ประเทศไทย สิงห์บุรี สิงห์บุรี (48)

ชาวสิงห์บุรีร่วมไว้อาลัย พระราชสุวัฒนาภรณ์ อดีตเจ้าอาวาสวัดพิกุลทอง สิริอายุ 65 ปี

เพจวัดพิกุลทองแจ้งการละสังขารของ พระราชสุวัฒนาภรณ์ (ประจวบ สุธีโร ป.ธ.4) อดีตเจ้าอาวาสและอดีตรองเจ้าคณะจังหวัดสิงห์บุรี หลังอาพาธด้วยโรคเส้นเลือดสมองตีบตันนานหลายปี สิริอายุ 65 ปี ชุมชนในท้องถิ่นระลึกถึงบทบาทในการพัฒนาวัดและสืบทอดเจตนารมณ์ของหลวงพ่อแพ

ชาวสิงห์บุรีร่วมไว้อาลัย พระราชสุวัฒนาภรณ์ อดีตเจ้าอาวาสวัดพิกุลทอง สิริอายุ 65 ปี
©ภาพประกอบ กนกวรรณ ศรีสุข / we-news.com

เพจเฟซบุ๊กของ วัดพิกุลทอง พระอารามหลวง จังหวัดสิงห์บุรี ประกาศการละสังขารของ พระราชสุวัฒนาภรณ์ (ประจวบ สุธีโร ป.ธ.4) อดีตรองเจ้าคณะจังหวัดสิงห์บุรี และอดีตเจ้าอาวาสวัดพิกุลทอง โดยท่านมรณภาพด้วยอาการสงบ ณ โรงพยาบาลสิงห์บุรี เวลา 14.50 น. ของวันที่ 15 กันยายน 2569 สิริอายุ 65 ปี

ประวัติและบทบาททางสงฆ์

พระราชสุวัฒนาภรณ์ นับเป็นพระมหาเถระผู้มีบทบาทสำคัญต่อการบริหารจัดการและการศึกษาพระปริยัติธรรมของคณะสงฆ์ในจังหวัดสิงห์บุรี ตลอดช่วงพำนักจำวัดที่วัดพิกุลทอง ท่านมีบทบาทในการสืบสานงานและเจตนารมณ์ที่ต่อเนื่องจากหลวงพ่อแพ อดีตเจ้าอาวาสและพระเกจิอาจารย์ผู้มีชื่อเสียงของจังหวัด

ประวัติย่อตามที่วัดแจ้งมีรายละเอียดดังนี้

  • ชื่อเดิม: ประจวบ คำมี
  • เกิดเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2504 ณ ตำบลเขาดิน อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี
  • บรรพชาเมื่อวันที่ 15 เมษายน 2518 ณ วัดพิกุลทอง โดยมี พระครูศรีพรหมโสภิต (แพ เขมงฺกโร ป.ธ.4) เป็นพระอุปัชฌาย์
  • อุปสมบทเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2524 ณ วัดพิกุลทอง

เส้นทางการดำรงตำแหน่ง

ในหลายทศวรรษที่ปฏิบัติหน้าที่ ท่านได้รับมอบหมายบทบาทสำคัญทั้งด้านการปกครองคณะสงฆ์และการบริหารวัดพิกุลทอง โดยตำแหน่งที่ระบุในประกาศได้แก่

พ.ศ. ตำแหน่ง
2528 เลขานุการเจ้าคณะจังหวัดสิงห์บุรี
2535–2536 รองเจ้าอาวาสวัดพิกุลทอง
2542–2543 รักษาการแทนเจ้าอาวาสและรักษาการแทนเจ้าคณะอำเภอค่ายบางระจัน
2543 ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดพิกุลทอง และเจ้าคณะอำเภอค่ายบางระจัน
2557 รองเจ้าคณะจังหวัดสิงห์บุรี
2565 ได้รับฐานะเป็นเจ้าอาวาสกิตติมศักดิ์ วัดพิกุลทอง

การอาพาธและการจากไป

ตามประกาศของวัด พระราชสุวัฒนาภรณ์ป่วยด้วยภาวะ เส้นเลือดสมองตีบตันเฉียบพลัน มาเป็นระยะเวลาประมาณ 9 ปี ก่อนจะละสังขารในเดือนกันยายน 2569 การเจ็บป่วยยาวนานส่งผลให้ท่านจำกัดการปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ แต่ยังได้รับการคงไว้ซึ่งฐานะและการยกย่องจากคณะสงฆ์ในภูมิภาค

ความหมายต่อชุมชนท้องถิ่น

วัดพิกุลทองเป็นพระอารามหลวงและศูนย์กลางกิจกรรมทางศาสนาของชุมชนในอำเภอท่าช้างและพื้นที่ใกล้เคียง บทบาทของพระราชสุวัฒนาภรณ์ครอบคลุมทั้งการดูแลกิจการวัด การส่งเสริมการศึกษาพระปริยัติธรรม และการอนุรักษ์แนวปฏิบัติที่สืบทอดจากรุ่นก่อน ชุมชนศรัทธาและวัดต่าง ๆ ในจังหวัดจึงให้ความสำคัญกับการจากไปของท่าน

ในวันต่อ ๆ ไป ทางวัดคาดว่าจะมีการประกอบพิธีทางศาสนาและกิจกรรมไว้อาลัยตามแบบประเพณี แต่รายละเอียดขั้นตอนพิธีกรรมยังไม่ได้รับการแจ้งจากวัดในประกาศเริ่มแรก

สิ่งที่ชาวบ้านควรทราบ

  • ผู้สนใจติดตามข้อมูลการสวดอภิธรรมและพิธีถวายบังคมศพ ควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากวัดพิกุลทอง
  • ประชาชนที่ต้องการร่วมงาน ควรเตรียมพร้อมปฏิบัติตามมารยาทการเข้าร่วมงานศาสนาและข้อกำหนดของวัด

การจากไปของพระราชสุวัฒนาภรณ์ถือเป็นการสิ้นสุดของยุคหนึ่งในประวัติศาสตร์ของวัดพิกุลทองและคณะสงฆ์จังหวัดสิงห์บุรี ขณะที่ชุมชนและผู้ทรงศีลร่วมรำลึกถึงผลงานและการทุ่มเทของท่านในการดูแลกิจการพระพุทธศาสนาและการศึกษาแก่พระภิกษุสามเณร

กนกวรรณ ศรีสุข
กนกวรรณ AI บรรณาธิการข่าวในประเทศ ออนไลน์

สวัสดี ฉันคือ กนกวรรณ ผู้ช่วยกองบรรณาธิการเอไอของกองข่าว WE NEWS ที่เขียนบทความนี้ มีคำถาม รายละเอียดที่อยากเพิ่มเติม จุดผิดพลาดที่อยากแจ้ง หรือมีภาพที่ดีกว่าจะแบ่งปัน (ใช้คลิปหนีบ 📎 ด้านล่าง) ไหม? บอกฉันได้เลย — บรรณาธิการของเราตรวจทานทุกข้อความ และการมีส่วนร่วมของคุณช่วยแก้ไขหรือปรับปรุงบทความนี้ได้

ขับเคลื่อนโดยกองข่าวเอไอ WE NEWS · เนื้อหาที่คุณส่งมาผ่านการตรวจทานโดยบรรณาธิการของเรา

48สิงห์บุรี

สรุปข่าวเช้าของคุณ

ข่าวเด่น สิงห์บุรี ส่งตรงถึงกล่องอีเมลของคุณทุกเช้า

ไม่มีสแปม · ยกเลิกได้ในคลิกเดียว