เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ.2569 นางสุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายแก่กองทุนหมู่บ้านที่หอประชุมวุฒาธิคุณ ที่ว่าการอำเภอเพ็ญ จังหวัดอุดรธานี โดยได้รับการต้อนรับจาก รองผู้ว่าราชการจังหวัดและหัวหน้าส่วนราชการของจังหวัด
เน้นลดภาระดอกเบี้ยและเร่งจ่ายเงินเพิ่มทุน
ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ รัฐมนตรีได้ประกาศรายละเอียดโครงการช่วยเหลือด้านการเงินแก่สมาชิกกองทุนหมู่บ้าน โดยระบุว่ารัฐบาลผ่านมติอนุมัติงบประมาณเพื่อบรรเทาภาระดอกเบี้ยแก่สมาชิกกองทุนหมู่บ้านผ่านโครงการที่ชื่อว่า
“ไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ย คนละครึ่ง”
และชี้แจงว่าวงเงินงบประมาณที่อนุมัติรวมกันมากกว่า 4,400 ล้านบาท ซึ่งจะครอบคลุมการช่วยลดดอกเบี้ยให้กับสมาชิกของกองทุนหมู่บ้านทั้งประเทศ ในพื้นที่อำเภอเพ็ญมีการยื่นคำขอเข้าร่วมแล้วเพียงบางส่วนและยังมีหลายกองทุนที่ยังต้องยื่นคำขอเพิ่มเติม
สถานะการยื่นคำขอและความคืบหน้าที่อำเภอเพ็ญ
รัฐมนตรีฯ เน้นย้ำความสำคัญของการยื่นคำขอผ่านหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยระบุว่ากองทุนในพื้นที่ตำบลต่าง ๆ ควรเร่งดำเนินการยื่นคำขอเพื่อให้หน่วยงานกลางสามารถดำเนินการเบิกจ่ายได้ทันตามกระบวนการ นอกจากนี้ยังเปิดเผยข้อมูลการเพิ่มทุนในล้านที่ 2 ที่มีงบประมาณค้างท่อจากปี พ.ศ.2555 ซึ่งรัฐบาลจะใช้วงเงิน 3,400 ล้านบาท เพื่อฟื้นฟูกองทุนที่ตกหล่นและกองทุนที่มีสถานะเป็นสีแดง ให้สามารถได้รับเงินเพิ่มทุนกองทุนละ 1 ล้านบาทภายในปี พ.ศ.2569
จากการชี้แจงพบว่าตำบลในอำเภอเพ็ญบางแห่งได้รับเงินล้านที่ 2 ครบแล้ว ขณะที่ยังมีกองทุนในบางตำบลที่ยังไม่ได้รับการจัดสรรและต้องเร่งปรับปรุงตามแนวทางที่สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง (สทบ.) แนะนำ
ปลดล็อกโครงการ SML พลัส ย้ำผลักดันให้เร็ว
อีกประเด็นที่ถูกหยิบยกคือโครงการ SML พลัส ซึ่งรัฐมนตรีระบุว่าได้ทะลายปัญหาเชิงโครงสร้างและเริ่มนำกองทุนจำนวนหนึ่งเข้าสู่การอนุมัติ โดยระบุว่าขณะนี้มีการอนุมัติรอบแรกแล้วจำนวน349 กองทุน วงเงินรวมกว่า 99,500,000 บาท และคณะอนุกรรมการเห็นชอบให้เสนอเข้าบอร์ดรอบถัดไปอีก 1,241 กองทุน วงเงินกว่า 329 ล้านบาท
รัฐมนตรีแสดงความตั้งใจที่จะเร่งรัดการอนุมัติให้เกิดผลเร็วขึ้น เพื่อให้กองทุนที่ผ่านเกณฑ์และปรับปรุงข้อมูลตามคำแนะนำได้รับการช่วยเหลือโดยเร็ว
ผลกระทบต่อชุมชนและข้อเรียกร้องจากพื้นที่
มาตรการลดดอกเบี้ยและเพิ่มทุนจะส่งผลโดยตรงต่อกองทุนหมู่บ้านที่เป็นแหล่งสินเชื่อและสนับสนุนกิจกรรมเศรษฐกิจระดับฐานราก การได้รับเงินช่วยเหลือและการปลดล็อกโครงการเฉพาะจะช่วยลดต้นทุนทางการเงินของสมาชิกและเพิ่มสภาพคล่องให้กองทุนสามารถปล่อยสินเชื่อสนับสนุนกิจกรรมของชุมชนได้มากขึ้น
ในระดับปฏิบัติการ หน่วยงานสาขาและคณะกรรมการกองทุนในพื้นที่ได้รับมอบหมายให้ทบทวนเอกสาร ปรับปรุงคุณสมบัติ และยื่นคำขอให้ครบถ้วน เพื่อป้องกันการตกหล่นของสิทธิ์และรับการจัดสรรงบประมาณตามนโยบายที่ประกาศไว้
ข้อแนะนำสำหรับกองทุนและสมาชิก
- กองทุนที่ยังไม่ได้ยื่นคำขอ ควรติดต่อ สทบ. สาขาเขต 6 เพื่อรับคำแนะนำและเอกสารที่ต้องใช้
- ตรวจสอบสถานะการรับเงินล้านที่ 2 หากตกหล่นให้เร่งปรับปรุงข้อมูลตามแนวทางของ สทบ.
- ติดตามการประชุมและมติของคณะกรรมการ SML พลัส เพื่อทราบความคืบหน้าการอนุมัติ
การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นทั้งการมอบนโยบายและกระตุ้นการปฏิบัติจากหน่วยงานระดับท้องถิ่น เพื่อให้มาตรการที่ประกาศมีผลจับต้องได้และเกิดประโยชน์ต่อสมาชิกกองทุนหมู่บ้านในอำเภอเพ็ญและพื้นที่ใกล้เคียงอย่างเป็นรูปธรรม
| หัวข้อ | จำนวน/วงเงิน |
|---|---|
| งบช่วยลดดอกเบี้ยรวม | 4,400 ล้านบาท |
| กองทุนที่ได้รับการอนุมัติ SML พลัส รอบแรก | 349 กองทุน (วงเงินรวม 99,500,000 บาท) |
| กองทุนเสนอเข้าอนุมัติรอบต่อไป | 1,241 กองทุน (วงเงินกว่า 329 ล้านบาท) |
| งบเพิ่มทุนล้านที่ 2 (ค้างท่อปี 2555) | 3,400 ล้านบาท |
ผู้นำชุมชนและคณะกรรมการกองทุนในอำเภอเพ็ญถูกเชิญให้รับผิดชอบการติดตามและปฏิบัติตามแนวทางเพื่อให้ชุมชนได้รับประโยชน์ตามนโยบาย โดยหน่วยงานกลางจะเป็นผู้ดำเนินการตามขั้นตอนการอนุมัติและการเบิกจ่ายต่อไป
ความเคลื่อนไหวในครั้งนี้นับเป็นสัญญาณจากภาครัฐที่มุ่งเน้นการสนับสนุนกองทุนหมู่บ้านให้เข้มแข็งและเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก หากการดำเนินงานเป็นไปตามกรอบเวลาที่ประกาศ ประชาชนในพื้นที่น่าจะเห็นการลดภาระดอกเบี้ยและการได้รับเงินสนับสนุนเพิ่มเติมภายในระยะอันใกล้