อำเภอท่าชนะ จังหวัดสุราษฎร์ธานี — ชาวบ้านในพื้นที่ตำบลคลองพา อำเภอท่าชนะ รวมตัวร้องเรียนปัญหาถนนลาดยางสายแยกทางหลวงหมายเลข 41–บ้านกลาง ซึ่งใช้งบประมาณจากจังหวัดสุราษฎร์ธานีรวมทั้งสิ้น 49,590,000 บาท แต่เปิดใช้งานได้ไม่ถึงครึ่งปี พบการชำรุดเป็นบริเวณกว้าง ส่งผลให้การสัญจรไม่ปลอดภัยและเกิดปัญหาน้ำท่วมขังเมื่อฝนตกหนัก
สภาพปัญหาและผลกระทบต่อชุมชน
ถนนสายดังกล่าวมีระยะทางประมาณ 5.5 กิโลเมตร แต่ชาวบ้านระบุว่าแพตช์การซ่อมชั่วคราวไม่สามารถแก้ปัญหาได้จริง พื้นผิวไม่เสมอกัน และจุดที่ซ่อมถูกยกขึ้นเป็นลอนไม่เรียบ ซึ่งเสี่ยงต่ออุบัติเหตุ โดยเฉพาะรถจักรยานยนต์และรถเก๋งขนาดเล็ก นอกจากนี้เมื่อฝนตก น้ำจะไหลท่วมเข้าท่วมบ้านเรือนริมทาง สร้างความเดือดร้อนต่อวิถีชีวิตและกิจกรรมทางเศรษฐกิจของชุมชน
ผู้รับจ้างซ่อมชั่วคราว หน่วยงานชี้แจงสาเหตุ
ทีมข่าวตรวจสอบพบว่า บริษัท ชมภูพล อุตสาหกรรม จำกัด ซึ่งเป็นผู้รับจ้างโครงการ ได้ลงพื้นที่ทำการซ่อมแซมแบบชั่วคราว ด้วยการนำยางมะตอยมาปะจุดที่ชำรุดเพื่อป้องกันการชำรุดเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่แขวงทางหลวงชนบทสุราษฎร์ธานีได้เข้าตรวจสอบและยืนยันว่าจะดำเนินการซ่อมแซมถาวรในขั้นตอนต่อไป
นายประดิษฐ์ ดีทองอ่อน ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงชนบทสุราษฎร์ธานี ระบุว่า "บริษัทผู้รับจ้างได้ดำเนินการซ่อมแซมถนนชั่วคราวไว้ก่อน เพื่อป้องกันการชำรุดเพิ่มเติม ก่อนจะซ่อมแซมถาวรต่อไป"
ในคำชี้แจงจากแขวงทางหลวงชนบทยังระบุว่า วัสดุที่ใช้ในโครงการผ่านมาตรฐาน และพื้นผิวถนนต้องมีความหนาไม่น้อยกว่า 5 เซนติเมตร รวมถึงมีการกำกับดูแลตั้งแต่ขั้นตอนการตรวจรับจ้าง อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ยอมรับว่าการขนส่งวัสดุก่อสร้างและการสัญจรของรถบรรทุกหนัก เช่น รถบรรทุกหินและรถบรรทุกปาล์มน้ำมัน อาจเป็นปัจจัยเร่งให้ผิวถนนเกิดการเสื่อมสภาพเร็วขึ้น
ประชาชนกังวลโครงการระยะที่สอง
ชาวบ้านแสดงความกังวลว่า หากโครงการระยะที่สองมีกำหนดใช้งบประมาณอีก 54 ล้านบาท และผู้รับจ้างเป็นรายเดียวกัน อาจเกิดปัญหาซ้ำรอยได้อีก จึงเรียกร้องให้หน่วยงานผู้ว่าจ้างและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงมาตรวจสอบกระบวนการก่อสร้างอย่างเข้มงวด ทั้งด้านวัสดุ วิธีการทำงาน และการควบคุมการใช้รถบรรทุกหนักในช่วงที่ผิวทางยังรับน้ำหนักไม่ไหว
- งบประมาณโครงการ (ระยะที่ 1): 49,590,000 บาท
- ระยะทาง: 5.5 กิโลเมตร
- สาเหตุที่ถูกชี้ว่าเร่งให้พังเร็ว: การขนส่งหินเข้าพื้นที่และรถบรรทุกปาล์มน้ำมัน
รายละเอียดงบประมาณและผู้เสนอราคาที่เกี่ยวข้อง
จากเอกสารการประกวดราคาพบว่าการประกวดราคาเป็นแบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) มีผู้เสนอราคาหลัก 3 ราย โดยบริษัท ชมภูพล อุตสาหกรรม จำกัด ชนะเสนอราคาต่ำกว่าเงินงบประมาณเพียง 10,000 บาท ขณะที่ผู้เสนอรายอื่นใกล้เคียงกัน ซึ่งจุดนี้กลายเป็นคำถามจากประชาชนว่า การคัดเลือกและการควบคุมงานมีความโปร่งใสและเพียงพอหรือไม่
| รายการ | รายละเอียด |
|---|---|
| งบประมาณโครงการ | 49,590,000 บาท |
| ระยะทาง | 5.5 กิโลเมตร |
| ความหนาพื้นผิวตามมาตรฐาน | 5 เซนติเมตร |
ชาวบ้านเรียกร้องให้มีการเปิดเผยรายละเอียดการตรวจรับงาน และการตรวจสอบคุณภาพวัสดุที่นำมาใช้ก่อสร้างอย่างเป็นสาธารณะ รวมทั้งตั้งคณะกรรมการอิสระตรวจสอบกรณีสงสัยความบกพร่องในการก่อสร้าง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นก่อนเริ่มโครงการระยะที่สอง
ผลกระทบทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในพื้นที่
นอกจากปัญหาความปลอดภัยแล้ว ถนนเสื่อมสภาพยังมีผลต่อการเดินทางของแรงงาน เกษตรกร และการขนส่งสินค้าเกษตร โดยเฉพาะผลผลิตปาล์มน้ำมัน ซึ่งเป็นรายได้สำคัญของพื้นที่ หากถนนยังชำรุดจะเพิ่มต้นทุนการขนส่งและลดความน่าเชื่อถือของเส้นทางเชื่อมต่อไปยังตลาด นอกจากนี้หากปัญหานี้สะสม อาจมีผลกระทบต่อความเป็นมิตรกับนักท่องเที่ยวที่ใช้เส้นทางผ่านจังหวัดเช่นกัน
กรณีนี้เป็นตัวอย่างของความจำเป็นในการตรวจสอบคุณภาพงานสาธารณูปโภคที่ชัดเจนและรวดเร็ว ทั้งเพื่อความปลอดภัยของประชาชนและการใช้จ่ายงบประมาณของรัฐอย่างคุ้มค่า ผู้เกี่ยวข้องทั้งผู้ว่าจ้าง ผู้รับจ้าง และหน่วยงานกำกับควรเร่งให้ข้อมูลพร้อมมาตรการแก้ไขที่ชัดเจน เพื่อคลายความวิตกกังวลของชุมชนและป้องกันปัญหาซ้ำรอยในโครงการระยะต่อไป
ทวีศักดิ์ ชูสกุล
ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสุราษฎร์ธานี, WE NEWS