เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2569 ที่ผ่านมา ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เสด็จไปยัง โรงเรียนบางระจันวิทยา อำเภอบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี เพื่อเยี่ยมเยียนสมาชิกและติดตามผลการขับเคลื่อนโครงการ TO BE NUMBER ONE ในพื้นที่จังหวัดสิงห์บุรี
การขับเคลื่อนร่วมภาคราชการและชุมชน
การดำเนินงานโครงการ TO BE NUMBER ONE ในจังหวัดสิงห์บุรี บริหารจัดการแบบบูรณาการ โดยมีคณะกรรมการประจำจังหวัดซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน หน่วยงานราชการร่วมกับเครือข่ายภาคเอกชนและประชาชนช่วยกันขับเคลื่อนตามแนวทางของโครงการ เพื่อสร้างแกนนำ ส่งเสริมนวัตกรรม และพัฒนาความรู้แก่เยาวชนในพื้นที่
ระหว่างเสด็จฯ ทูลกระหม่อมหญิงได้เปิด ชมรม TO BE NUMBER ONE และ ศูนย์เพื่อนใจ TO BE NUMBER ONE ภายในโรงเรียน เพื่อเป็นศูนย์กลางการให้คำปรึกษาและกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์สำหรับนักเรียนและเยาวชน ตลอดจนเป็นต้นแบบการรวมพลังของชุมชนท้องถิ่น
ผลการดำเนินงานและขนาดเครือข่าย
ปัจจุบันจังหวัดสิงห์บุรีมีสมาชิก TO BE NUMBER ONE ที่มีอายุระหว่าง 6–24 ปี รวมทั้งสิ้น 34,495 คน ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 82 ของกลุ่มเป้าหมายในจังหวัด ด้านเครือข่ายมีการจัดตั้งชมรมในหลากหลายภาคส่วนทั้งสถานศึกษา ชุมชน สถานประกอบการ สำนักงานคุมประพฤติ สถานพินิจและเรือนจำ รวมทั้งหมด 284 ชมรม และมีศูนย์เพื่อนใจในจังหวัด 40 แห่ง
| หัวข้อ | จำนวน/สถานะ |
|---|---|
| สมาชิกอายุ 6–24 ปี | 34,495 คน (ร้อยละ 82) |
| จำนวนชมรม | 284 ชมรม |
| ศูนย์เพื่อนใจ | 40 แห่ง |
| ระดับต้นแบบประจำจังหวัด | จังหวัดสิงห์บุรีได้รับการยกเป็นต้นแบบระดับเงิน |
ตัวอย่างผลงานในพื้นที่
ผลงานที่ได้รับการยกย่องของจังหวัดทั้งในระดับเรือนจำ สถานประกอบการ และสถานศึกษา ได้แก่ เรือนจำจังหวัดสิงห์บุรี ที่ได้รับการยกเป็นกลุ่มต้นแบบระดับทอง ขณะที่สำนักงานคุมประพฤติจังหวัดสิงห์บุรี บริษัท คอมพาวเคลย์ จำกัด และโรงเรียนบางระจันวิทยา เป็นตัวอย่างกลุ่มต้นแบบระดับเงิน นอกจากนี้ ชุมชนบ้านท่าข้ามกลางยังผ่านเข้ารอบประกวดกลุ่มดีเด่นระดับประเทศ แสดงให้เห็นแนวทางการขยายผลงานจากโรงเรียนสู่ชุมชนและภาคธุรกิจ
- สร้างแกนนำในโรงเรียนและชุมชน
- จัดตั้งศูนย์ให้คำปรึกษาสำหรับวัยรุ่น
- เชื่อมโยงหน่วยงานราชการกับภาคเอกชน
"จังหวัดสิงห์บุรีได้ดำเนินโครงการ TO BE NUMBER ONE ภายใต้การบริหารจัดการเชิงบูรณาการ"
ผลกระทบต่อเด็ก เยาวชน และชุมชน
เป้าหมายของโครงการคือการปลูกฝังค่านิยมและสร้างภูมิคุ้มกันทางจิตใจแก่เด็กและเยาวชน เพื่อให้มีความเชื่อมั่นและกล้าแสดงออกอย่างเหมาะสม ส่งผลให้เยาวชนในจังหวัดเห็นคุณค่าในตนเองและลดความเสี่ยงจากพฤติกรรมเสี่ยงต่าง ๆ โครงการยังช่วยยกระดับความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งด้านสุขภาพจิต การศึกษา และกระบวนการยุติธรรมในพื้นที่
ผู้บริหารสถานศึกษาในพื้นที่ชี้ว่าแนวทางการนำหลักการของโครงการมาปรับใช้ในกิจกรรมการเรียนการสอนและระบบดูแลช่วยให้ครูและบุคลากรมีเครื่องมือสำหรับติดตามพฤติกรรมและให้คำปรึกษาแก่เด็กอย่างเป็นระบบ
แนวทางพัฒนาในอนาคต
จังหวัดสิงห์บุรีตั้งเป้าที่จะขยายและพัฒนาชมรมอย่างต่อเนื่อง ให้ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายในชุมชนและสถานประกอบการมากขึ้น พร้อมทั้งยกระดับการอบรมแกนนำและพัฒนาคุณภาพของศูนย์เพื่อนใจ เพื่อให้การสนับสนุนด้านสุขภาพจิตและทักษะชีวิตเข้าถึงกลุ่มเด็กและเยาวชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การเสด็จฯ ของทูลกระหม่อมหญิงในครั้งนี้จึงเป็นทั้งการสนับสนุนเชิงสัญลักษณ์และการติดตามเชิงปฏิบัติการ ที่จะช่วยขับเคลื่อนการทำงานในพื้นที่ให้เป็นรูปธรรมและเชื่อมโยงไปสู่มาตรการป้องกันปัญหาในระยะยาว