เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่คัดกรองธุรกิจที่เข้าข่ายนอมินี
กระทรวงพาณิชย์โดย กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ร่วมกับกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ตรวจสอบนิติบุคคลในพื้นที่อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง เพื่อคัดกรองธุรกิจที่อาจเข้าข่ายเป็นการใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพรางหรือที่เรียกว่า "นอมินี" โดยมีเป้าหมายสำรวจกลุ่มธุรกิจโรงแรม อพาร์ตเมนต์ สถานบริการ ธุรกิจท่องเที่ยว และโรงงานที่อาจฝ่าฝืนกฎหมายการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว
- วันที่ลงพื้นที่ตรวจสอบเชิงลึก ได้แก่ วันเสาร์ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2569
- หน่วยงานที่ร่วมปฏิบัติการ ได้แก่ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมการปกครอง กรมการจัดหางาน และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI)
- กลุ่มเป้าหมายหลัก ได้แก่ ธุรกิจที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน ธุรกิจบริการที่พัก และการค้าขายที่อาจอยู่นอกเหนือขอบเขตของหนังสือรับรอง
หลักฐานเบื้องต้นที่พบและการดำเนินการต่อ
จากการตรวจข้อมูลทะเบียนนิติบุคคล เจ้าหน้าที่ระบุว่า พบข้อบ่งชี้สำคัญที่ต้องตรวจสอบเชิงลึก ได้แก่ กรณีนิติบุคคลจดทะเบียนใช้อาคารหรือที่ตั้งสำนักงานเดียวกันจำนวนหลายบริษัท และลักษณะโครงสร้างผู้ถือหุ้นที่อาจเป็นกลไกอำพรางการถือหุ้นของคนต่างด้าว
| ประเด็นที่ตรวจพบ | รายละเอียด |
|---|---|
| จดทะเบียนที่เดียวกัน | พบ 4 นิติบุคคลจดทะเบียนที่ตั้งสำนักงานใหญ่แห่งเดียวกัน |
| สถานะต่างด้าว | มีนิติบุคคลที่มีสถานะเป็นต่างด้าว 2 ราย และรับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI |
| สัดส่วนผู้ถือหุ้น | กรณีธุรกิจบริการที่พัก พบผู้ถือหุ้นคนไทย 1 รายถือหุ้น 10,600 หุ้น (ร้อยละ 53) และผู้ถือหุ้นคนต่างด้าว 2 รายถือหุ้นรวม 9,400 หุ้น (ร้อยละ 47) |
เจ้าหน้าที่แจ้งว่าจากการตรวจสอบงบการเงินของบริษัทบางแห่ง พบการแจ้งประเภทธุรกิจเป็นการขายส่งอุปกรณ์และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งแตกต่างจากขอบเขตการประกอบธุรกิจตามหนังสือรับรองของคนต่างด้าวที่ได้รับจาก BOI ทำให้ต้องตรวจสอบว่าเป็นการประกอบกิจการเกินขอบเขตหรือมีการใช้กลไกนอมินีเพื่อเลี่ยงกฎหมายหรือไม่
"มีนิติบุคคลที่เข้าข่ายเป็นกลุ่มเสี่ยงในลักษณะนอมินี"
ผลกระทบต่อธุรกิจและแนวทางการพิจารณาทางกฎหมาย
การตรวจพบข้อบ่งชี้ดังกล่าวอาจมีผลต่อสิทธิประโยชน์ที่บริษัทได้รับจากการส่งเสริมการลงทุน รวมทั้งทำให้ต้องถูกเรียกตรวจสอบเอกสาร ยืนยันกรรมสิทธิ์ และโครงสร้างผู้ถือหุ้นอย่างละเอียด หากผลการสอบสวนพบการฝ่าฝืนกฎหมายการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว เจ้าหน้าที่แจ้งว่าจะมีการดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งมีทั้งบทลงโทษทางอาญาและทางปกครอง
สำหรับผู้ประกอบการในพื้นที่ เจ้าหน้าที่ได้สั่งให้ส่งเอกสารและข้อมูลที่เกี่ยวข้องเพื่อนำมาวิเคราะห์ต่อโดยละเอียด ส่วนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะประสานทำงานร่วมกันเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริง ทั้งในด้านการดำเนินธุรกิจจริงและที่มาของเงินลงทุน
การเฝ้าระวังและตรวจสอบนอมินีเป็นเรื่องที่มีผลต่อภาพลักษณ์ของจังหวัดในฐานะศูนย์กลางการลงทุนและอุตสาหกรรม การกระทำเชิงบังคับใช้กฎหมายของเจ้าหน้าที่จึงมุ่งไปที่การสร้างความชัดเจนทางกฎหมายและความยุติธรรมให้กับผู้ประกอบการท้องถิ่นที่ปฏิบัติตามกฎระเบียบ
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ยังไม่มีการเปิดเผยชื่อบริษัทหรือผู้ถูกตั้งข้อสังเกตเป็นรายบุคคล แต่ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบเชิงลึก และหากพบการกระทำผิดจริงจะดำเนินคดีตามกฎหมายโดยไม่ละเว้น
รายงานการตรวจสอบในครั้งนี้สอดคล้องกับความพยายามของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการปราบปรามการใช้ระบบนอมินีเพื่อหลีกเลี่ยงกฎหมายการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว และเป็นสัญญาณให้ผู้ประกอบการในจังหวัดระยองเตรียมเอกสารและตรวจสอบสถานะการถือหุ้นเพื่อความโปร่งใสในการประกอบธุรกิจ