ผู้บริหารระดับกรมลงพื้นที่ รับทราบปัญหาเร่งด่วน
เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2569 ที่ห้องประชุมที่ว่าการอำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมคณะลงพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์และรับฟังปัญหาในพื้นที่อำเภอเกาะสมุย โดยมีผู้แทนฝ่ายปกครองระดับจังหวัด อำเภอ และหน่วยงานความมั่นคงร่วมประชุมหารือ
การประชุมมีการหยิบยกปัญหาสำคัญหลายด้าน ทั้งกรณีการดำเนินงานก่อสร้างวางท่อระบายน้ำใต้ผิวจราจรที่ยังไม่แล้วเสร็จและส่งผลกระทบต่อการสัญจรของคนไทยและนักท่องเที่ยว ตลอดจนเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของประชาชนจากกรณีชาวต่างชาติข่มขู่บุคคลท้องถิ่น
วิกฤตน้ำประปา ท้าทายความสามารถรองรับนักท่องเที่ยว
ปัญหาที่ถูกหยิบยกและมีน้ำหนักมากที่สุดคือสถานการณ์ น้ำประปาไม่ไหล ซึ่งเกิดจากภาวะภัยแล้งที่ทำให้แหล่งน้ำดิบตามธรรมชาติลดปริมาณอย่างรุนแรง จนหลายจุดแห้งขอดและไม่สามารถนำน้ำมาใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตน้ำประปาได้ตามปกติ
ข้อมูลที่มีการเสนอในที่ประชุมระบุว่า เกาะสมุยขณะนี้มีปริมาณน้ำดิบที่สามารถนำมาผลิตน้ำประปาได้ประมาณ 16,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน ขณะที่ความต้องการใช้น้ำของทั้งประชาชนและภาคธุรกิจบนเกาะอยู่ที่ประมาณหรือมากกว่า 30,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน ทำให้แหล่งน้ำที่มีอยู่ไม่เพียงพอกับความต้องการอย่างชัดเจน
| รายการ | ปริมาณ (ลูกบาศก์เมตร/วัน) |
|---|---|
| ปริมาณน้ำดิบที่ผลิตได้ | 16,000 |
| ความต้องการใช้น้ำโดยประมาณ | 30,000+ |
ผลกระทบทันทีต่อผู้ประกอบการและชุมชน
จากข้อมูลที่เสนอในการประชุม ระบุว่าภาวะน้ำไม่เพียงพอส่งผลกระทบต่อกลุ่มต่างๆ อย่างกว้างขวาง ทั้งในมิติชีวิตความเป็นอยู่และกิจกรรมทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวซึ่งเป็นเสาหลักของเกาะสมุย
- ประชาชนที่อยู่อาศัยในพื้นที่เผชิญความไม่แน่นอนด้านการใช้น้ำประจำวัน
- ผู้ประกอบการโรงแรมและที่พักต้องบริหารจัดการทรัพยากรน้ำเพื่อรองรับนักท่องเที่ยว
- ร้านอาหารและกิจการบริการท่องเที่ยวมีต้นทุนและกระบวนการให้บริการที่ได้รับผลกระทบ
การขาดแคลนน้ำยังอาจส่งผลต่อภาพลักษณ์ของเกาะสมุยในฐานะจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยว หากปัญหายืดเยื้อจะกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวและผู้ลงทุน
เจ้าหน้าที่ระดับท้องถิ่นรายงานสถานการณ์
การประชุมมีผู้แทนสำคัญร่วมรับฟัง อาทิ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี นายอำเภอเกาะสมุย และผู้แทนฝ่ายความมั่นคง รวมทั้งตัวแทนจากสภาผู้แทนราษฎรท้องถิ่น ซึ่งได้ยกประเด็นเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับทราบและหาแนวทางบริหารจัดการน้ำอย่างเร่งด่วน
แนวทางที่ต้องติดตาม
แม้รายงานข่าวจะยังไม่ระบุการตัดสินใจหรือมาตรการเชิงปฏิบัติจากหน่วยงานระดับชาติ แต่การที่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยลงพื้นที่แสดงให้เห็นถึงความเร่งด่วนของปัญหา ต่อจากนี้ต้องติดตามการประสานงานระหว่างหน่วยงานเพื่อหาแนวทางบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนและภาคธุรกิจการท่องเที่ยว
สำหรับชาวเกาะสมุยและผู้ประกอบการที่กำลังเผชิญปัญหานี้ แนะนำให้ติดตามประกาศจากหน่วยงานราชการท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด และเตรียมมาตรการบริหารจัดการน้ำเพื่อรองรับระยะสั้นจนกว่าจะมีแนวทางแก้ไขในระดับที่ยั่งยืน
รายงานเหตุการณ์จากการประชุมครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่าปัญหาทรัพยากรน้ำบนเกาะสมุยกำลังเข้าสู่ระดับวิกฤต ซึ่งมีผลต่อทั้งการดำรงชีวิตของประชาชนและความต่อเนื่องของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะภาคท่องเที่ยวที่ต้องการความพร้อมทางสาธารณูปโภคเพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่นักท่องเที่ยว
ทวีศักดิ์ ชูสกุล
ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสุราษฎร์ธานี, WE NEWS