เมื่อวันที่ 18 กันยายน พ.ศ.2569 ทีมงานจากกระทรวงแรงงานลงพื้นที่ตรวจสอบไซต์ก่อสร้างโครงการโรงงานของบริษัทต่างชาติในจังหวัดระยอง ที่มีมูลค่าการก่อสร้างกว่า 1,000 ล้านบาท บนเนื้อที่กว่า 200 ไร่ โดยการปฏิบัติการครั้งนี้ได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและนำโดยเลขานุการรัฐมนตรี พร้อมด้วยคณะทำงานและเจ้าหน้าที่กรมการจัดหางาน สนธิกำลังร่วมกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เพื่อตรวจสอบการจ้างงานแรงงานต่างด้าวในโครงการดังกล่าว
ผลการตรวจสอบเบื้องต้น
เจ้าหน้าที่แยกการทำงานภายในโครงการออกเป็น 2 ส่วนหลัก คือ ส่วนสำนักงานและพื้นที่ก่อสร้าง โดยพบข้อมูลสำคัญดังนี้
- ส่วนสำนักงานมีพนักงานรวมกว่า 60 คน เป็นชาวจีนประมาณกว่า 50 คน และคนไทยเพียง 8 คน
- พื้นที่ก่อสร้างมีแรงงานกว่า 200 คน ส่วนใหญ่เป็นแรงงานต่างด้าว สัญชาติจีนและเมียนมา ในจำนวนนี้พบคนไทยเพียง 6 คน ซึ่งทำหน้าที่ประสานงานหน้างาน
- ระหว่างการตรวจสอบ แรงงานบางส่วนหลบออกจากพื้นที่ แต่เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวได้รวม 84 คน
- การตรวจสอบเอกสารเบื้องต้นพบแรงงานชาวจีนจำนวน 6 ราย และชาวเมียนมา 8 ราย ไม่มีใบอนุญาตทำงานหรือเอกสารการทำงานที่ถูกต้อง เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
| พื้นที่ | จำนวนคนโดยประมาณ | สัญชาติที่พบ |
|---|---|---|
| สำนักงาน | ~60 คน | จีน (กว่า 50), ไทย (8) |
| พื้นที่ก่อสร้าง | ~200 คน | จีน, เมียนมา, ไทย (6) |
| ควบคุมตัวได้ | 84 คน | จีน 6, เมียนมา 8 (ไม่มีเอกสาร) |
การดำเนินการของเจ้าหน้าที่
ขณะเข้าตรวจสอบ เจ้าหน้าที่ได้กำชับให้บริษัทนำบุคคลที่หลบหนีมาแสดงตัวพร้อมนำเอกสารประกอบการจ้างงานมาชี้แจง หากเอกสารถูกต้องและการจ้างงานเป็นไปตามกฎหมาย ก็จะไม่ย่อหย่อนการดำเนินการ แต่หากพบการกระทำผิด จะดำเนินคดีอย่างตรงไปตรงมา
“หากเอกสารถูกต้องและทำงานถูกต้องตามกฎหมายก็ไม่มีปัญหา แต่หากตรวจสอบแล้วพบการกระทำผิดก็ต้องดำเนินการตามกฎหมายอย่างตรงไปตรงมา”
เจ้าหน้าที่จากศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการใช้แรงงานผิดกฎหมาย นำโดยรองอธิบดีกรมการจัดหางาน ได้สนธิกำลังกับ DSI ในการตรวจสอบทั้งตัวบุคคลและเอกสารการทำงาน เพื่อชี้ชัดว่ามีการกระทำความผิดด้านแรงงานหรือไม่ และหากมีเครือข่ายการจ้างงานผิดกฎหมายจะต้องขยายผลต่อไป
ผลกระทบต่อชุมชนและอุตสาหกรรม
การพบแรงงานต่างด้าวที่ไม่มีเอกสารในไซต์ก่อสร้างขนาดใหญ่ส่งสัญญาณถึงความเสี่ยงด้านการบังคับใช้กฎหมายแรงงานและการคุ้มครองแรงงานในพื้นที่ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อ:
- การแข่งขันด้านต้นทุนแรงงานระหว่างผู้ประกอบการที่ปฏิบัติตามกฎหมายและผู้ที่ละเลย
- สวัสดิการและความปลอดภัยของแรงงานที่อาจไม่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย
- ภาพลักษณ์การลงทุนของจังหวัดที่อาจถูกตั้งคำถามหากพบการละเมิดกฎหมายแรงงานบ่อยครั้ง
สำหรับภาคธุรกิจในจังหวัดระยอง ซึ่งเป็นพื้นที่อุตสาหกรรมหลักของภาคตะวันออก การตรวจสอบครั้งนี้เป็นสัญญาณให้ผู้ประกอบการต้องทบทวนนโยบายการจ้างงานและการจัดการด้านแรงงานต่างด้าวอย่างเข้มงวด เพื่อลดความเสี่ยงทางกฎหมายและรักษาความยั่งยืนของการลงทุนในพื้นที่
แนวทางต่อไป
เจ้าหน้าที่ระบุว่าจะติดตามตัวแรงงานที่หลบหนีและเรียกให้บริษัทนำเอกสารที่เกี่ยวข้องมาชี้แจง พร้อมทั้งดำเนินมาตรการตามกฎหมายหากพบการกระทำความผิด ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ยังย้ำว่าไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อปิดกั้นการลงทุนจากต่างประเทศ แต่ต้องการให้การลงทุนดำเนินไปอย่างถูกต้องและเป็นไปตามกฎหมายแรงงานของประเทศ
การปฏิบัติการเช่นนี้สะท้อนความพยายามของหน่วยงานรัฐในการคุมเข้มการใช้แรงงานต่างด้าวและป้องกันการจ้างงานผิดกฎหมาย ซึ่งจะต้องสอดคล้องกับการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนและการพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่นอย่างสมดุล