เชียงใหม่ — ท่าอากาศยานเชียงใหม่เผชิญแรงกดดันจากการเติบโตของเที่ยวบินและผู้โดยสารในปี พ.ศ. 2569 หลังตัวเลขสะสมช่วงมกราคม–สิงหาคมปรากฏว่า มีผู้โดยสารรวมกว่า 6.53 ล้านคน และมีเที่ยวบินรวมทั้งสิ้น 43,544 เที่ยว ส่งผลให้หน่วยงานต้องเร่งปรับแผนการบริหารจัดการบริเวณอาคารผู้โดยสาร ระบบความปลอดภัย และการประสานงานกับสายการบิน
ตัวเลขสำคัญและแนวโน้ม
ข้อมูลจากผู้อำนวยการท่าอากาศยานเชียงใหม่ระบุว่า เที่ยวบินระหว่างประเทศมีจำนวน 13,232 เที่ยว หรือคิดเป็นราว 30.39% ของเที่ยวบินทั้งหมด ซึ่งมีผู้โดยสารระหว่างประเทศประมาณ 1.95 ล้านคน เพิ่มขึ้นราว 14% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยกลุ่มตลาดหลักมาจากจีนและเกาหลีที่รวมกันมีสัดส่วนมากกว่า 50% ของผู้โดยสารต่างชาติ
| รายการ | ตัวเลข (ม.ค.–ส.ค. พ.ศ. 2569) |
|---|---|
| เที่ยวบินรวม | 43,544 เที่ยว |
| ผู้โดยสารรวม | 6.53 ล้านคน |
| เที่ยวบินระหว่างประเทศ | 13,232 เที่ยว |
| ผู้โดยสารระหว่างประเทศ | 1.95 ล้านคน |
| ประมาณการผู้โดยสารตลอดปี | 9.97 ล้านคน |
เตรียมรับตารางบินฤดูหนาวและเส้นทางใหม่
ท่าอากาศยานเชียงใหม่คาดว่าจะเห็นการเพิ่มขึ้นของเที่ยวบินและผู้โดยสารจากการเริ่มใช้ตารางการบินฤดูหนาว (Winter Schedule) ปลายเดือนตุลาคม พ.ศ. 2569 โดยในช่วงดังกล่าวมีสายการบินประกาศให้บริการเพิ่มรวมทั้งสิ้น 6 เส้นทาง ซึ่งเป็นการกลับมาเปิดเส้นทางเดิมและการเพิ่มความถี่ของเที่ยวบิน ตัวอย่างเส้นทางระหว่างประเทศที่เตรียมให้บริการ เช่น เส้นทางระหว่างอาบูดาบี–เชียงใหม่ของสายการบินเอทิฮัด และเส้นทางจากจีนและเกาหลีหลายเมือง
“ท่าอากาศยานเชียงใหม่ในฐานะ ‘ประตูสู่ภาคเหนือ’ พร้อมรองรับการเดินทางที่เพิ่มขึ้นในช่วงไฮซีซัน”
การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการเติบโต
เพื่อรองรับปริมาณผู้โดยสารที่คาดว่าจะเกือบ 10 ล้านคน ตลอดปี ท่าอากาศยานเชียงใหม่ได้ติดตั้งสะพานเทียบเครื่องบินชุดใหม่จำนวน 6 ชุด และเปิดใช้งานครบทั้งหมดตั้งแต่วันที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2569 รวมถึงยังมีแผนและกำลังดำเนินการพัฒนาอาคารและพื้นที่บริการต่างๆ เช่น อาคารสถานีดับเพลิง อาคารคลังสินค้า อาคาร Control Post 2 และพื้นที่จอดอุปกรณ์ภาคพื้น ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเพิ่มขีดความสามารถรองรับเที่ยวบินในอนาคต
ผลกระทบต่อเชียงใหม่และความท้าทาย
การที่จำนวนผู้โดยสารและเที่ยวบินเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญส่งผลโดยตรงต่อเศรษฐกิจท้องถิ่น โดยเฉพาะธุรกิจท่องเที่ยว โรงแรม ร้านอาหาร ผู้ประกอบการนำเที่ยว และบริการขนส่ง อย่างไรก็ตาม ภาคการท่องเที่ยวของเชียงใหม่จะต้องเผชิญความท้าทายด้านการจัดการความหนาแน่นของผู้โดยสาร การอำนวยความสะดวกที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง และการรักษามาตรฐานความปลอดภัยของสนามบิน
- ผู้ประกอบการท่องเที่ยวควรวางแผนรับนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น โดยประเมินกำลังคนและการให้บริการ
- ผู้โดยสารควรตรวจสอบตารางบินล่วงหน้าและมาถึงสนามบินก่อนเวลาเหตุการณ์เร่งด่วน
- หน่วยงานท้องถิ่นควรเตรียมรองรับการเพิ่มขึ้นของการใช้บริการขนส่งสาธารณะและที่พัก
สิ่งที่ต้องติดตามต่อไป
ในระยะต่อไป สายการบินและท่าอากาศยานจะต้องติดตามตัวเลขผู้โดยสารเป็นระยะ รวมทั้งประเมินผลกระทบจากปัจจัยภายนอก เช่น นโยบายการเดินทางระหว่างประเทศ ภาวะเศรษฐกิจของตลาดต้นทาง และมาตรการด้านสาธารณสุข หากมีการเปลี่ยนแปลง ตารางบินและความถี่ของเที่ยวบินอาจปรับตามความต้องการของผู้โดยสาร
สำหรับชาวเชียงใหม่และผู้เกี่ยวข้อง การเตรียมพร้อมของสนามบินเป็นสัญญาณว่าเมืองต้องเตรียมรับนักท่องเที่ยวจำนวนมากขึ้น ทั้งในมิติการบริการและการดูแลสิ่งแวดล้อม เพื่อให้การเติบโตทางการท่องเที่ยวเกิดประโยชน์อย่างยั่งยืนต่อชุมชนท้องถิ่น