รัฐบาลมีแนวทางเร่งพัฒนาท่าเรือน้ำลึกฝั่งตะวันตกของจังหวัดระนองและแก้ไขปัญหาจุดที่โครงสร้างพื้นฐานยังไม่เชื่อมต่อ หรือที่เรียกว่า Missing Link โดยมองเห็นบทบาทของการเชื่อมต่อไปยังจังหวัดชุมพรเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายโลจิสติกส์ฝั่งอันดามันที่จะเชื่อมการค้ากับประเทศในภูมิภาคและนานาชาติ
ทิศทางนโยบายและข้อสังเกตของกระทรวง
พลเอกที่ปรากฏในการให้สัมภาษณ์ที่นครเฉิงตูได้เน้นว่า รัฐบาลจะเร่งทำให้โครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่สามารถใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยยกประเด็นการเชื่อมโยงถนนและระบบรางเข้ากับท่าเรือเป็นโจทย์สำคัญ ขณะที่กระทรวงการคมนาคมได้เริ่มผลักดันแผนปฏิบัติการสำหรับท่าเรือระนองในเชิงรูปธรรมแล้ว
ท่าเรือระนองกับโอกาสเชิงพาณิชย์
จากการหารือของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีความเห็นว่า ท่าเรือระนอง มีทำเลได้เปรียบ สามารถพัฒนาเป็นประตูการค้าฝั่งอันดามันที่เชื่อมโยงประเทศไทยกับประเทศต่าง ๆ เช่น อินเดีย บังกลาเทศ ศรีลังกา รวมถึงกลุ่มประเทศ BIMSTEC ตลอดจนตลาดในตะวันออกกลาง แอฟริกา และยุโรป อย่างไรก็ตาม การที่จะยกระดับท่าเรือให้เป็นประตูการค้าที่สำคัญจำเป็นต้องพัฒนาเป็นระบบครบวงจร ทั้งพื้นที่ในท่าเรือ พื้นที่หลังท่า ร่องน้ำเดินเรือ และเครือข่ายถนนกับระบบรางที่เชื่อมถึงอย่างสมบูรณ์
มาตรการเพิ่มประสิทธิภาพท่าเรือภายใน
การท่าเรือแห่งประเทศไทยได้วางแผนจัดหา เครนยกสินค้า เพิ่มเติม เพื่อย่นระยะเวลาการขนถ่ายและเพิ่มจำนวนรอบการให้บริการ ซึ่งเห็นว่าเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้สายเรือและผู้ประกอบการ นอกจากนั้นยังมีแผนปรับปรุงท่าเทียบเรืออเนกประสงค์ ท่าเทียบเรือตู้สินค้า พัฒนาลานวางตู้สินค้าและสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็น
การจัดระเบียบพื้นที่หลังท่าและร่องน้ำเดินเรือ
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความสำคัญกับการจัดระเบียบพื้นที่หลังท่าเพื่อรองรับลานวางตู้สินค้า คลังสินค้า จุดพักรถบรรทุก และเขตปลอดอากร เนื่องจากพื้นที่หลังท่าเป็นหัวใจของความคล่องตัวในการรับ ส่ง พัก และกระจายสินค้า หากบริหารจัดการไม่ดีอาจเกิดสินค้าตกค้างหรือรถบรรทุกสะสมหน้าท่าได้
สำหรับร่องน้ำเข้าท่า ซึ่งมีความยาวประมาณ 28 กิโลเมตร แผนดำเนินการคือการประสานกับกรมเจ้าท่าและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อวางแผนขุดลอกและบำรุงรักษาให้มีความลึกสม่ำเสมอ เพื่อให้เรือสินค้าเข้า-ออกได้อย่างสะดวกและปลอดภัย
“นายกรัฐมนตรีได้วางทิศทางไว้อย่างชัดเจนว่าต้องเร่งทำให้โครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่สามารถเชื่อมต่อกันและใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ…”
ข้อถกเถียงรอบโครงการแลนด์บริดจ์
ก่อนหน้านี้มีการพิจารณาโครงการแลนด์บริดจ์เชื่อมระนองกับฝั่งอีสเทิร์นซี แต่ภายหลังการประเมินบางส่วนระบุว่าโครงการดังกล่าวมีข้อจำกัดด้านความคุ้มทุนและมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม จนเป็นเหตุให้บางฝ่ายประกาศยกเลิกการเดินหน้าในรูปแบบเดิม ทำให้หน่วยงานรัฐหันมามุ่งเน้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่ให้เชื่อมโยงและใช้งานได้เต็มที่ก่อน
ความสำคัญต่อจังหวัดชุมพรและพื้นที่เชื่อมต่อ
การกล่าวถึงจังหวัดชุมพรในบทสนทนาทางนโยบายสะท้อนว่า ชุมพรจะมีบทบาทเป็นพื้นที่เชื่อมต่อสำคัญระหว่างท่าเรือฝั่งอันดามันกับเครือข่ายภายในประเทศ การแก้ไขช่องว่างด้านถนนและระบบรางจะช่วยให้การขนส่งสินค้าเป็นระบบมากขึ้น ลดต้นทุนโลจิสติกส์ และลดปัญหาจราจรบริเวณท่า
ด้านการปฏิบัติ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องประเมินรายละเอียดเชิงวิศวกรรม การจัดหางบประมาณ การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม และการออกแบบพื้นที่หลังท่าเพื่อรองรับการขยายตัวของกิจกรรมด้านโลจิสติกส์
- เป้าหมายระยะสั้น: จัดหาเครน เสริมความพร้อมท่าเทียบเรือ ปรับพื้นที่หลังท่า
- เป้าหมายระยะกลาง: ขุดลอกร่องน้ำและบำรุงรักษาให้เหมาะสมกับขนาดเรือสินค้า
- เป้าหมายระยะยาว: เชื่อมเครือข่ายถนนและระบบรางให้เป็นระบบเดียวกับท่าเรือ
| ประเด็น | แนวทาง |
|---|---|
| ภายในท่า | จัดหาเครน ปรับปรุงท่าเทียบลานวางตู้ |
| พื้นที่หลังท่า | จัดระเบียบลานวางตู้ คลังสินค้า จุดพักรถบรรทุก |
| ร่องน้ำ | ขุดลอกและบำรุงรักษาความลึก |
| เครือข่ายเชื่อมต่อ | พัฒนาโครงข่ายถนนและระบบราง |
การดำเนินงานตามแผนจะต้องติดตามอย่างใกล้ชิดทั้งด้านเทคนิค งบประมาณ และผลกระทบต่อชุมชนท้องถิ่น เพื่อให้การพัฒนาท่าเรือระนองเป็นไปอย่างยั่งยืนและเกิดประโยชน์ต่อเศรษฐกิจพื้นที่โดยรอบ รวมถึงการเชื่อมโยงไปยังจังหวัดชุมพรที่มีบทบาทสำคัญในเครือข่ายโลจิสติกส์ของภาคใต้