เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม พ.ศ.2569 กองบังคับการตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสุราษฎร์ธานี นำกำลังร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ปฏิบัติการกวาดล้างแรงงานต่างด้าวที่ลักลอบทำงานบนเกาะเต่า อำเภอเกาะพะงัน ผลการตรวจค้นเป้าหมาย 4 แห่งรวมทั้งบริษัทดำน้ำ ร้านขายยา และร้านเสริมสวย พบการกระทำความผิดหลายกรณีที่ส่งผลกระทบต่ออาชีพคนท้องถิ่นและความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว
การจับกุมและข้อกล่าวหา
เจ้าหน้าที่ตรวจพบบุคคลต่างชาติทำงานเป็น ครูสอนดำน้ำ จำนวน 6 ราย โดยในจำนวนนี้เป็นชายชาวอังกฤษ 1 ราย และชาวสเปน 5 ราย ทั้งหมดถือหนังสือเดินทางและใช้วีซ่าประเภท DTV (วีซ่าทำงานทางไกล) แต่ลักลอบรับจ้างสอนดำน้ำโดยไม่มีใบอนุญาตทำงานตามกฎหมาย ขณะที่ในอีก 2 แห่งเป็นการจับกุมแรงงานเมียนมาที่ทำงานในร้านขายยาและร้านเสริมสวยโดยไม่อยู่ในขอบเขตสิทธิ์ที่อนุญาต
รายละเอียดผู้ต้องหาในคดีมีดังนี้
- ครูสอนดำน้ำ: ชายชาวอังกฤษ (นาย เอ.) และชาวสเปน 5 ราย (นาย/นางสาว Xabier, Pablo, Paulina, Sandra, Nuria) — ใช้วีซ่า DTV ลักลอบทำงาน
- ร้านขายยา: น.ส.ซา ชิ ลิน สัญชาติเมียนมา — ขายยาผิดประเภทและเก็บเงินโดยไม่มีเภสัชกรควบคุม
- ร้านเสริมสวย: น.ส.ซิน ซิน เมียว และ น.ส.ติน ติน เว่ย สัญชาติเมียนมา — มีเอกสารอนุญาตทำงานเป็นกรรมกร แต่ลักลอบให้บริการทำเล็บซึ่งเป็นงานสงวนสำหรับคนไทย
ผลทางกฎหมายและการขยายผล
ผู้ต้องหาทั้งหมดถูกควบคุมตัวและนำส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเกาะเต่าเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ร.บ.การทำงานของคนต่างด้าว และกฎหมายอาญาอื่น ๆ สำหรับกรณีครูสอนดำน้ำ เจ้าหน้าที่ระบุว่าจะตรวจสอบเส้นทางการเงินและความเชื่อมโยงกับโครงสร้างการจ้างงานเงื่อนหรือการใช้ “นอมินี” เพื่อยืนยันว่ามีการจัดตั้งกิจการเพื่อหลีกเลี่ยงกฎหมายหรือไม่
| ประเภทการทำงาน | สัญชาติ | จำนวนผู้ต้องหา |
|---|---|---|
| ครูสอนดำน้ำ | อังกฤษ, สเปน | 6 |
| ร้านขายยา | เมียนมา | 1 |
| ร้านเสริมสวย (ทำเล็บ) | เมียนมา | 2 |
บริบทและผลกระทบต่อท้องถิ่น
เกาะเต่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมที่รายได้หลักมาจากกิจกรรมทางทะเลและการบริการด้านการท่องเที่ยว การพบการลักลอบทำงานของชาวต่างชาติทั้งในตำแหน่งที่ต้องมีใบอนุญาตเฉพาะ เช่น ครูสอนดำน้ำ และการให้บริการที่สงวนไว้สำหรับคนไทย เช่น การทำเล็บ มีผลทั้งด้านความปลอดภัยของผู้มาเยือนและการแข่งขันทางเศรษฐกิจกับแรงงานท้องถิ่น
เจ้าหน้าที่ชี้ว่าการใช้วีซ่าทำงานทางไกลในทางที่ผิด ไม่เพียงเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายแรงงาน แต่ยังสร้างความได้เปรียบที่ไม่เป็นธรรมต่อผู้ประกอบการท้องถิ่นที่ต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบ ขณะเดียวกันการปล่อยให้มีการประกอบกิจการโดยไม่มีผู้เชี่ยวชาญตามกฎหมายอาจนำไปสู่ความเสี่ยงด้านความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว
สถิติและการเรียกร้องให้แจ้งเบาะแส
พ.ต.อ. นฤวัต พุทธวิโร ผู้กำกับ ตม. จังหวัดสุราษฎร์ธานี ระบุว่า ในช่วงระหว่างวันที่ 1 มกราคม – 19 สิงหาคม พ.ศ.2569 ได้จับกุมผู้กระทำผิดในพื้นที่เกาะเต่ารวม 47 ราย ในข้อหาต่าง ๆ เช่น ฝ่าฝืนพ.ร.บ.การทำงานคนต่างด้าว พ.ร.บ.คนเข้าเมือง และความผิดอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เจ้าหน้าที่จึงขอความร่วมมือจากประชาชนและผู้ประกอบการในการแจ้งเบาะแสหากพบการกระทำผิดของคนต่างชาติในพื้นที่
- หากพบเบาะแส สามารถแจ้งไปยังสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสุราษฎร์ธานีผ่านสายด่วนที่จัดไว้
- ผู้ประกอบการควรตรวจสอบเอกสารและการอนุญาตทำงานของบุคลากรเพื่อป้องกันปัญหาด้านกฎหมายและความเสี่ยงต่อธุรกิจ
การปราบปรามคดีแรงงานผิดกฎหมายบนเกาะเต่าเป็นสัญญาณว่าหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายให้ความสำคัญกับมาตรฐานการบริการและการรักษาความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว แต่ในระยะยาวการแก้ปัญหาต้องอาศัยการตรวจสอบทั้งห่วงโซ่การจ้างงาน การเงิน และการบริหารจัดการของผู้ประกอบการ เพื่อไม่ให้เกิดช่องว่างที่เอื้อให้มีการลักลอบทำงานซ้ำซ้อนในพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดสุราษฎร์ธานี
ทวีศักดิ์ ชูสกุล
ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสุราษฎร์ธานี, WE NEWS