เมื่อวานนี้ เวลา 19.45 น. ณ โรงเรียนบางระจันวิทยา อำเภอบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เสด็จไปยังสถานศึกษาเพื่อติดตามการดำเนินงานโครงการ ทูบีนัมเบอร์วัน และทรงเปิดชมรมรวมทั้งศูนย์เพื่อนใจทูบี นัมเบอร์วันของโรงเรียน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในระดับสถานศึกษา
เป้าหมายของศูนย์เพื่อนใจและชมรมทูบี
โรงเรียนบางระจันวิทยาเปิดสอนระดับมัธยมศึกษา มีนักเรียนรวมทั้งสิ้น 1,104 คน ศูนย์เพื่อนใจฯ ของโรงเรียนดำเนินการโดยยึดหลักการ “ปรับทุกข์ สร้างสุข แก้ปัญหา พัฒนา EQ” และมีอาสาสมัครที่ผ่านการอบรมจากนักจิตวิทยาจำนวน 30 คน ทำหน้าที่ให้คำปรึกษา จัดกิจกรรมสร้างสุข และบูรณาการทักษะอาชีพเข้ากับการเรียนการสอน
- กิจกรรมสร้างรายได้ เช่น การจัดทำดอกไม้จากดินไทย และงานศิลปะท้องถิ่น
- การถักเชือกมงคลแบบท้องถิ่นเพื่อสื่อความหมายเรื่องความสามัคคี
- การพัฒนาทักษะฝีมือ เช่น ลูกประคบและการทำสินค้าเล็กๆ เพื่อนำสู่รายได้
- ชมรมทูบี นัมเบอร์วัน ส่งเสริมกีฬา ดนตรี ศิลปะ และจิตอาสาเป็นกลไกป้องกันการเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด
ผลการดำเนินงานระดับจังหวัดและคำแนะนำจากพระองค์
ในการเสด็จครั้งนี้ ทรงติดตามผลการดำเนินงานของโครงการในระดับจังหวัดที่เป็นต้นแบบ โดยระบุหน่วยงานและกลุ่มที่ได้รับการยกย่อง ได้แก่ เรือนจำจังหวัดสิงห์บุรีซึ่งเป็นกลุ่มต้นแบบระดับทอง ขณะที่สำนักงานคุมประพฤติจังหวัดสิงห์บุรี บริษัท คอมพาวด์เคลย์ จำกัด และโรงเรียนบางระจันวิทยาเป็นกลุ่มต้นแบบระดับเงิน นอกจากนี้ชุมชนบ้านท่าข้ามกลางก็ผ่านเข้าประกวดกลุ่มดีเด่นระดับประเทศ
ระหว่างการเสด็จ มีการพระราชทานเข็มที่ระลึกแก่ผู้ที่ถวายเงินสมทบโครงการทูบี นัมเบอร์วันและทรงพระราชทานเงินแก่ตัวแทนองค์กรที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งทรงรับฟังตัวแทนจากสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดสิงห์บุรี รวมถึงสำนักงานคุมประพฤติที่นำตัวแทนผู้เคยมีประสบการณ์พลาดพลั้งมาแบ่งปันเรื่องราวการเปลี่ยนแปลงชีวิต
“เมื่อได้ตัดสินใจแล้ว ก็อย่าทรยศต่อความตั้งใจของตัวเอง ขอให้มีจิตใจเข้มแข็ง”
พระดำรัสตอนหนึ่งยังเน้นถึงความเข้าใจในวัยรุ่นว่าเป็นช่วงที่ฮอร์โมนเปลี่ยนแปลงและอารมณ์อาจแปรปรวน ทรงเสนอให้เยาวชนและครอบครัวใช้การพูดคุยเปิดใจเป็นเครื่องมือสำคัญ และเน้นการตั้งใจเรียนเป็นพื้นฐานหนึ่งในการสร้างทางเลือกที่ดี
เสียงสะท้อนจากชุมชนและความหมายเชิงสังคม
การเสด็จติดตามโครงการทูบีนัมเบอร์วันในพื้นที่จังหวัดสิงห์บุรีสะท้อนถึงความร่วมมือของหลายภาคส่วน ทั้งหน่วยงานรัฐ เอกชน โรงเรียน และชุมชน ที่ร่วมกันสร้างกลไกป้องกันปัญหายาเสพติดผ่านกิจกรรมที่สร้างทักษะและอาชีพให้กับเยาวชน การมีศูนย์เพื่อนใจและอาสาสมัครให้คำปรึกษาภายในโรงเรียนช่วยเติมเต็มช่องว่างเรื่องการดูแลด้านจิตใจของนักเรียน โดยไม่จำกัดเพียงการรณรงค์เชิงประสิทธิภาพทางกฎหมายเท่านั้น
นโยบายเชิงการศึกษาและสุขภาวะเช่นนี้มีความสำคัญต่อการลดความเสี่ยงของเยาวชนที่อาจถูกชักจูงเข้าสู่วงจรปัญหา ขณะเดียวกันการนำผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นและทักษะอาชีพมาผนวกกับการเรียนการสอน ช่วยให้เยาวชนมีทางเลือกในการประกอบอาชีพและสร้างรายได้ ซึ่งเป็นปัจจัยเชิงป้องกันที่สำคัญ
ข้อแนะนำสำหรับสถานศึกษาและผู้ปกครอง
จากการดำเนินงานของศูนย์เพื่อนใจและชมรมทูบี นัมเบอร์วัน สถานศึกษาควรพิจารณา:
- จัดการอบรมให้คำปรึกษาแก่ครูและนักเรียนอย่างต่อเนื่อง
- เชื่อมโยงกิจกรรมทักษะอาชีพกับตลาดท้องถิ่นเพื่อสร้างรายได้ที่ยั่งยืน
- ส่งเสริมพื้นที่พูดคุยระหว่างนักเรียนและครอบครัวในลักษณะที่เอื้อให้เปิดใจ
การที่หน่วยงานต่างๆ ในจังหวัดร่วมมือกันสร้างโครงสร้างรองรับเยาวชนจะเป็นรากฐานสำคัญในการลดปัญหายาเสพติดและเสริมสร้างศักยภาพของคนรุ่นใหม่ให้เป็นทรัพยากรของชุมชนต่อไป
| ข้อมูล | จำนวน/สถานะ |
|---|---|
| จำนวนนักเรียนโรงเรียนบางระจันวิทยา | 1,104 คน |
| อาสาสมัครศูนย์เพื่อนใจ | 30 คน |
| หน่วยงานระดับต้นแบบ | เรือนจำจังหวัด (ทอง), สำนักงานคุมประพฤติ, บริษัท คอมพาวด์เคลย์ จำกัด, โรงเรียนบางระจันวิทยา (เงิน) |
การเสด็จครั้งนี้ไม่เพียงเป็นการให้กำลังใจแก่ผู้ทำงานด้านป้องกันปัญหายาเสพติด แต่ยังเป็นการเน้นย้ำว่าการร่วมมือเชิงชุมชนและการพัฒนาทักษะควบคู่กับการดูแลด้านจิตใจเป็นหนทางที่เป็นไปได้ในการสร้างอนาคตที่เข้มแข็งให้กับเยาวชนสิงห์บุรี