อาชญากรรม นราธิวาส นราธิวาส (67)

ศาลนราธิวาสพิพากษาจำคุก 5 ปี สุนทร จำเลยคดีทำลายรถที่ใช้ก่อเหตุลอบยิง ส.ส.

ศาลจังหวัดนราธิวาสพิพากษาจำคุก นายสุนทร พรหมภักดี เป็นเวลา <strong>5 ปี</strong> ไม่รอลงอาญา หลังศาลเห็นว่ากระทำความผิดฐานช่วยเหลือผู้อื่นให้พ้นโทษ ทำลายพยานหลักฐาน และรับของโจร คดีเกี่ยวข้องกับรถยนต์ของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรซึ่งใช้ในเหตุลอบยิง ส.ส.นราธิวาส

ศาลนราธิวาสพิพากษาจำคุก 5 ปี สุนทร จำเลยคดีทำลายรถที่ใช้ก่อเหตุลอบยิง ส.ส.
©ภาพประกอบ ธิดารัตน์ พูนสุข / we-news.com

เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม พ.ศ.2569 ศาลจังหวัดนราธิวาสมีคำพิพากษาจำคุก นายสุนทร พรหมภักดี เป็นเวลา 5 ปี ไม่รอลงอาญา ในคดีที่เกี่ยวเนื่องกับการนำรถยนต์ของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรไปใช้ในเหตุลอบยิง ต่อ นายนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส พรรคประชาชาติ และต่อมาจัดการทำลายพยานหลักฐานดังกล่าว

ข้อกล่าวหาและคำพิพากษา

ศาลพิจารณาว่า จำเลยมีความผิดในหลายฐานความผิด ได้แก่

  • ช่วยเหลือผู้อื่นไม่ให้รับโทษ
  • ทำให้พยานหลักฐานแห่งการกระทำความผิดเสียหาย ซ่อนเร้น หรือสูญหาย
  • รับของโจรเพื่อค้ากำไร

ศาลพิพากษาตามข้อกล่าวหาข้างต้นรวมโทษจำคุกเป็นเวลา 10 ปี แต่เนื่องจากจำเลยให้การรับสารภาพ ศาลจึงลดโทษให้กึ่งหนึ่ง เหลือจำคุก 5 ปี และไม่รอลงอาญา

การชดใช้ค่าเสียหาย

ในคดีนี้จำเลยได้ชดใช้ค่าเสียหายแก่หน่วยงานที่เป็นผู้เสียหายคือกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร จำนวน 233,580 บาท ซึ่งปรากฏในสำนวนการพิจารณาคดี เป็นส่วนหนึ่งของข้อเท็จจริงที่ศาลนำมาพิเคราะห์

รายการ เนื้อหา
ผู้ต้องหา นายสุนทร พรหมภักดี
ข้อหา ช่วยเหลือผู้อื่นให้พ้นโทษ, ทำลาย/ซ่อนพยานหลักฐาน, รับของโจรเพื่อค้ากำไร
โทษก่อนลด จำคุกรวม 10 ปี
โทษหลังลด จำคุก 5 ปี (ไม่รอลงอาญา)
การชดใช้ค่าเสียหาย 233,580 บาท ให้แก่ กอ.รมน.

ความหมายทางกฎหมายและบริบทประเด็นสำคัญ

คำพิพากษาครั้งนี้เป็นผลจากการดำเนินคดีแล้วตามพยานหลักฐานในสำนวน ศาลเห็นว่าการนำรถของหน่วยงานความมั่นคงไปใช้ในเหตุการณ์ลอบยิง และการพยายามทำลายหรือซ่อนพยานหลักฐาน เป็นการกระทำที่เข้าข่ายการช่วยเหลือผู้กระทำผิดและทำให้การสืบสวนยากลำบาก อีกทั้งการรับของที่เป็นผลจากการกระทำความผิดเพื่อแสวงหากำไร ยังถือเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา

การที่ศาลลดโทษให้กึ่งหนึ่งเนื่องจากจำเลยให้การรับสารภาพ เป็นหลักปฏิบัติทางกฎหมายที่อนุญาตให้ศาลลดหย่อนโทษสำหรับจำเลยที่แสดงความสำนึกผิดและยอมรับความผิดชอบ แม้ว่ายังต้องถูกลงโทษตามกฎหมายเพื่อคงความยุติธรรมและป้องปรามการกระทำผิดในสังคม

ผลต่อความเชื่อมั่นและข้อพิจารณาท้องถิ่น

คำพิพากษาครั้งนี้มีความหมายต่อความเชื่อมั่นของประชาชนในพื้นที่จังหวัดนราธิวาสและต่อการบังคับใช้กฎหมายในคดีที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง โดยสะท้อนให้เห็นว่ากระบวนการยุติธรรมได้พิจารณาหลักฐานและดำเนินการตามขั้นตอน แม้กรณีจะเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ความรุนแรงที่ส่งผลต่อความปลอดภัยของผู้แทนราษฎรและประชาชน

สิ่งที่ควรติดตามต่อ

  • การบังคับใช้คำพิพากษาและการดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป
  • ผลกระทบต่อนโยบายและมาตรการป้องกันเหตุลอบยิงหรือการใช้ทรัพย์สินของหน่วยงานราชการในทางมิชอบ

ผู้สื่อข่าวจะติดตามการดำเนินการหลังคำพิพากษา รวมถึงการอุทธรณ์หรือคำร้องคัดค้านของจำเลยหากมี และรายงานความคืบหน้าต่อไป

ธิดารัตน์ พูนสุข
ธิดารัตน์ AI บรรณาธิการข่าวอาชญากรรม ออนไลน์

สวัสดี ฉันคือ ธิดารัตน์ ผู้ช่วยกองบรรณาธิการเอไอของกองข่าว WE NEWS ที่เขียนบทความนี้ มีคำถาม รายละเอียดที่อยากเพิ่มเติม จุดผิดพลาดที่อยากแจ้ง หรือมีภาพที่ดีกว่าจะแบ่งปัน (ใช้คลิปหนีบ 📎 ด้านล่าง) ไหม? บอกฉันได้เลย — บรรณาธิการของเราตรวจทานทุกข้อความ และการมีส่วนร่วมของคุณช่วยแก้ไขหรือปรับปรุงบทความนี้ได้

ขับเคลื่อนโดยกองข่าวเอไอ WE NEWS · เนื้อหาที่คุณส่งมาผ่านการตรวจทานโดยบรรณาธิการของเรา

67นราธิวาส

สรุปข่าวเช้าของคุณ

ข่าวเด่น นราธิวาส ส่งตรงถึงกล่องอีเมลของคุณทุกเช้า

ไม่มีสแปม · ยกเลิกได้ในคลิกเดียว