อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ กลายเป็นพื้นที่เผชิญปัญหาราคาลองกองตกต่ำอย่างหนัก หลังผู้สื่อข่าวตรวจสอบบริเวณสวนและจุดรับซื้อพบว่า ลองกองเกรดคละถูกกดราคาลงเหลือเพียงกิโลกรัมละ 10 บาท ซึ่งถือเป็นระดับต่ำสุดในรอบหลายปีและต่ำกว่าต้นทุนการผลิตอย่างมีนัยสำคัญ
ผลกระทบต่อรายได้เกษตรกร
เกษตรกรผู้ปลูกลองกองในพื้นที่ระบุว่าต้นทุนที่เพิ่มขึ้นทั้งค่าปุ๋ย ค่าสารบำรุง ค่าน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับขนส่งจากพื้นที่ภูเขา และค่าจ้างแรงงานเก็บเกี่ยว ทำให้การขายผลผลิตที่ราคาต่ำเช่นนี้ไม่เพียงพอจะครอบคลุมต้นทุนพื้นฐานและส่งผลให้เกษตรกรขาดทุน
“ลำพังขายได้กิโลกรัมละ 10 บาท แค่จ่ายค่าแรงคนเก็บกับค่าน้ำมันขนส่งลงมาจากบนเขาก็หมดแล้ว ยังไม่รวมต้นทุนค่าปุ๋ยค่ายาที่ลงทุนไปก่อนหน้านี้”
คำกล่าวข้างต้นสะท้อนความยากลำบากของชาวสวนที่ต้องแบกรับต้นทุนทั้งทางตรงและทางอ้อม ขณะเดียวกันหากไม่ปรับราคาหรือหาตลาดรองรับ ผลผลิตที่ยังไม่เก็บอาจเกิดการเน่าเสียบนต้นและสูญเสียมูลค่าทางเศรษฐกิจ
มาตรการเบื้องต้นจากหน่วยงานท้องถิ่นและเอกชน
เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน มีความร่วมมือระหว่างหน่วยงานในพื้นที่กับผู้ประกอบการเอกชนในการจัดโครงการรับซื้อผลผลิตชั่วคราว โดยมีรายละเอียดสำคัญดังนี้
- จุดรับซื้อชั่วคราวจัดขึ้นที่ ตลาดกลางผลไม้สินค้า OTOP เทศบาลตำบลหัวดง และ ตลาดผลไม้ตำบลนานกกก
- ระยะเวลาการรับซื้อระหว่างวันที่ 25–29 กันยายน โดยราคาที่รับซื้ออยู่ที่ กิโลกรัมละ 14–15 บาท
- ผู้ที่นำลองกองมาขายต้องแสดง สมุดทะเบียนเกษตรกร (เล่มเขียว) และ บัตรประจำตัวประชาชน เพื่อรับสิทธิ์ตามมาตรการ
การเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นจากความร่วมมือของนายอำเภอลับแล ส.ส.อุตรดิตถ์ และผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการกับกรมการค้าภายใน พร้อมมีเกษตรอำเภอลับแลเป็นหน่วยสนับสนุนภาคสนาม ซึ่งเป็นความพยายามเชิงนโยบายเพื่อพยุงราคาในระยะสั้นก่อนที่จังหวัดจะจัดมาตรการระยะยาว
ข้อเสนอจากกลุ่มเกษตรกร
ในเวลาที่ชาวสวนต้องการความช่วยเหลือ เร่งด่วน กลุ่มเกษตรกรเสนอแนวทางเบื้องต้น 3 ข้อเพื่อบรรเทาปัญหาและสร้างเสถียรภาพทางการตลาด ดังนี้
- เร่งกระจายผลผลิตโดยให้การสนับสนุนด้านยานพาหนะขนถ่ายเพื่อส่งออกนอกพื้นที่
- จับคู่ตลาดรองรับ เชื่อมโยงกับผู้ซื้อรายใหญ่และภาคเอกชนเพื่อเปิดจุดขายตรงสู่ผู้บริโภค
- พยุงหรือประกันราคาเป็นการชั่วคราวเพื่อชดเชยส่วนต่างราคาจนกว่าจะหมดฤดูกาล
บริบทต้นทุน-ราคาที่ชัดเจน
การเคลื่อนไหวของราคาลองกองครั้งนี้สะท้อนแรงกดดันทั้งด้านอุปทานและต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น สำหรับเกษตรกรที่ปลูกบนพื้นที่สูง ค่าขนส่งและค่าจ้างแรงงานเก็บเกี่ยวมีสัดส่วนสำคัญในต้นทุนรวม จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ราคาจำหน่ายที่แท้จริงต้องสูงกว่าระดับที่บิดเบี้ยวในตลาดกลางท้องถิ่น
| รายการ | ข้อมูล |
|---|---|
| ราคาลองกอง ณ จุดรับซื้อเริ่มต้น | กิโลกรัมละ 10 บาท |
| ราคาที่ภาครัฐ-เอกชนพยุงรับซื้อ | กิโลกรัมละ 14–15 บาท |
| ช่วงเวลารับซื้อชั่วคราว | 25–29 กันยายน (พ.ศ. ไม่ระบุ) |
สิ่งที่ต้องติดตาม
แม้มาตรการรับซื้อชั่วคราวจะช่วยลดแรงกดดันด้านราคาบางส่วน แต่ยังเป็นเพียงการเยียวยาระยะสั้น ประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามคือมาตรการของจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าจะมีแผนระยะยาวอย่างไร ทั้งในด้านการหาตลาดส่งออก การสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลิตภัณฑ์ และการจัดระบบประกันราคา/ชดเชยที่มีความยั่งยืน
สำหรับเกษตรกรในลับแล การร่วมมือกันระหว่างภาครัฐ เอกชน และเกษตรกรเองเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้ภาคการผลิตผลไม้ท้องถิ่นยังคงเป็นอาชีพที่ยั่งยืนและสามารถพึ่งพาตนเองได้มากขึ้นในอนาคต