล่าเรื่องเป็นหนึ่งในเครื่องมือสร้างความยั่งยืนทางเศรษฐกิจและสังคมให้กับชุมชน
การยกระดับการเล่าเรื่องยังช่วยให้ผู้ประกอบการท่องเที่ยวรายย่อยและชุมชนสามารถเข้าถึงนักท่องเที่ยวเชิงคุณภาพได้มากขึ้น ทั้งนี้ การใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่เช่น AI จะช่วยให้การผลิตเนื้อหาและการวางแผนเส้นทางท่องเที่ยวมีความเป็นมืออาชีพขึ้น และตอบโจทย์การสื่อสารสมัยใหม่
ผลที่คาดหวังและทางปฏิบัติสำหรับชุมชน
ตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการประเมินได้จากความสามารถของเครือข่ายนักสื่อความหมายในการสร้างเนื้อหาที่น่าสนใจ มีความถูกต้องทางประวัติศาสตร์ และสามารถเชื่อมต่อกับผู้ประกอบการท้องถิ่นเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์การท่องเที่ยว นอกจากนี้ การพัฒนาทักษะด้านการใช้สื่อดิจิทัลจะเป็นประโยชน์ในการโปรโมตแหล่งท่องเที่ยวและกิจกรรมเชิงวัฒนธรรมในวงกว้าง
สำหรับชุมชนที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมในอนาคต เจ้าหน้าที่แนะนำให้เตรียมข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับประวัติท้องถิ่น ผลิตภัณฑ์ชุมชน และแหล่งเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อใช้เป็นกรณีศึกษาขณะฝึกปฏิบัติ และเพื่อให้การถ่ายทอดเรื่องราวมีความต่อเนื่องและเข้มแข็ง
โครงการนี้จึงถือเป็นอีกหนึ่งความพยายามของจังหวัดในการสร้าง“ผู้เล่าเรื่อง”ที่มีศักยภาพ ทั้งในด้านเนื้อหาและการใช้งานเทคโนโลยี เพื่อยกระดับการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและสร้างรายได้ที่ยั่งยืนแก่ชุมชนในพื้นที่