เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม พ.ศ.2569 นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ออกคำสั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจังหวัดน่านติดตามสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง และเตรียมยกระดับการช่วยเหลือประชาชนทันทีหากจำเป็น หลังมีรายงานปัญหาฝนตกหนักและระดับน้ำในแม่น้ำน่านเพิ่มสูงในหลายพื้นที่
การประเมินสถานการณ์และจุดเสี่ยง
ข้อมูลสถานการณ์ที่ได้รับจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแสดงให้เห็นผลกระทบในพื้นที่อำเภอเวียงสา ซึ่งมีรายงานน้ำท่วม 3 ตำบล 6 หมู่บ้าน รวมทั้งสิ้น 138 ครัวเรือน โดยทีมงานปฏิบัติการฉุกเฉินได้เข้าให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นไปแล้ว ขณะเดียวกันฝนในพื้นที่มีแนวโน้มเบาบางในช่วงรายงาน
สำหรับระดับน้ำที่สะท้อนความเสี่ยง หน่วยงานตรวจวัดที่สถานี N.13A ริมแม่น้ำน่าน อำเภอเวียงสา แจ้งค่าการตรวจวัด ณ เวลา 16.30 น. ของวันที่ 9 สิงหาคม พ.ศ.2569 วัดได้ 8.36 เมตร ซึ่งสูงกว่าระดับตลิ่ง 6.50 เมตร ประมาณ 1.86 เมตร และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นประมาณ 0.11 เมตรต่อชั่วโมง
| สถานี | เวลา/วันที่ | ระดับน้ำ (เมตร) | สูงกว่าระดับตลิ่ง (เมตร) |
|---|---|---|---|
| N.13A (แม่น้ำน่าน) | 16:30 น., 9 ส.ค. 2569 | 8.36 | 1.86 |
| N.13A (แม่น้ำน่าน) | 07:00 น., 10 ส.ค. 2569 | 7.98 | 1.48 |
การเตรียมความพร้อมของหน่วยงานภาครัฐ
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยได้สั่งการให้สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดน่าน ฝ่ายปกครอง ท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เตรียมพร้อมทั้งด้านกำลังพล อุปกรณ์ และทรัพยากร เพื่อให้สามารถดำเนินการช่วยเหลือได้ทันทีหากระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น โดยให้ติดตามข้อมูลเชิงวิเคราะห์และประเมินความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง
“ขอให้พี่น้องประชาชนจังหวัดน่าน โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำและพื้นที่ริมแม่น้ำ เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด”
คำเตือนของหน่วยงานรัฐเน้นย้ำถึงการปฏิบัติตามคำแนะนำเมื่อมีการแจ้งเตือน เพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านชีวิตและทรัพย์สิน โดยเฉพาะในกลุ่มผู้เปราะบาง เช่น เด็ก ผู้สูงอายุ และผู้พิการ
คำแนะนำสำหรับประชาชนในพื้นที่เสี่ยง
หน่วยงานได้แจ้งให้ประชาชนเตรียมการป้องกันเบื้องต้นดังนี้
- ย้ายสิ่งของมีค่า เอกสารสำคัญ และของที่อาจเสียหายจากน้ำขึ้นไปเก็บไว้ที่สูง
- เคลื่อนย้ายยานพาหนะออกจากบริเวณริมตลิ่งหรือพื้นที่ลุ่มต่ำ
- ระมัดระวังอันตรายจากไฟฟ้ารั่วหรือไฟฟ้าดูดเมื่อมีน้ำท่วม
- ดูแลเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้พิการเป็นพิเศษ หากได้รับคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่ให้ปฏิบัติตามทันที
นอกจากการเตรียมความพร้อมด้านอุปกรณ์และกำลังพลแล้ว กรมที่เกี่ยวข้องยังใช้ข้อมูลจากสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำเพื่อประเมินปริมาณน้ำฝนและแนวโน้มการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำในพื้นที่อย่างใกล้ชิด ซึ่งเป็นฐานข้อมูลสำคัญสำหรับการตัดสินใจยกระดับการตอบโต้เมื่อจำเป็น
ภาพรวมความเสี่ยงต่อเนื่อง
แม้ในบางพื้นที่ฝนจะหยุดตกตามรายงาน แต่ระดับน้ำที่ยังสูงและแนวโน้มการขึ้นของแม่น้ำยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยง โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำที่อาจได้รับผลกระทบจากน้ำล้นตลิ่งหรือไหลเข้าท่วมชุมชนได้ จึงต้องติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมงตามที่รัฐมนตรีสั่งการ
การบริหารจัดการภาวะฉุกเฉินในระยะนี้จึงมุ่งไปที่การเฝ้าระวังเชิงรุก การแจ้งเตือนที่ชัดเจนและรวดเร็ว และการเตรียมความช่วยเหลือที่สามารถขยายขอบเขตได้ทันทีหากข้อมูลชี้ว่าสถานการณ์ทวีความรุนแรง
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงรายงานข้อมูลเพิ่มเติมตามสถานการณ์และให้ประชาชนติดตามช่องทางข้อมูลราชการเพื่อรับคำแนะนำที่ถูกต้องและทันเวลา