ทายาทรุ่นใหม่พลิกห้างท้องถิ่นให้กลับมามีชีวิต
ห้างสรรพสินค้าท้องถิ่นในจังหวัดสุราษฎร์ธานีที่เคยเผชิญกับความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภคและการแข่งขันจากทุนใหญ่ กลับมาสร้างสถิติด้านรายได้ที่น่าสนใจภายใต้การบริหารของทายาทรุ่นที่สอง โดยในปีล่าสุดเครือมีรายได้รวมใกล้เคียง หนึ่งพันล้านบาท ซึ่งสะท้อนถึงความสามารถในการปรับตัวและรุกตลาดอย่างมีแบบแผน
ผู้บริหารรุ่นใหม่ที่รับช่วงจากเจเนอเรชันแรก วางรากฐานการบริหารด้วยมุมมองเชิงวิศวกรรม มองธุรกิจเป็นระบบ และเลือกใช้จุดแข็งที่องค์กรขนาดกลาง–เล็กมีเหนือคู่แข่งรายใหญ่ นั่นคือความใกล้ชิดกับลูกค้ารายย่อยและความเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคในพื้นที่
“สหไทย สุราษฎร์ธานี”
กลยุทธ์สำคัญที่ใช้พลิกสถานการณ์
แนวทางการฟื้นตัวไม่ได้อาศัยเม็ดเงินมหาศาลจากการลงทุนเท่านั้น แต่เป็นการปรับกระบวนการบริหารจัดการให้เหมาะสมกับบริบทท้องถิ่น ได้แก่
- การระบุตำแหน่งทางการตลาดให้ชัดเจนและไม่แข่งในสนามเดียวกับทุนใหญ่
- สร้างความสัมพันธ์แน่นแฟ้นกับผู้เช่าพื้นที่และร้านค้ารายย่อย
- ออกแบบบริการและสินค้าให้ตอบโจทย์ความต้องการของคนสุราษฎร์ธานีโดยตรง
- ใช้หลักคิดเชิงระบบจากพื้นฐานวิศวกรรมในการบริหารต้นทุนและการขยายพื้นที่บริการ
กลยุทธ์เหล่านี้ช่วยให้ห้างสามารถรักษาฐานลูกค้าเดิม พร้อมกับขยายกลุ่มผู้มาใช้บริการที่ต้องการสินค้ามีคุณภาพควบคู่กับบริการที่เป็นมิตรและเข้าถึงง่าย
ผลต่อเศรษฐกิจท้องถิ่นและการท่องเที่ยว
การที่ห้างท้องถิ่นกลับมามีรายได้ใกล้ระดับพันล้านบาท ไม่เพียงเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อภาคค้าปลีกเท่านั้น แต่ยังมีผลต่อการจ้างงานและห่วงโซ่อุปทานในพื้นที่ โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายย่อยที่เช่าพื้นที่และพึ่งพารายได้จากการค้าขายหน้าเคาน์เตอร์ นอกจากนี้ เมื่อห้างสามารถทำกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงท้องถิ่น เช่น จัดจำหน่ายสินค้าและผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น ร่วมกับการจัดกิจกรรมวัฒนธรรม ก็สามารถเชื่อมโยงกับการกระจายรายได้สู่ชุมชนได้มากขึ้น
| ประเด็น | ข้อมูลที่เปิดเผย |
|---|---|
| ช่วงเวลาที่ทายาทเข้ามาดูแล | ราว 7–8 ปี |
| ประสบการณ์ของธุรกิจ | มีพื้นฐานยาวนานประมาณ 40–50 ปี |
| รายได้รวมเครือ (ปีล่าสุด) | เกือบ พันล้านบาท |
ข้อได้เปรียบของธุรกิจขนาดกลาง-เล็ก
การเผชิญหน้ากับคลื่นอีคอมเมิร์ซและทุนใหญ่ทำให้หลายธุรกิจต้องหาวิธีสร้างความแตกต่าง ในกรณีของห้างท้องถิ่นนี้ ข้อได้เปรียบสำคัญคือการตอบสนองได้เร็วและเข้าใจรสนิยมลูกค้าท้องถิ่นอย่างลึกซึ้ง ซึ่งเป็นสิ่งที่องค์กรขนาดใหญ่ทำได้ยากเมื่อมีมาตรฐานการบริหารและระบบเชิงซัพพลายเชนที่ใหญ่ซับซ้อน
นอกจากนี้ การรักษาความเป็นท้องถิ่นยังช่วยให้สามารถร่วมมือกับผู้ผลิตสินค้าโอทอป ผู้ประกอบการเกษตร และผู้ให้บริการท้องถิ่น เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีอัตลักษณ์และเชื่อมโยงกับนักท่องเที่ยวที่มาเยือนจังหวัด
สิ่งที่ภาคธุรกิจและนักลงทุนควรจับตามอง
ความสำเร็จของห้างท้องถิ่นแห่งนี้เป็นตัวอย่างว่า การปรับนโยบายบริหารและเน้นความเป็นชุมชนสามารถสร้างมูลค่าได้แม้ในสภาพการแข่งขันสูง ผู้ประกอบการรายอื่น ๆ ในจังหวัดสุราษฎร์ธานีสามารถเรียนรู้ได้จากแนวทางดังนี้
- วิเคราะห์จุดแข็งในระดับท้องถิ่นและต่อยอดเป็นบริการพิเศษ
- ร่วมมือกับภาครัฐและชุมชนเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม
- ออกแบบประสบการณ์การจับจ่ายที่แตกต่างจากแพลตฟอร์มออนไลน์
ภาพรวมแล้ว การกลับมาผงาดของห้างท้องถิ่นไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของรายได้ แต่เป็นสัญญาณเชิงบวกต่อระบบเศรษฐกิจระดับชุมชนและแสดงให้เห็นว่าการปรับตัวอย่างมีแบบแผนสามารถสร้างความยั่งยืนให้ธุรกิจดั้งเดิมในยุคดิจิทัลได้
ผู้ประกอบการและนักท่องเที่ยวที่สนใจสามารถติดตามกิจกรรมและโปรโมชั่นของห้างในพื้นที่เพื่อร่วมสนับสนุนและเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่นต่อไป