เวลา 12.15 น. วันที่ 7 กันยายน พ.ศ.2569 ขบวนรถด่วนที่ 8 เส้นทางเชียงใหม่–กรุงเทพอภิวัฒน์ ประสบเหตุเฉี่ยวชนกับรถยนต์ส่วนบุคคล บริเวณทางรถไฟช่วงระหว่างสถานีบ้านด่านและสถานีศิลาอาสน์ จังหวัดอุตรดิตถ์ ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นชายวัย 75 ปี 1 ราย ขณะที่การเดินรถได้รับผลกระทบทำให้ขบวนถึงสถานีอุตรดิตถ์ล่าช้ากว่ากำหนด
ความเสียหายและการช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บ
ผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นผู้ขับรถกระบะ อายุประมาณ 75 ปี ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลอุตรดิตถ์ โดยเจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองอุตรดิตถ์ให้การช่วยเหลือที่เกิดเหตุ เบื้องต้นอาการบาดเจ็บบริเวณใบหน้าและหน้าผาก ยังมีสติและรับรู้ได้ตามรายงานของเจ้าหน้าที่ที่ลงพื้นที่ตรวจสอบ
สาเหตุเหตุและความเสียหายของขบวน
ขบวนรถด่วนที่ 8 ใช้รถจักรหมายเลข กซข.ป.2541, 2517 และ 2530 ในการลากจูง ระหว่างการปฏิบัติหน้าที่เกิดการเฉี่ยวชนกับรถยนต์ยี่ห้อ Daihatsu สีขาว ทะเบียน 0438 อุตรดิตถ์ ส่งผลให้รถจักรคันหน้าซึ่งเป็นคันที่ 1 เสียหายบริเวณตะแกรงหน้าชำรุด แต่ระบบขบวนโดยรวมยังสามารถซ่อมแซม ณ จุดเกิดเหตุและเดินทางต่อได้หลังได้รับการแก้ไข
การดำเนินการหลังเกิดเหตุ
หน่วยซ่อมของสำนักงานรถไฟจังหวัดอุตรดิตถ์ (สรจ.อุตรดิตถ์) เข้าตรวจสอบและแก้ไขข้อขัดข้องในที่เกิดเหตุจนแล้วเสร็จ ทำให้ขบวนสามารถออกเดินทางต่อไปได้ โดยสายงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์และประสานงานกับหน่วยงานท้องถิ่นเพื่อให้การแก้ไขเป็นไปอย่างเรียบร้อย
- เวลาที่เกิดเหตุ: 12.15 น.
- ผู้ได้รับบาดเจ็บ: 1 ราย (ชายอายุ 75 ปี)
- รถยนต์ที่เกี่ยวข้อง: Daihatsu สีขาว ทะเบียน 0438 อุตรดิตถ์
- ความเสียหายของขบวน: ตะแกรงหน้ารถจักรคันที่ 1 ชำรุด
ผลกระทบต่อการเดินรถและผู้โดยสาร
ขบวนรถด่วนที่ 8 ถึงสถานีอุตรดิตถ์เวลา 12.50 น. ทำให้ล่าช้ากว่ากำหนดประมาณ 33 นาที และออกจากสถานีอุตรดิตถ์เวลา 13.02 น. ซึ่งล่าช้ากว่ากำหนดประมาณ 42 นาที ข้อมูลรายงานยังระบุว่ามีการเพิ่มความล่าช้าอีกประมาณ 9 นาทีตามการจัดการเดินรถในพื้นที่
| รายการ | เวลาจริง | ความล่าช้า |
|---|---|---|
| ถึงสถานีอุตรดิตถ์ | 12.50 น. | 33 นาที |
| ออกจากสถานีอุตรดิตถ์ | 13.02 น. | 42 นาที (เพิ่มอีก 9 นาที) |
เสียงจากผู้เกี่ยวข้องและคำถามเชิงสังคม
รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ พร้อมคณะได้ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบเหตุการณ์และติดตามการแก้ไขปัญหา เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและลดผลกระทบต่อผู้โดยสาร อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ชนบริเวณทางรถไฟยังสะท้อนถึงปัจจัยด้านความปลอดภัยและการจัดการเส้นทางข้ามทางรถไฟในพื้นที่ชนบท ซึ่งเป็นประเด็นที่ยังต้องการการเฝ้าระวังและมาตรการป้องกันที่ชัดเจนยิ่งขึ้น
ในมุมของสังคม ประชาชนที่ใช้ทางรถไฟเป็นเส้นทางหลักต้องเผชิญกับผลกระทบเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน การล่าช้าของขบวนส่งผลต่อการเดินทาง รายได้ และภารกิจส่วนตัวของผู้โดยสาร ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรทบทวนมาตรการความปลอดภัยบริเวณจุดตัดทางรถไฟและการสื่อสารช่วงเกิดเหตุ เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนให้รวดเร็วและตรงจุดยิ่งขึ้น
เจ้าหน้าที่สาธารณภัยและการรถไฟแห่งประเทศไทยยังคงติดตามสภาพผู้บาดเจ็บและสรุปสาเหตุการเกิดเหตุเพื่อต้องนำข้อมูลไปเป็นบทเรียนและหามาตรการป้องกันในอนาคต สำหรับประชาชนที่ใช้ถนนตัดทางรถไฟ เจ้าหน้าที่แนะนำให้เพิ่มความระมัดระวัง ตรวจสอบสภาพการจราจร และปฏิบัติตามป้ายสัญญาณอย่างเคร่งครัด