วันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2569 ความเคลื่อนไหวเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรผู้ปลูกลองกองในอำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์เกิดขึ้นอย่างเร่งด่วน หลังราคาผลผลิตร่วงลงอย่างหนักจนเหลือประมาณกิโลกรัมละ 10 บาท ซึ่งไม่สอดคล้องกับต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้นหลายด้านทั้งแรงงาน ขนส่ง และปุ๋ย
การประสานร่วมหน่วยงานและผู้ประกอบการ
นายรวี เล็กอุทัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุตรดิตถ์ (เขต 3) พรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ร่วมกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดอุตรดิตถ์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือที่สามารถบรรเทาความเดือดร้อนของชาวสวนได้ทันที
จากการประสานงานระหว่างหน่วยงานในพื้นที่กับ กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ มีมติให้ดำเนินโครงการเปิดจุดรับซื้อผลผลิตลองกองในราคานำตลาดระหว่างวันที่ 25–29 กันยายน พ.ศ. 2569 เพื่อช่วยยกระดับราคาซื้อขายให้สูงขึ้นชั่วคราวและเร่งระบายผลผลิตออกจากแหล่งปลูก
“การเปิดจุดรับซื้อนำตลาดในครั้งนี้ ช่วยสร้างความคลี่คลายและความโล่งใจแก่พี่น้องเกษตรกรชาวสวนลับแลเป็นอย่างมาก ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนด้านรายได้ทันที” — นายรวี เล็กอุทัย
จุดรับซื้อและราคาที่ประกาศ
มีการตั้งจุดรับซื้อหลัก 2 แห่งเพื่ออำนวยความสะดวกและกระจายผลผลิต ได้แก่ ตลาดกลางผลไม้สินค้า OTOP เทศบาลตำบลหัวดง และตลาดผลไม้นานกกก โดยกำหนดราคากลางในการรับซื้อไว้ที่กิโลกรัมละ 14–15 บาท ซึ่งสูงกว่าราคาตลาด ณ เวลานั้นอย่างมีนัยสำคัญ
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| ระยะเวลารับซื้อ | 25–29 กันยายน พ.ศ. 2569 |
| จุดรับซื้อหลัก | ตลาดกลางผลไม้สินค้า OTOP เทศบาลตำบลหัวดง, ตลาดผลไม้นานกกก |
| ราคาพยุง | กิโลกรัมละ 14–15 บาท |
แนวทางระยะกลาง-ยาว
หลังสิ้นสุดช่วงรับซื้อเร่งด่วนในวันที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2569 สำนักงานพาณิชย์จังหวัดอุตรดิตถ์จะรับช่วงดูแลเกษตรกรต่อ โดยประสานกับกลุ่มผู้ประกอบการ (ล้ง) ที่เข้าร่วมโครงการจำนวน19 ราย เพื่อรับซื้อต่อในราคาที่เป็นไปตามกลไกตลาดอย่างเป็นธรรม ทั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อป้องกันไม่ให้ราคาตกต่ำซ้ำและรักษาสมดุลระหว่างผลประโยชน์ของเกษตรกรกับผู้ประกอบการ
- บรรเทาผลกระทบทันทีด้วยการรับซื้อในราคานำตลาด
- ระบายผลผลิตจากแหล่งปลูกเพื่อลดการสูญเสียจากการเน่าเสีย
- จัดระบบการรับซื้อระยะต่อไปผ่านสำนักงานพาณิชย์และผู้ประกอบการรายย่อย
เจ้าหน้าที่และผู้เกี่ยวข้องเน้นว่าการดำเนินการครั้งนี้เป็นมาตรการเฉพาะหน้าเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ปลูก ขณะเดียวกันยังต้องติดตามสถานการณ์ราคาอย่างต่อเนื่องและปรับมาตรการให้เหมาะสมกับสภาวะตลาดจริง
ผลกระทบต่อชุมชนและข้อพิจารณาเพิ่มเติม
การลดลงของราคาลองกองส่งผลกระทบต่อรายได้ครัวเรือนเกษตรกร รวมทั้งความสามารถในการลงทุนดูแลสวนและแรงงานเก็บเกี่ยว หากไม่มีมาตรการรองรับ เกษตรกรบางรายอาจประสบภาวะขาดทุนต่อเนื่องจนกระทบต่อเศรษฐกิจชุมชน นอกจากนี้การเน่าเสียของผลผลิตที่คงค้างยังเป็นการสูญเสียทรัพยากรและเพิ่มต้นทุนการจัดการ
การผนึกกำลังของหน่วยงานรัฐและเอกชนในครั้งนี้จึงมีความสำคัญ ทั้งในมิติการพยุงราคา การบริหารจัดการผลผลิต และการสร้างช่องทางการตลาดที่ยั่งยืน ทั้งนี้ผู้เกี่ยวข้องในพื้นที่จะต้องติดตามผลและรายงานสถานการณ์ให้ชัดเจนเพื่อประกอบการตัดสินใจมาตรการต่อไป
สำหรับเกษตรกรและผู้ประกอบการที่ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับจุดรับซื้อหรือแนวทางการเข้าร่วมโครงการ สามารถติดต่อสำนักงานพาณิชย์จังหวัดอุตรดิตถ์เพื่อรับคำแนะนำและรายละเอียดการดำเนินงานต่อไป