จังหวัดสุราษฎร์ธานีร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบการดำเนินกิจการของชาวต่างชาติที่ได้รับสัญชาติไทย หลังข้อมูลเชิงลึกชี้ว่ามีการจัดตั้งนิติบุคคลและถือครองที่ดินซึ่งอาจมีลักษณะเป็นการใช้บุคคลนอมินีให้กับชาวต่างชาติกลุ่มเดียวกัน กระทบต่อการจัดการพื้นที่และความยุติธรรมทางเศรษฐกิจในพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญ
การตรวจสอบและผลการดำเนินงาน
แหล่งข่าวจากฝ่ายปกครองจังหวัดแจ้งว่าจากการลงพื้นที่ตรวจสอบขั้นต้นพบกลุ่มชาวอิสราเอลที่ได้รับสัญชาติไทยอย่างน้อย 8 ราย มีการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทและประกอบธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว เช่น ร้านอาหารและสถานบริการในพื้นที่ท่องเที่ยวของเกาะสมุยและเกาะพะงัน นอกจากนี้สำนักงานที่ดินจังหวัดได้พบการถือครองที่ดินของบุคคลกลุ่มนี้ในพื้นที่ต่าง ๆ ของจังหวัดด้วย
การบูรณาการกำลังระหว่างหน่วยงานเพื่อสกัดกั้นขบวนการนอมินี เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการลดการแอบอ้างสิทธิ์ครอบครองทรัพย์สินและการใช้ช่องว่างทางกฎหมายเพื่อประโยชน์ของชาวต่างชาติในลักษณะผิดกฎหมาย
ตัวเลขคดีและการจดทะเบียนนิติบุคคล
| หัวข้อ | จำนวน |
|---|---|
| คดีเกี่ยวกับนอมินี (รวม) | 117 คดี |
| อยู่ในชั้นพนักงานสอบสวน | 83 คดี |
| อยู่ในชั้นอัยการ | 13 คดี |
| คำสั่งศาลชั้นต้นถึงที่สุด | 21 คดี |
| นิติบุคคลที่จดทะเบียนในจังหวัด | 25,864 ราย |
การสำรวจพบว่าร้อยละ 45.3 ของนิติบุคคลในจังหวัดมีชาวต่างชาติเป็นผู้ลงทุนอย่างน้อยหนึ่งคน โดยส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ในอำเภอเกาะสมุยและเกาะพะงัน ทั้งนี้มูลค่าการลงทุนจากผู้ประกอบการต่างชาติที่โดดเด่น ได้แก่ ชาวเยอรมันมากที่สุด โดยมีมูลค่าเกิน 3,000 ล้านบาท ขณะที่การลงทุนของชาวอิสราเอลมีมูลค่ารวมกว่า 1,000 ล้านบาท
มุมมองการบริหารที่ดินและสิทธิของผู้ที่ได้รับสัญชาติ
เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดชี้ว่าผู้ที่ได้รับสัญชาติไทยมีสิทธิเทียบเท่าประชาชนคนไทยในเรื่องการถือครองทรัพย์สิน ดังนั้นบทบาทของสำนักงานที่ดินจึงเป็นการตรวจสอบฐานข้อมูลการถือครองให้รัดกุมและชัดเจน เพื่อแยกแยะกรณีการถือครองที่ถูกต้องตามกฎหมายจากการใช้บุคคลเป็นตัวแทนอย่างไม่ชอบธรรม
"เขามีสิทธิเทียบเท่ากับคนไทยทุกประการ"
คำกล่าวดังกล่าวสะท้อนความซับซ้อนของการใช้มาตรการทางกฎหมายกับกรณีบุคคลที่เพิ่งได้รับสัญชาติ ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องพิจารณาทั้งหลักฐานการได้มาซึ่งสัญชาติและเจตนาของการถือครองที่ดินหรือการลงทุน
ผลกระทบต่อการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจท้องถิ่น
พื้นที่เกาะสมุยและเกาะพะงันเป็นแหล่งท่องเที่ยวหลักของจังหวัดที่พึ่งพาการลงทุนและกิจการด้านการท่องเที่ยวเป็นทุนสำคัญ การเข้ามาของนักลงทุนต่างชาติสร้างเม็ดเงินหมุนเวียน แต่หากมีการใช้กลไกนอมินีเพื่อหลีกเลี่ยงข้อจำกัดทางกฎหมายหรือแสวงหาประโยชน์ที่ไม่เป็นธรรม อาจก่อให้เกิดปัญหาการกระจายทรัพยากรและการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมต่อผู้ประกอบการท้องถิ่น
การตรวจสอบที่เข้มข้นขึ้นจึงไม่เพียงแต่เป็นเรื่องการบังคับใช้กฎหมาย แต่ยังเกี่ยวพันกับการรักษาภาพลักษณ์ของแหล่งท่องเที่ยวและความมั่นคงของเศรษฐกิจฐานท้องถิ่น
แนวทางและคำแนะนำสำหรับผู้ประกอบการ
- ผู้ประกอบการท้องถิ่นควรเก็บข้อมูลการถือครองและสัญญาให้ครบถ้วน เพื่อลดความเสี่ยงด้านข้อกฎหมาย
- นักลงทุนต่างชาติที่ได้รับสัญชาติ ควรปฏิบัติตามข้อกำหนดและเปิดเผยแหล่งเงินทุนอย่างโปร่งใส
- หน่วยงานท้องถิ่นและสำนักงานที่ดินควรประสานข้อมูลร่วมกันเป็นระบบเพื่อตรวจสอบการโอนหรือถือครองที่ดินอย่างต่อเนื่อง
จังหวัดมีกำหนดการนำเสนอข้อมูลและผลการตรวจสอบต่อรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยระหว่างการลงพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์ในวันที่ 15 สิงหาคม ขณะที่การดำเนินคดีที่เกี่ยวข้องยังมีทั้งในชั้นสอบสวน อัยการและศาล ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งดำเนินการให้เป็นไปตามกรอบกฎหมายเพื่อความชัดเจนและความยุติธรรมของทุกฝ่าย