เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม พ.ศ.2569 ศาลจังหวัดนราธิวาสมีคำพิพากษาจำคุก นายสุนทร พรหมภักดี เป็นเวลา 5 ปี ไม่รอลงอาญา ในคดีที่เกี่ยวเนื่องกับการนำรถยนต์ของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรไปใช้ในเหตุลอบยิง ต่อ นายนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส พรรคประชาชาติ และต่อมาจัดการทำลายพยานหลักฐานดังกล่าว
ข้อกล่าวหาและคำพิพากษา
ศาลพิจารณาว่า จำเลยมีความผิดในหลายฐานความผิด ได้แก่
- ช่วยเหลือผู้อื่นไม่ให้รับโทษ
- ทำให้พยานหลักฐานแห่งการกระทำความผิดเสียหาย ซ่อนเร้น หรือสูญหาย
- รับของโจรเพื่อค้ากำไร
ศาลพิพากษาตามข้อกล่าวหาข้างต้นรวมโทษจำคุกเป็นเวลา 10 ปี แต่เนื่องจากจำเลยให้การรับสารภาพ ศาลจึงลดโทษให้กึ่งหนึ่ง เหลือจำคุก 5 ปี และไม่รอลงอาญา
การชดใช้ค่าเสียหาย
ในคดีนี้จำเลยได้ชดใช้ค่าเสียหายแก่หน่วยงานที่เป็นผู้เสียหายคือกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร จำนวน 233,580 บาท ซึ่งปรากฏในสำนวนการพิจารณาคดี เป็นส่วนหนึ่งของข้อเท็จจริงที่ศาลนำมาพิเคราะห์
| รายการ | เนื้อหา |
|---|---|
| ผู้ต้องหา | นายสุนทร พรหมภักดี |
| ข้อหา | ช่วยเหลือผู้อื่นให้พ้นโทษ, ทำลาย/ซ่อนพยานหลักฐาน, รับของโจรเพื่อค้ากำไร |
| โทษก่อนลด | จำคุกรวม 10 ปี |
| โทษหลังลด | จำคุก 5 ปี (ไม่รอลงอาญา) |
| การชดใช้ค่าเสียหาย | 233,580 บาท ให้แก่ กอ.รมน. |
ความหมายทางกฎหมายและบริบทประเด็นสำคัญ
คำพิพากษาครั้งนี้เป็นผลจากการดำเนินคดีแล้วตามพยานหลักฐานในสำนวน ศาลเห็นว่าการนำรถของหน่วยงานความมั่นคงไปใช้ในเหตุการณ์ลอบยิง และการพยายามทำลายหรือซ่อนพยานหลักฐาน เป็นการกระทำที่เข้าข่ายการช่วยเหลือผู้กระทำผิดและทำให้การสืบสวนยากลำบาก อีกทั้งการรับของที่เป็นผลจากการกระทำความผิดเพื่อแสวงหากำไร ยังถือเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา
การที่ศาลลดโทษให้กึ่งหนึ่งเนื่องจากจำเลยให้การรับสารภาพ เป็นหลักปฏิบัติทางกฎหมายที่อนุญาตให้ศาลลดหย่อนโทษสำหรับจำเลยที่แสดงความสำนึกผิดและยอมรับความผิดชอบ แม้ว่ายังต้องถูกลงโทษตามกฎหมายเพื่อคงความยุติธรรมและป้องปรามการกระทำผิดในสังคม
ผลต่อความเชื่อมั่นและข้อพิจารณาท้องถิ่น
คำพิพากษาครั้งนี้มีความหมายต่อความเชื่อมั่นของประชาชนในพื้นที่จังหวัดนราธิวาสและต่อการบังคับใช้กฎหมายในคดีที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง โดยสะท้อนให้เห็นว่ากระบวนการยุติธรรมได้พิจารณาหลักฐานและดำเนินการตามขั้นตอน แม้กรณีจะเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ความรุนแรงที่ส่งผลต่อความปลอดภัยของผู้แทนราษฎรและประชาชน
สิ่งที่ควรติดตามต่อ
- การบังคับใช้คำพิพากษาและการดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป
- ผลกระทบต่อนโยบายและมาตรการป้องกันเหตุลอบยิงหรือการใช้ทรัพย์สินของหน่วยงานราชการในทางมิชอบ
ผู้สื่อข่าวจะติดตามการดำเนินการหลังคำพิพากษา รวมถึงการอุทธรณ์หรือคำร้องคัดค้านของจำเลยหากมี และรายงานความคืบหน้าต่อไป